เช่น สส. , สว. มีรวมกัน 700 คน ถ้ากำหนดกรรมการยกร่างฯ 35 คน ก็ให้สมาชิกรัฐสภา จับสลากให้ได้กลุ่มละ 20 คน เลือกกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ 1 คน
แต่ปัญหาคือ แล้วคนที่สมัครมา จะสมัครอย่างไรไม่ให้ถูกครหาอีก ว่า “เป็นการเลือกตั้งจากประชาชนกลายๆ” เรายิ่งหวาดระแวงกันอยู่ว่า ทำอะไรไปองค์กรอิสระ-ศาลรัฐธรรมนูญสอยเอาง่ายๆ แล้วต้องมานับหนึ่งใหม่
ก็ไอ้ที่เก็งกันว่า “น่าจะรอด”อย่างกรณีอดีตนายกฯอิ๊งค์ แพทองธาร ชินวัตร กับคลิปเสียงกับ “อังเคิลฮุน เซน” ซึ่งก็เห็นๆ อยู่ว่า ยังไม่ได้ตัดสินใจอะไรทั้งนั้น ไม่มีผลปฏิบัติไม่น่าจะผิด ก็ยังโดนสอย ทำอดีตนายกฯอิ๊งค์ขาดคุณสมบัติ
นักการเมือง จนถึงนักวิเคราะห์การเมืองพูดกันว่า “การเมืองสมัยนี้บิดเบี้ยว” ซึ่งก็ไม่ทราบว่า “บิดเบี้ยว”นี่แปลว่าอะไร ฟังนักการเมืองฝั่งเพื่อไทย “เดือน มนพร เจริญศรี”อดีต รมช.คมนาคมเขาพูด ความว่า “การเมืองประเทศไทยทำให้พี่น้องประชาชนเสียโอกาส เพราะนักการเมืองบางพรรค สร้างความบิดเบี้ยวทางการเมือง หวังสืบอำนาจทางการเมือง”
ก็น่าจะหมายถึงว่า “ความบิดเบี้ยวคือ ไม่เป็นไปตามระบบที่มันควรจะเป็น” เพราะมี“ใคร”แทรกแซงการใช้อำนาจทางการเมือง เพื่อหวังผลอะไรก็แล้วแต่ ซึ่งเป็นการแทรกแซงที่เกินกว่าความหมายของการ “คานอำนาจ” คือการใช้อำนาจมัน “เหาะเหินเกินลงกา” ตามคำพูดของอาจารย์วิษณุ เครืองาม อดีตรองนายกฯ
การแทรกแซงการใช้อำนาจ เขาว่าเกิดได้ เพราะ“ธนกิจการเมือง” คือเอาเรื่องธุรกิจมาอิงกับการใช้อำนาจ อย่างเช่น การจ่ายเงิน หรือการต่อรองให้อีกฝ่ายสยบยอม ไม่ก็ทำอย่างไรก็ได้ให้กรรมการเป็นพวกเดียวกันซะเลย
เรื่องนี้เป็นข้อครหาที่ติดตัว “อดีตนายกฯแม้ว”ทักษิณ ชินวัตร แบบสลัดไม่ค่อยออก มีการกล่าวโทษว่า “การเมืองบิดเบี้ยว” เพราะสมัยอดีตนายกฯแม้วเรืองอำนาจ มีการแทรกแซงองค์กรอิสระ ซึ่งแทรกแซงอะไรอย่างไร ก็ขอยกที่ “เขาว่า” มาเล่าให้ฟัง มันเป็นเรื่องที่พูดกันเยอะ
“เขาว่า”ที่ว่า คือ ครหาว่า อดีตนายกฯแม้ว ณ ขณะนั้น ล็อบบี้องค์กรอิสระที่ต้องสืบสวนคดีทางการเมือง ให้ไม่ออกผลอะไรเป็นโทษกับพรรคไทยรักไทย ..ซึ่งไม่ใช่ต้อง“ต้อน”กรรมการมาทั้งชุด แค่ “ทำให้ครองเสียงข้างมากได้” ทำให้เวลาฝ่ายค้าน- เอ็นจีโอ-ภาคประชาชนยื่นตรวจสอบอะไร ถูก“เป่า”หมด
อภิปรายไม่ไว้วางใจในครั้งรัฐบาลทักษิณ 1 อภิปรายเสร็จ ฝ่ายค้านคือพรรคประชาธิปัตย์ยื่นเรื่องให้ ป.ป.ช.สอบต่อ คดีตกเกือบหมด ที่รับสอบกลายเป็นเรื่องกิ๊กๆ ก๊อกๆ คือ สอบนายสุวิทย์ คุณกิตติ อดีต รมว.ศึกษาธิการขณะนั้น เรื่องความล่าช้าในการปฏิรูปการศึกษา ( แจ้งข้อหา สอบเสร็จ ตีตก )
อดีตนายกฯแม้ว โดนข้อครหาเรื่องแทรกแซงองค์กรอิสระ ลามมาถึงตอนรัฐประหาร 19 ก.ย.2549 ที่ “บิ๊กบัง”พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ผบ.ทบ. ตอนนั้นอ้างเหตุผลหนึ่งคือการแทรกแซงองค์กรอิสระ และมีคำสั่งให้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อรัฐ หยิบคดีพาดพิงอดีตนายกฯแม้วมาดู
