ผมปรึกษา ศาสตราจารย์ นพ.ประเวศ วะสี ว่าจะพูดอย่างไรที่เวทีประชาพิจารณ์ ท่านแนะนำว่า “ต้องตีที่จิตสำนึกของอเมริกา” ที่ตัวเองควบคุมบุหรี่จนการสูบบุหรี่ลดลง  แต่มาบังคับให้ไทยเปิดตลาดให้บุหรี่อเมริกัน  สไลด์แรกที่ผมฉายในเวทีประชาพิจารณ์ เป็นภาพผู้ป่วยหญิงไทย ที่สูบบุหรี่  ป่วยเป็นโรคถุงลมปอดพอง เจาะคอใส่เครื่องช่วยหายใจ ผมพูดว่า ผู้ป่วยหญิงไทยคนนี้ สูบบุหรี่ของโรงงานยาสูบไทย ที่มีใบยาสูบจากอเมริกาผสมอยู่ด้วย ใช้เครื่องช่วยหายใจที่ผลิตจากอเมริกา คุณต้องช่วยเราควบคุมยาสูบ ไม่ใช่จะเอาบุหรี่มาขายซึ่งจะเพิ่มปัญหาให้เรา “ประเทศไทยมีคนสูบบุหรี่ 10 ล้านคนเศษ และเพิ่งเริ่มรณรงค์ไม่สูบบุหรี่ ในฐานะมิตรประเทศกัน อเมริกาควรจะช่วยประเทศไทยควบคุมยาสูบ แทนที่จะส่งบุหรี่มาขายเพิ่มขึ้น ผมจบการให้การด้วยการคำถามว่า “จิตสำนึกอันยิ่งใหญ่ของอเมริกันชนอยู่ที่ไหน Where is the great America conscience ?” กลุ่มสุขภาพอเมริกา ให้การว่าอเมริกาเป็นผู้นำส่งออกสุขภาพของโลก ไม่ควรจะส่งออกความตาย ด้วยยาสูบที่เสพติดและทำลายสุขภาพ รัฐบาลต้องเลิกช่วยบริษัทบุหรี่ไปเปิดตลาดบุหรี่ประเทศอื่น มีองค์กรที่มาให้การจำนวนมาก ส่วนใหญ่เป็นสมาคมวิชาชีพสุขภาพ รวมถึงสหพันธ์นักศึกษาแพทย์สหรัฐ นายแพทย์ใหญ่กระทรวงสาธารณสุขของอเมริกาเอง และตัวแทนกลุ่มสุขภาพจากเอเชีย แคนาดา  ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ พูดสิ่งที่เวทีประชาพิจารณ์ปรบมือดังๆว่า ประเทศไทยก็มีของดีอยู่ที่สามเหลี่ยมทองคำ แต่เราไม่ส่งออกมาให้ใคร เราปราบปราม

ส่วนท่านอาจารย์หทัย ชิตานนท์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข ที่เดินทางไปด้วย ไม่ได้ให้การเนื่องจาก USTR เชิญผมคนเดียว กลุ่มสุขภาพขอให้เชิญสสไทยไปด้วย ผมจึงเชิญ ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ ผ่านรองนายกชวน หลีกภัย เพราะเคยเรียนที่ฮาวาร์ด 6 ปีและฝึกงานเป็นอินเทิร์นที่รัฐสภาอเมริกาหนึ่งปี ภาษาอังกฤษแป๊ะมาก บรรยากาศเวทีประชาพิจารณ์มีผู้สื่อข่าวจำนวนมาก ผู้ให้ข้อมูล เกือบทั้งหมดรวมทั้งตัวแทนกลุ่มสุขภาพจากเอเชีย ยกเว้นตัวแทนบริษัทบุหรี่ และสส.จากรัฐที่ปลูกยาสูบ คัดค้านการที่รัฐบาลอเมริกาใช้กฎหมายการค้ามาตรา 301 กับประเทศไทย

การเจรจาระหว่าง USTR กับผู้แทนฝ่ายไทย ตกลงเงื่อนไขการเปิดตลาดบุหรี่ไม่ได้ ปลัดกระทรวงพานิชย์ ท่านพชร อิสระเสนา หัวหน้าทีมผมการเจรจาฝ่ายไทยเสนอ USTR  และประธานาธิบดีบุช เห็นชอบที่จะส่งกรณีพิพาทการเปิดตลาดบุหรี่ ให้องค์กรแกตต์ (องค์การการค้าโลก) คนกลางเป็นผู้ตัดสิน  การส่งเรื่องให้แกตต์เป็นผู้ตัดสิน เป็นผลดีต่อประเทศไทย เพราะเป็นเวทีพหุภาคี อเมริกาจะใช้อำนาจตามใจชอบไม่ได้   บทความต่อไป จะพูดถึงการสร้างกระแสสนับสนุนประเทศไทยในการเจรจาเปิดตลาดบุหรี่กับ USTR

ข้อมูลจาก ศ.นพ ประกิต วาทีสาธกกิจ ประธานมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่

อ้างอิง หนังสือ สงครามการค้ายาสูบ (พ.ศ.2550)

https://www.ashthailand.or.th/uploads/ckfiles/1656061464_aw_สงครามการค้ายาสูบ_compressed.pdf

นายแพทย์สุรพงศ์ อำพันวงษ์

คลิกอ่านบทความทั้งหมดได้ที่นี่