เรื่องนี้ฝ่ายค้านกระทุ้งหนักมาก เพราะ “เชื่อกันว่าน่าจะมีนักการเมืองในรัฐบาลเอี่ยว” แต่ไม่รู้มีใครบ้าง ( มีคนถามว่า “แม้วรับจบ” อีกรึเปล่า ) ก็เห็น สส.ใบพลู รังสิมันต์ โรม จากพรรคส้มออกมาตีฟู “มีรายชื่อนักการเมือง 7 คน เอี่ยวคอลเซนเตอร์” กลายเป็นว่า พวก“เพจวอนนาบีเป็นสื่อ” เอาไปบิดเบือนเสียว่า ประธานาธิบดีเกาหลีใต้พูด เล่นเอาตื่นตัวกันใหญ่ จนเกาหลีใต้ต้องออกมาเบรก…ไอไม่ได้พูด.. ให้ขายหน้ากันไปว่า แชร์ข่าวไม่เชคแหล่งข้อมูล ( source )
ถ้ามาถามกันว่า “นักการเมืองคนไหนทำนาหากินบนหลังคนกรณีสแกมเมอร์บ้าง?” ก็ได้แต่บอกว่า ให้เวลาบอกต่อไป … รอจนมีการฟ้องกัน ( ซึ่งไม่รู้จะมีหรือเปล่า ) จะให้สื่อมาใบ้ หลายสื่อก็ข้อมูลมั่ว ยิ่งเขาเตรียมตัวเพื่อการเลือกตั้งกันแล้ว พวกข่าวลือ ข่าวปล่อยที่ทำให้ชื่อเสียงเน่าเหม็นนี่ยิ่งออกมามีเยอะ ดังนั้น ที่ภาวนาได้คือให้รัฐเปิดชื่อมาเร็วๆ
การเลือกตั้งเที่ยวนี้เดิมพันสูงอยู่ เพราะตามหลักการแข่งขันสำหรับพรรคใหญ่ ต่างก็คงแย่งกันเป็นที่หนึ่ง ภูมิใจไทยวันนี้กำลังหอมที่มี สส., อดีต สส.เข้ามาร่วมหลายคน แต่ความเป็น สส.เดิมหรืออดีต สส.ไม่ได้รับประกันความสำเร็จได้หมด โดยเฉพาะในพื้นที่ที่กระแสมีความสวิงสูง อย่างในเมืองใหญ่เช่นกรุงเทพฯ ซึ่งเลือกตั้งใหญ่ที่ผ่านมา ทำเอาแชมป์เก่าอย่างประชาธิปัตย์ หรือเพื่อไทยถึงกับไปไม่เป็น กลายเป็นส้มทั้งแผ่นดิน
ภูมิใจไทยก็อยากเป็นพรรคเสียงข้างมากอันดับหนึ่ง ในวันที่เพื่อไทยอ่อนแรงไปมาก จากการที่ “อดีตนายกฯแม้ว”ไม่ได้อยู่สั่งการหน้างาน แถมยังระส่ำที่คนเก่าๆ ออก โดยเฉพาะที่กระทบที่สุดคือ สมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ออกจากพรรค เนื่องจากความไม่พอใจในหลายๆ อย่าง ที่เสนออะไรไปก็ไม่ได้รับการตอบรับจาก “ผู้ใหญ่”พรรค
ซึ่งก็ว่ากันว่า แต่ละพรรคก็มีโปลิศบูโร หรือกลุ่มที่ทรงอำนาจแบบชี้เป็นชี้ตายในพรรคได้ เป็นกลุ่มรวบอำนาจฝ่ายเดียว เมื่อก่อนก็เคยมีกรณีอย่างนายศรัณยวุฒิ ศรัณยเกตุ สส.หนวดงามจากอุตรดิตถ์ ก็ออกมาแฉพรรคเพื่อไทยในช่วงปลายรัฐบาลบิ๊กตู่ ว่า มี “ปีศาจห้องแอร์” คอยกำกับ ..พรรคอื่นก็มี มันขึ้นกับช่วงไหนใครมีอำนาจ อย่างการที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์ก็ว่า “ไปกันไม่ได้กับผู้มีอำนาจ ณ ขณะนั้น”
แม้แต่พรรคส้มที่ว่า หัวก้าวหน้าประชาธิปไตย คนที่ออกไป ( ที่ไม่ได้ไปตอนพรรคอนาคตใหม่โดนยุบ แล้วย้ายไปภูมิใจไทยกันเยอะ ) ก็ว่ามีกลุ่มโปลิศบูโรเหมือนกัน คนที่ออกมาแฉคือคริส โปตระนันทน์ แกนนำกลุ่มเส้นด้าย…และตอนนี้ก็ยังมีกระแสข่าวคนที่คุมความเคลื่อนไหวในพรรคคือเอก ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ
แต่ถ้ามองโลกแง่ดี คนที่ออกไป ถ้าพรรคยังรักและอาลัย สักพักก็คงพูดคุยกันได้ให้กลับมา อย่างกรณีพรรคสีชมพู พรรคปลาไหลชาติไทยพัฒนา ( ชทพ.) นายจองชัย เที่ยงธรรม ผู้ใหญ่ของพรรค ก็เคยงอนๆ ในพรรคเรื่องส่งเสมอกัน เที่ยงธรรม บุตรชายลงสมัคร สส.เขต นัยว่า ไม่พอใจเขตที่จัด จองชัยจึงไปเปิดตัวกับภูมิใจไทยซะเลย แต่สุดท้ายก็กลับมา
เมื่อเรามองภาพรวมการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้น เอาแค่เฉพาะกับผู้เล่นเดิม มีความน่าสนใจ
เพื่อไทย จะขายอะไร ในวันที่ชินวัตรยังไม่ปลอดภัยพอที่จะลงมาเล่นเอง ทั้งที่เป็นจุดขายเพื่อไทยมานาน ตัวนายใหญ่ไม่อยู่ก็ยัง “ทักษิณคิด เพื่อไทยทำ” การเลือกตั้งนี้ต้องไม่ลืมว่า มันเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญปี 60 ครอบครัวอดีตนายกฯ แม้ว ก็ยังอึกอักลังเลที่จะลงมานำพรรคเอง ไม่อย่างนั้นเกิดอุบัติเหตุทางการเมืองอีก แล้ว เป็นคดีใหญ่ที่ไม่ใช่แค่ขาดคุณสมบัติจะทำอย่างไร
เอาแค่อดีตนายกฯ อิ๊งค์ แพทองธาร ชินวัตร ขาดคุณสมบัตินายกฯ ตามคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ คดีคลิปเสียงจะโดนศาลอาญาคดีนักการเมืองเล่นงานเอาด้วยหรือไม่ก็ไม่รู้ ( ป.ป.ช.สอบส่วนอาญาอยู่ ) พออดีตนายกฯแม้วต้องเข้าคุก ก็ไม่มีอะไรรับประกันแล้วว่า “ชินวัตรคนอื่นจะปลอดภัย” จนอดีตนายกฯอิ๊งค์ ต้องทิ้งเก้าอี้หัวหน้าพรรค
เรื่องที่ถูกปลุกกระแสต้านอย่างกาสิโน เพื่อไทยจะยังยกเป็นจุดขายในการหาเสียงครั้งหน้าหรือไม่ ถ้าได้เป็นรัฐบาล แล้วยังจะทำ พอมีคนเล่นแร่แปรกฎหมายให้มันผิด ขัดรัฐธรรมนูญ ขัดอาญาให้ได้ นายกฯจะเอาอย่างไร ?
เพื่อสยบความระส่ำในพรรค คุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ ถึงกับเคยมาให้กำลังใจ สส.เอง แม้จะมาพูดสั้นๆ ในห้องประชุม แต่นั่นคือการส่งสัญญาณ “ไม่ทิ้ง” และอดีตนายกฯอิ๊งค์ก็ยังเป็นหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ..ทำให้เพื่อไทยเดินหน้าเปิดตัวผู้สมัครทันที ชิงแต้มต่อ “เป็นพรรคที่พร้อมที่สุด ณ ขณะนี้”
ตัวผู้สมัครเน้นคนรุ่นใหม่ มีแบบ“เอาใจแม่ยก” แบบเปิดคนสะดุดตาให้ชาวเน็ตฮือฮาบ้าง อย่างภูผา นพวิชญ์ ไทยแท้ เคยเป็นดารา ก็เป็นสีสันทางการเมืองให้กิ๊วก๊าวกันพอสมควร ..ส่วนเรื่องนโยบาย หลังบาดเจ็บไปพอสมควรกับแจกหมื่นที่โดนด่า “ทำไม่ได้อย่างที่พูด” น่าสนใจว่า วันที่เริ่มหาเสียงจะ“แจก”อะไรอีก จุดขายพรรคคือประชานิยม ทิ้งไม่ได้ ..แว่วว่า เบื้องต้นเพื่อไทยมี “ตัวขายเป็นนายกฯแล้ว” ไม่ใช่ที่เป็นข่าวออกมา แต่ขออุบไว้ก่อน