ทางฝั่งอดีตนายกฯ แม้ว พรรคเพื่อไทย พรรคพลังประชาชน คนเสื้อแดง ก็สู้ว่า “กระบวนการได้มาซึ่งกรรมการไม่ชอบธรรม มีแต่ขาประจำ จะรับประกันความถูกต้องเป็นกลางได้อย่างไร” ฝั่งเกลียดแม้วก็ว่า “ก็เพราะคณะกรรมการองค์กรอิสระที่มีอยู่เดิมถูกครหานี่แหละ จึงต้องตั้งชุดพิเศษที่กล้าทำคดี”
อุดมการณ์ทางการเมืองแตกแยกขึ้น อดีตนายกฯ แม้ว เหมือนจะเป็นนายกฯ จากพลเรือนที่มีสีสันที่สุดในช่วงการดำรงตำแหน่ง และเมื่อโดนรัฐประหารตอนปี 49 มาวันนี้จะ 20 ปี ก็ยังถูกพูดถึงในความเป็นตัวแปรทางการเมือง จริงบ้างโม้บ้าง จนมีแซว “แม้วจะอยู่เบื้องหลังทุกอย่างไม่ได้นะ”
ผลจากอดีตนายกฯแม้ว ทำให้รัฐธรรมนูญ , กฎหมายลูก ออกแบบมาอย่างกลัวนักการเมือง ให้อำนาจองค์กรอิสระเยอะ… รัฐธรรมนูญปี 50 ใช้มาไม่ถึง 10 ปีก็ถูกฉีกอีกครั้งโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่เหมือนจะได้บทเรียนจากที่บิ๊กบังโดนครหา “รัฐประหารแล้วไม่จัดการอะไรที่ควรจัดการให้เด็ดขาด”
การ “จัดการให้เด็ดขาด”เที่ยวนี้ ยาแรงระยะยาวสำหรับนักการเมืองคือ “การใช้ประมวลจริยธรรมนักการเมืองเป็นฉบับเดียวกับศาลและองค์กรอิสระ” ซึ่งเหมือนเชคเปล่าให้องค์กรอิสระ ตีความอย่างไรก็ได้ให้ครอบจักรวาล
กลับมาสู่การยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ที่จะเกิดขึ้นเร็วๆ นี้ น่าสนใจว่า ฝ่ายการเมืองจะ “เข้าไปมีบทบาท” ในกระบวนการยกร่างได้อย่างไร เพื่อให้โจทย์ว่า “ฝ่ายการเมืองไม่อ่อนแอเกินไป” การคานอำนาจเหมาะสม แม้แต่องค์กรฝ่ายตรวจสอบ-องค์กรอิสระก็สามารถถูกยื่นตรวจสอบการใช้อำนาจ-จริยธรรมได้เช่นกัน
ถ้าให้ใช้สูตรแบบที่กล่าวมาข้างต้น คือ แบ่งกลุ่มแบบสุ่มมาเลือกกรรมการยกร่าง ก็น่าจะป้องกันการบล็อกโหวต เลือกคนของฝ่ายไหนฝ่ายหนึ่งได้ ..แต่เราไม่รู้หรอกว่า “เล่ห์การเมือง”ทำอะไรได้บ้าง .. หรืออะไรจะเกิดขึ้นก่อนงานสักวันสองวัน กระทั่งเกิดหน้างานได้ อย่างเลือก สว. ก็เซอร์ไพรส์กันทั้งเมือง เล่นเอา “คนอยากเล่นการเมือง”ที่แนะนำตัวกันทางอินเทอร์เนตถอยกลับบ้านแบบงงๆ
เราอาจต้องรอดูผลเลือกตั้ง ถ้าใช้สูตรที่ว่ามา พรรคที่ได้เสียงมาก ก็ให้รอดูว่า มีโอกาสเกิดปาฏิหาริย์ที่ในกลุ่มเลือกกรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญจะมีแต่พวกเดียวกันหรือไม่ ..และถึงตัดเรื่องกรรมการยกร่างฯ ออกไป เสียงข้างมากอีกนั่นแหละที่จะเป็นผู้ผ่านรัฐธรรมนูญในสภา ก่อนนำไปทำประชามติ ถ้าไม่ผ่าน ก็ตก
การเลือกตั้งที่จะถึง เดิมพันจึงสูงอยู่ เพราะมันมีบทบาทแฝงคือการจัดการกฎเกณฑ์ที่เข้ามากำกับฝ่ายการเมือง ..แถมตอนนี้พรรครัฐบาลเป็นเสียงข้างน้อย เราจะได้เห็นการเล่นเกมดึงคะแนนนิยม ต่อรองอำนาจอีกเยอะ.
………………………………………………………
คอลัมน์ : ที่เห็นและเป็นอยู่
โดย “บุหงาตันหยง”



