ทั้งนี้ การที่รัฐบาลมี “รัฐมนตรีที่ไม่ได้มาจากพรรคการเมืองจาก ส..” ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่อะไร ในอดีตรัฐบาลหลาย ๆ ชุดก็มี “รัฐมนตรีคนนอก” มากบ้างน้อยบ้างนั่นก็สุดแท้แต่ อย่างไรก็ตาม…

รัฐมนตรีคนนอก” มัก “ถูกมอง 2 มุม”

มองกัน 2 มุม “คาดหวังไม่ค่อยมั่นใจ”

โดยกับรัฐบาลใหม่มีทัศนะวิชาการ”

ผศ.ดร.ธันยพร สุนทรธรรม

เกี่ยวกับกรณี “รัฐมนตรีคนนอก” ที่ทาง “ทีมสกู๊ปเดลินิวส์” จะสะท้อนต่อข้อมูล…ที่ว่า “ถูกมอง 2 มุม” นั้นคือมอง “ทั้งมุมบวก-ทั้งมุมลบ” โดยสำหรับ“มุมบวก” นั้นคือมีการมอง เช่นทำให้รัฐบาลมีคนมีความรู้ความสามารถเฉพาะทาง ทำให้การกำหนดและดำเนินนโยบายมีประสิทธิภาพตรงจุด หรือ สร้างความเชื่อมั่นจากภาคส่วนต่าง ๆได้มากขึ้น อีกทั้งลดแรงกดดันจากพื้นที่ เพราะไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง จึง มีอิสระในการตัดสินใจมากกว่า รัฐมนตรีจากพรรค-จาก ส.ส.

ส่วน “มุมลบ” คือมีการมอง เช่น… อาจขาดการยึดโยงกับประชาชนอาจจะไม่เข้าใจความต้องการที่แท้จริงของประชาชน เพราะไม่ได้ผ่านการเลือกตั้งมา หรือ อาจขาดประสบการณ์ทางการเมืองจนยากลำบากในการทำงานร่วมกับ ส.. และข้าราชการ หรือ อาจตรวจสอบได้ยากกว่าทำให้การถ่วงดุลทำได้ไม่มาก รวมถึงบางยุคสมัย “รัฐมนตรีคนนอก” ก็ยังถูกมองโยงการสืบทอดอำนาจ ถูกมอง อาจเป็นเครื่องมือในการสืบทอดอำนาจของบุคคล หรือกลุ่มบุคคล บางกลุ่ม

นี่เป็นตัวอย่างการ “ถูกมอง 2 มุม”

ทั้งนี้ กล่าวสำหรับ “รัฐมนตรีคนนอก” กับ “รัฐบาลใหม่” ที่มี อนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี ที่ว่า “จะอยู่ 4 เดือนแล้วยุบสภา?” ที่ทาง “ทีมสกู๊ปเดลินิวส์” ก็จะสะท้อนต่อข้อมูล กับรัฐมนตรีคนนอกในรัฐบาลอายุ 4 เดือนนี่ก็มี “เสียงที่น่าสนใจ-น่ารับฟัง” จากฟากฝั่งนักวิชาการ โดยทาง ผศ.ดร.ธันยพร สุนทรธรรม ผู้อำนวยการสถาบันอาณาบริเวณศึกษา (TIARA) นักวิชาการมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) ระบุไว้ โดยสังเขปมีว่า… ตอนนี้สิ่งที่คนไทยรอดูมากที่สุด และ “อาจเป็นบทพิสูจน์ว่าต่อไปจะมีรัฐบาลอนุทินอีกหรือไม่?”คือเรื่องใหญ่และยากอย่าง “การแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ” ซึ่งหากมี “รัฐมนตรีคนนอกที่มีความรู้ความสามารถและประสบการณ์” จะเป็น “ปัจจัยบวกเชิงสัญลักษณ์” ด้านความเชื่อมั่น

ผลงานของรัฐมนตรีคนนอก จะเด่นหรือจะดับหรือไม่อย่างไรนั้น ขึ้นกับความเป็นอิสระในการทำงานที่บรรดารัฐมนตรีคนนอกจะได้รับจากรัฐบาล” …ผศ.ดร.ธันยพร ชี้ไว้ถึง “ปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อผลงาน” รัฐมนตรีกลุ่มนี้

