ถึงเสียงปืนตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ในพื้นที่ 4 จังหวัดภาคอีสานและ 3 จังหวัดภาคตะวันออก จะสงบลงตั้งแต่วันที่ 29 ก.ค.68 อีกทั้ง การประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (General Border Committee : GBC) ไทย–กัมพูชา สมัยวิสามัญ ณ ประเทศมาเลเซีย เมื่อวันที่ 7 ส.ค. ทั้ง 2 ชาติเห็นพ้องข้อตกลงหยุดยิงอย่างเคร่งครัด 13 ข้อ
ชาวบ้านตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา โดยเฉพาะ จ.อุบลราชธานี-ศรีสะเกษ-สุรินทร์-บุรีรัมย์ ที่อพยพออกมาตั้งแต่วันที่ 24 ก.ค.-8 ส.ค.68 เริ่มทยอยกลับบ้าน แต่บริเวณแนวตะเข็บชายแดนไทย-กัมพูชา ยังเป็นพื้นที่อันตราย ช่วงสาย ๆ วันที่ 9 ส.ค. ทหารกำลังพล กองร้อยทหารราบที่ 111 เหยียบ กับดักทุ่นระเบิด ขณะลาดตระเวนพื้นที่รอยต่อ บ้านโดนเอาว์-บ้านกฤษณา อ.กันทรลักษ์ ศรีสะเกษ ห่างจากภูมะเขือ 1.8-2 กม. ข้อเท้าซ้ายขาด 1 นาย และอีก 2 นายบาดเจ็บ
ที่สำคัญในวันเดียวกัน กองทัพบก เผยแพร่ข้อมูลภาพ-ข่าว หน่วยทหารช่าง เคลียร์พื้นที่และเสริมความมั่นคงบริเวณภูมะเขือ เคยเป็นที่มั่นของฝ่ายทหารกัมพูชา แทบไม่เชื่อสายตา ตรวจพบ ทุ่นระเบิดสังหารบุคคล (ชนิด PMN-2) จำนวน 18 ทุ่น โดย 16 ทุ่นอยู่ในกระสอบ และ อีก 2 ทุ่นวางแบบเร่งด่วนโดยไม่ฝังกลบสภาพพร้อมระเบิด
ทุ่นระเบิด PMN-2 นับเป็นอีกหลักฐานชิ้นสำคัญ!! หลังสิ้นหยุดยิงก็กลายเป็นเรื่องโป๊ะแตกมาแล้ว ยูทูบเบอร์ฝั่งกัมพูชา โชว์ภาพบรรยากาศทหารกัมพูชาที่ยืนอยู่หน้าปราสาทตาควาย แต่มีภาพ ทุ่นระเบิด PMN-2 วางอยู่เป็นพวงข้างทหาร คงปฏิเสธสายตาชาวโลกไม่ได้ว่า ฝ่ายไหนนำทุ่นระเบิดฯ มาใช้ ถึงแม้กัมพูชาจะแถลงปฏิเสธเป็น ทุ่นระเบิดเก่า
หากย้อนข้อมูลไล่เรียงจาก 16 ก.ค. 68 เหตุบริเวณเนิน 481 ช่องบก จ.อุบลราชธานี ทหารไทยขาขาด 1 นาย บาดเจ็บ 3, 23 ก.ค. ที่ช่องอานม้า จ.อุบลฯ เมื่อทหารไทยขาขาดอีก 1 นาย จึงกลายเป็นฟางเส้นสุดท้าย รัฐบาลเรียกทูตไทยกลับทันที เช้าวันที่ 24 ก.ค. กัมพูชาจึงเปิดฉากยิงจรวดเข้ามาฝั่งไทย ถัดมา วันที่ 28 ก.ค. ทหารไทยขาขาดอีก 1 นาย ในสมรภูมิปราสาทตาควาย จ.สุรินทร์ และ รายล่าสุดวันที่ 9 ส.ค. ทำให้ข้ออ้างเป็นทุ่นระเบิดเก่าที่หลงเหลืออยู่ฟังไม่ขึ้น
ลักษณะของทุ่นระเบิดที่ทหารไทยเก็บกู้อยู่ในสภาพพร้อมใช้ เพิ่งถูกนำมาวางใหม่ ๆ!! ตอกย้ำข้อกล่าวหา กัมพูชาละเมิดอนุสัญญาออตตาวา ที่ห้ามการใช้ สะสม ผลิต และถ่ายโอนทุ่นระเบิดสังหารบุคคล ทั้งไทยและกัมพูชาต่างก็เป็นภาคี การวางทุ่นระเบิดละเมิดแหกทุกกฎอย่างร้ายแรงและตั้งใจ
เมื่อบรรดาทหารทุกเหล่าทัพ ต่างแสดงบทบาทหน้าที่ถึงขั้นยอมเสียสละชีพเพื่อชาติสมความภาคภูมิ ถึงเวลาของ รัฐบาลแพทองธาร 1/2 ในการนำรัฐนาวาของ บิ๊กอ้วน-ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯ และ รมว.มหาดไทย รักษาการนายกรัฐมนตรี เร่งสร้างความชอบธรรมของไทยในสายตาประชาคมโลกให้ครบทุกองค์ประกอบ ไม่ว่าจะยื่นประท้วงอย่างเป็นทางการ รวมไปถึงดำเนินการทางกฎหมายระหว่างประเทศ ทั้ง ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ) และ ศาลอาญาระหว่างประเทศ (ICC) เอาผิดบุคคล กระทำอาชญากรรมระหว่างประเทศร้ายแรง ซึ่งเข้าข่ายเป็น อาชญากรรมสงคราม
หลักฐานเชิงประจักษ์ กระทบต่อชีวิตทหารและพลเรือนไทย ผู้บริสุทธิ์ทั้งเด็ก ผู้หญิง คนชรา ในเหตุการณ์ 24-28 ก.ค.68 มีมากมาย ล่าสุด ศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติ(ทีแมค) ยังเก็บกู้ไม่หมด “วัตถุระเบิด” จากของกัมพูชาโจมตีเข้ามาในชายแดน 4 จังหวัด รวม 384 รายการ มีทั้ง จรวด BM-21, กระสุนปืนใหญ่, ลูกระเบิด ค. รวมถึง ทุ่นระเบิด PMN-2
รัฐบาลต้องนำ “ความจริง” มาตีแผ่ให้นานาชาติรับรู้ถึง “กัมพูชา” ละเมิดทุกรูปแบบซ้ำแล้วซ้ำอีก แบบไม่สนโลก !!
เชิงผา



