ทุก ๆ ครั้งที่ประเทศไทยต้องเผชิญกับวิกฤติ ไม่ว่าจะเป็น ภัยธรรมชาติ, โรคระบาด หรือ ภัยความมั่นคง ฯลฯ ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวสามัคคีของคนในชาติไม่เคยเป็นสองรองใคร

แต่ในเวลาเดียวกัน เรามักจะได้เห็นปัญหาซ้ำ ๆ ที่เกิดจากระบบราชการ ที่ทำให้การช่วยเหลือแก้ปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นเฉพาะหน้าต้องเป็นไปอย่างล่าช้าและขาดประสิทธิภาพ  ตัวอย่างให้เห็นช่วงกลางเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา หลังจากประกาศหยุดยิงระหว่างไทย-กัมพูชา ทหารในพื้นที่ กองทัพภาค 2 ประกาศขอรับการสนับสนุน “ลวดหนามหีบเพลง” ต้องการนำไปใช้ด่วน เพื่อวางแนวป้องกันรักษาอธิปไตย จึงกลายเป็นกระแสดราม่าทันทีว่า รัฐบาลทำอะไรอยู่?

สุดท้ายทหารต้องประกาศปิดรับการสนับสนุน ระบุเพียงพอต่อภารกิจแล้ว แม้ทางรัฐบาลจะรีบออกมาสยบกระแส ทหารในพื้นที่หากขาดเหลืออะไร สามารถแจ้งมาที่กองทัพ หรือแจ้ง พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผบ.ทบ. อะไรที่ขาดหรือจำเป็นก็ให้รีบทำเรื่องเสนอขึ้นมา รัฐบาลมี “งบกลาง” ช่วยเต็มที่!!

จากดราม่า ลวดหนามหีบเพลง น้ำใจไทยทั่วสารทิศต่างหลั่งไหลนำสิ่งของนานาชนิดไปมอบสนับสนุนให้ทหาร ช่วยเหลือตั้งแต่ก่อนจะเกิดปะทะ ทั้งส่ง ยางรถยนต์ ปูนซีเมนต์ หินทราย ไปช่วย ทำแนวบังเกอร์ เสริมแน่นหนา หรือล่าสุดฝ่ายตรงข้ามใช้ โดรน (อากาศยานไร้คนขับ) บินก่อกวนแนวชายแดน  ภาคเอกชน เร่งสนับสนุน โดรน หลากหลายรูปแบบ รวมไปถึง อุปกรณ์แอนตี้โดรน เสื้อเกราะกันกระสุน ฯลฯ

หากต้องให้ทหารพื้นที่ทำเรื่องเบิก “งบกลาง” ตามรัฐบอกจัดไว้ช่วยเต็มที่ กว่าจะได้สิ่งของคงไม่ทันการณ์!!

ปัญหาจัดซื้อของภาครัฐ มีเสียงสะท้อนของอดีตข้าราชการเคยปักหลักอยู่ในพื้นที่จริง หรือแม้กระทั่งทำงานใน จว.ชายแดนภาคใต้ เล่าประสบการณ์จริงผ่านสื่อมาตลอด  เกือบทุกครั้งในยามหน้าสิ่วหน้าขวานของประเทศชาติก็ได้ภาคเอกชน-ชาวบ้านแสดงพลัง ระดมจัดหาอุปกรณ์จำเป็นต่าง ๆ ส่งไปช่วยเจ้าหน้าที่ ทั้งที่ภาครัฐก็มีงบประมาณ 

แต่ส่วนใหญ่ไม่ค่อยมีใครกล้าฝ่าฝืนขั้นตอน การจัดซื้อจัดจ้าง ตามระเบียบราชการ เห็นรุ่นพี่ ๆ เกษียณราชการไปแล้ว ยังต้องมาโดนคดีต่าง ๆ ย้อนหลังเต็มไปหมด ใครกล้าฝ่าฝืนการจัดซื้อในยามสงครามหรือสภาวะเร่งด่วน ไม่ประกาศประกวดราคา ไม่ยอมดำเนินกรรมวิธี เลือกแบบตามจัดซื้อจัดจ้าง วันนี้อาจได้เป็น ’ฮีโร่“ ช่วยเพื่อนทหาร  แต่อีกไม่นานจะตกเป็นผู้ถูกกล่าวหา กลายเป็นจำเลยคดีใน ป.ป.ช. และศาล ผ่านมานาน 20 ปีก็ยังไม่มีการแก้ไขกฎหมายรองรับ

ตัวอย่างปัญหาค่อนข้างใกล้เคียง สงครามโควิด-19 จบไปแล้ว แต่ นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ผอ.รพ.สะบ้าย้อย ปธ. ชมรมแพทย์ชนบท กำลังจะถูกให้ออกจากราชการ ถูกตั้งกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง จาก การจัดซื้อชุดตรวจ ATK ไม่เป็นไปตามระเบียบการจัดซื้อจัดจ้าง เป็นเหตุให้เสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง ทั้งที่สาธารณชนต่างรับรู้ในภารกิจด้านมนุษยธรรม นพ.สุภัทร นำทีมหมอ-พยาบาลมาช่วยฉุกเฉินพื้นที่ชุมชน กทม. 3 ครั้ง ช่วงสถานการณ์โควิด-19 ปลายปี 2564

ทั้งจาก ปัญหาพิพาทไทย-กัมพูชา และ สถานการณ์โควิด-19 อาจสะท้อนอุปสรรคปัญหาหลัก ๆ ของ ระบบจัดซื้อจัดจ้าง ในยามประเทศกำลังต้องการการตัดสินใจที่รวดเร็ว แต่เมื่อ ระบบราชการ ยึดติดให้ความสำคัญกับระเบียบมากกว่าผลลัพธ์ ขาดกลไกที่ยืดหยุ่นมาช้านาน สุดท้ายไม่มีใครอยากฝ่าฝืน กลัวจะต้องมาเจอ ข้อกล่าวหาการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต

ถึงเวลาหรือยัง? ต้องปรับเปลี่ยน ไม่ให้กฎระเบียบ กลายเป็น “กับดัก” ย้อนมาเล่นงานข้าราชการที่ต้องเร่งช่วยเหลือประชาชนในยามวิกฤติอีกต่อไป!!.

เชิงผา

คลิกอ่านบทความทั้งหมดได้ที่นี่