นอกจากนั้น ทางนักวิชาการท่านเดิมยังได้ “เสนอแนะถึงรัฐบาลใหม่” ไว้ว่า… แม้ระยะเวลาการทำงานจะสั้นตามที่ระบุไว้ที่ 4 เดือน แต่โดยส่วนตัวก็ยังเชื่อว่า… เวลา 4 เดือนก็สามารถทำผลงานได้ โดยสิ่งที่อยากเสนอให้รัฐบาลควรเร่งลงมือ คือ… การ เร่งประกาศแผนงานระยะเร่งด่วน (Quick wins) ว่าเวลา 4 เดือนนี้จะทำอะไรได้บ้าง?…ซึ่งทาง ผศ.ดร.ธันยพร ก็ได้เสนอแนะไว้ด้วยถึงกรอบการทำงานของรัฐบาลใหม่ในเวลา 4 เดือน โดย แบ่งเป็นเดือนที่ 1 ถึงเดือนที่ 4ดังนี้…

เดือนที่ 1 คือ…ประกาศนโยบายลดภาระค่าครองชีพให้กับประชาชน และ เร่งฉายภาพถึงมาตรการที่จะนำมาใช้รับมือกรณีภาษีทรัมป์ เพื่อให้ประชาชนและภาคส่วนต่าง ๆ มองเห็นภาพที่ชัด, เดือนที่ 2 คือ… ออกมาตรการช่วยเหลือเอสเอ็มอีให้เดินต่อได้ และ ออกมาตรการอำนวยความสะดวกให้โครงการลงทุนใหม่ ๆ เพื่อดึงดูดนักลงทุน, เดือนที่ 3 คือ… มุ่งเน้นการสร้างความมั่นใจกับนักลงทุนต่างชาติ เช่น จัดกิจกรรมเชิญชวนลงทุน และ เดือนที่ 4 คือดึงการลงทุนในอุตสาหกรรมใหม่ ๆ เช่น อุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์ อุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้า อุตสาหกรรมศูนย์ข้อมูล

ช่วงแรก ๆ รัฐมนตรีคนนอกอาจต้องใช้เวลาปรับตัวพอสมควร เนื่องจากบางท่านคุ้นชินกับวิธีทำงานแบบเอกชน บางท่านคุ้นเคยกับรัฐวิสาหกิจ ซึ่งมีความแตกต่างไป”และ… ระยะเวลา 4 เดือนคงทำทุกอย่างให้สำเร็จไม่ได้ แต่อย่างน้อยก็สร้างแรงบันดาลใจให้เห็นโอกาสและความเป็นไปได้ของประเทศไทยได้”…นักวิชาการท่านเดิมระบุไว้

ศ.ดร.ภวิดา ปานะนนท์

ทางด้าน .ดร.ภวิดา ปานะนนท์ อาจารย์ประจำสาขาวิชาบริหารธุรกิจระหว่างประเทศ โลจิสติกส์และการขนส่ง คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มธ. ก็ได้ให้ทัศนะ “ปัญหาเศรษฐกิจ” ไว้ว่า… ความท้าทายทางเศรษฐกิจไทยวันนี้คืออันดับขีดความสามารถการแข่งขันที่ร่วงลงไปอยู่อันดับ 30 จากอันดับ 25 ในปีที่แล้ว และรั้งท้ายในภูมิภาคด้วย สะท้อนว่า…การที่เศรษฐกิจไทยชะลอการเติบโตไม่ได้เกิดจากปัญหาระยะสั้นเท่านั้น แต่มาจากปัญหาเชิงโครงสร้างที่สะสมกันโดยไม่ถูกแก้ไข

ยิ่งรัฐบาลใหม่มีเวลาสั้น ดังนั้นสิ่งที่ควรเร่งทำคือสร้างความมั่นใจให้นักลงทุนและคนในประเทศ แต่จะเกิดขึ้นได้หรือไม่ขึ้นกับฝีมือรัฐบาลชุดใหม่ ที่ต้องสร้างความชัดเจนทางการเมืองให้เกิดขึ้นให้ได้ แม้ไม่ใช่นโยบายเศรษฐกิจโดยตรง แต่อย่างน้อยก็จะสร้างความเชื่อมั่นว่ารัฐบาลชุดนี้ต้องการลุกขึ้นมาแก้ปัญหา” …ศ.ดร.ภวิดา ชี้ไว้

รัฐมนตรีคนนอก” ยุคนี้ก็ “ถูกจับจ้อง”

แก้ปัญหาเศรษฐกิจ” ก็ “ถูกคาดหวัง”

ก็รอดู “บวกลบจะออกมุมไหน??”.

ทีมสกู๊ปเดลินิวส์