ตอนนี้รายชื่อ หน้าตาว่าที่คณะรัฐมนตรีของรัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล ปรากฏออกมาเกือบ 100% และอยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบคุณสมบัติแต่ละคนอย่างละเอียด คาดว่าจะเสร็จสิ้นภายในสัปดาห์นี้
“พยัคฆ์น้อย” จึงฝากไปยัง เท้ง-ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน และนายกฯอนุทินให้ตรวจสอบคุณสมบัติของว่าที่รัฐมนตรีบางคน อย่างละเอียดรอบคอบทุกแง่มุม เพราะไม่เช่นนั้นนายอนุทินอาจอยู่ไม่ถึง 4 เดือนแล้ว “ยุบสภา” ตามที่ได้ทำ MOA กับพรรคประชาชนไว้
คนแรก คือ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า จากพรรคกล้าธรรม ตามข้อมูลคำวินิจฉัยที่ 6/2564 ของศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อวันที่ 5 พ.ค.64 จากกรณีนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ สส.พรรคก้าวไกล และคณะรวม 51 คน เข้าชื่อเสนอคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับคุณสมบัติของร.อ.ธรรมนัส สส.พะเยา พรรคพลังประชารัฐ (ในตอนนั้น) และความเป็นรมช.เกษตรฯ ของ ร.อ.ธรรมนัสสิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรค 1 (4) ประกอบมาตรา 160 (6) หรือไม่
กรณีนี้ ร.อ.ธรรมนัสรอด เพราะเหตุเกิดนอกราชอาณาจักรไทย เนื่องจากนายพิธากับพวกยื่นตรวจสอบแค่มาตรา 160 (6) คือไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 98
แต่นายพิธาไม่ได้ยื่นศาลรัฐธรรมนูญตรวจสอบ มาตรา 160 (4) ระบุว่ามีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ และ (5) ไม่มีพฤติกรรมอันเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง
คำวินิจฉัยที่ 6/2564 ของศาลรัฐธรรมนูญ ในหน้าที่ 6 ย่อหน้าสุดท้าย ระบุว่าคดีนี้ผู้ร้อง (นายพิธากับคณะ) อ้างว่าผู้ถูกร้อง (ร.อ.ธรรมนัส) เคยต้องคำพิพากษาอันถึงที่สุดของศาลรัฐนิวเซาท์เวลส์ เครือรัฐออสเตรเลีย ว่ากระทำความผิดฐานเป็นผู้ผลิต นำเข้า ส่งออก หรือผู้ค้าซึ่งยาเสพติด ผู้ถูกร้องโต้แย้งว่าผู้ถูกร้องเคยถูกดำเนินคดีข้อหา “รู้เห็นเกี่ยวกับการนำเข้า” ซึ่งยาเสพติดเท่านั้น ไม่เคยต้องคำพิพากษาในความผิดฐานตามที่ผู้ร้องอ้าง เอกสารประกอบคำร้องไม่ใช่สำเนาคำพิพากษาของศาลรัฐนิวเซาท์เวลส์ และไม่ได้รับการรับรองสำเนาถูกต้อง
ดังนั้น เท้ง-ณัฐพงษ์ ต้องทำงานสานต่อจากนายพิธา คือ การตรวจสอบคุณสมบัติของ ร.อ.ธรรมนัส ตามมาตรา 160 (4) และ (5)
ส่วนคนที่ 2 คือ นายสันติ พร้อมพัฒน์ จากพรรคพลังประชารัฐ ยอมล่าถอยไปหรือยัง? แต่ถ้ายัง! ก็ต้องไปขอข้อมูลมาจากกรรมการสภามหาวิทยาลัยรามคำแหง-อัยการ-ตำรวจสน.อุดมสุข กรณีส่งคนเข้าไปสอบแทนกันตอนเรียนรามฯ ปี 51 หลังจากกรรมการสภามหาวิทยาลัยรามฯ สอบสวนแล้วมีมติแจ้งความดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้อง โดยคดีอาญานั้น ต่อมา “หมดอายุความ” จึงเหลือแต่เรื่องความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์-ไม่มีพฤติกรรมอันเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง
สำหรับกรณี “ว่าที่ รมต.” เกี่ยวโยงกับคดีค้ามนุษย์ ส่งคนงานไปทำงานเก็บผลไม้ป่าที่ฟินแลนด์ ทางการฟินแลนด์ส่งข้อมูลให้ “ดีเอสไอ” สอบสวนเอาผิดรมต. 2 คน และผู้บริหารระดับสูงกระทรวงแรงงาน ในความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ หลังพบหลักฐานพัวพันหักค่าหัวคิวส่งแรงงานไปฟินแลนด์ ความเสียหายรวม 36 ล้านบาท แล้วส่งสำนวนให้ป.ป.ช.
เท้ง-ณัฐพงษ์ ต้องไปตามที่ ป.ป.ช. ว่ากรณี “ว่าที่รมต.” พัวพันคดีค้ามนุษย์ ไปถึงไหนแล้ว?.
พยัคฆ์น้อย