พรรคประชาธิปัตย์ ณ นาทีนี้คงหวังเป็นพรรคหนึ่งในสามยากอยู่ ต้องฟื้นฟูกันขนานใหญ่ ที่สำคัญคือการแสดงจุดยืนให้ชัด จากที่เคยเป๋ไปจับมือบิ๊กตู่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ตั้งรัฐบาล ( ด้วยเหตุผลวงในว่า ถ้าไม่ได้เป็นรัฐบาลจะไม่มีผลงาน ) ทำให้แฟนคลับที่ไม่เอารัฐประหารหายไปส่วนหนึ่ง แล้วมาพังยับตอนที่ไปร่วมกับเพื่อไทยเป็นรัฐบาล ซึ่งแฟนคลับบอกเปลี่ยนขนาดนี้ไม่ไหว ต้องตัดใจตีตัวออกหาก ไหนว่าต้านระบบทักษิณ
ครั้งนี้ขอจุดยืนชัดๆ จากหัวหน้ามาร์ค อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จะเอาอย่างไร ก็เห็นมีเสียงแนะนำให้เป็นขั้วซ้าย ( เสรีนิยม ) แต่ไม่แตะเรื่องสถาบัน ก็น่าสนใจดีว่า “ไม่ได้ไปซ้ายขนาดพรรคส้ม” รอดูตอนประกาศนโยบายและเลือกผู้สมัคร เสียงตอบรับจะดีแค่ไหน และต้องชิง สส.ในภาคใต้ที่ภูมิใจไทยกับกล้าธรรมเล็งกวาด
สำหรับพรรคส้ม พรรคประชาชน ( ปชน.) ก็ยังคงจุดขายเดิมของตัวเองได้ ( แต่อาจลดเรื่อง ม.112 ลง จนกว่าจะเห็นว่า มีคนในสภาเป็นแนวร่วมแข็งแรงพอ ) บุคคลอาจเปลี่ยนบ้างไอ้ที่ซ้ายจนค่อนไปทาง Woke จนชื่อพรรคถูกเอาไปเติมแปลกๆ ประชาชนพม่า ประชาชนเขมร ประชาชนบีอาร์เอน ก็ต้องตัดสินใจว่า จะเอาอย่างไรในกระแสชาตินิยมมาแรงขณะนี้ ส่วนแคนดิเดตนายกฯ ตอนนี้เข็ดกันทุกพรรค กฎหมายให้มี 3 ก็เลือกมา 3
พรรคภูมิใจไทย น่าจะขายตัวเองเป็นพรรคฝั่งขวา เพราะดูพรรคมีนโยบายหรือจุดยืนเกี่ยวกับสถาบันฯ ค่อนข้างชัดเจน ให้รอดูปราบสแกมเมอร์ ว่าท่าดีทีเหลวหรือไม่ เรื่องนี้แหละเป็นตัววัดอนาคตภูมิใจไทย อ้อ..น่าจะรวมเรื่องแก้ปัญหาชายแดนไทย – เขมรด้วย ..ส่วนตัวตัดคะแนน ที่ใหญ่ที่สุดคือ ถ้าคนของภูมิใจไทยโดนสั่งฟ้อง ในประเด็นสำคัญ คือ เรื่องฮั้ว สว. หรือเอี่ยวสแกมเมอร์-กาสิโน เห็นจะสะเทือนหนัก
ถ้าเรื่องเลือก สว. กระบวนการมิชอบ ก็ต้องถอดถอน สว.เลื่อนบัญชีขึ้น คงมีการบีบองค์กรอิสระที่ สว.ชุดนี้รับรอง และพยายามทำอย่างไรก็ได้ ให้นักการเมืองที่เกี่ยวข้องถูกตัดสิทธิ์ตลอดชีพ เพราะรายชื่อที่หลุดมา ก็มี“ครูใหญ่พรรค” อารมณ์ประมาณท่านแม้วกับพรรคเพื่อไทยแหละ
เริ่มโหมโรงเตรียมเลือกตั้งกันแล้ว แต่เที่ยวนี้ไม่ธรรมดา กระแสข่าวอาจไหลบ่าแรงมากขึ้นเพราะต้องรณรงค์ประชามติกับยกเลิก MOU พ่วงด้วย.
………………………………………………………
คอลัมน์ : ที่เห็นและเป็นอยู่
โดย “บุหงาตันหยง”



