เมื่อวันที่ 12 พ.ย. 68 “เดียร์” ขัตติยา สวัสดิผล รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย และสส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะคณะกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมของรัฐสภา โพสต์ว่า

“9 เสียงของพรรคเพื่อไทย และพรรคประชาชาติ พยายามทำให้ ส... ได้ไปต่อแล้ว แต่เราแพ้โหวตใน กมธ. ที่ประกอบด้วยเสียงของพรรคประชาชน/พรรคภูมิใจไทย/สว. รวม 21 เสียง ที่ต้องการตัด ส... ออก ทำให้ ส...ถูกตัดทิ้งจากการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

พยัคฆ์น้อยเห็นความเคลื่อนไหวของพรรคประชาชน พรรคที่มี สส. มากที่สุดในสภาต้องการให้เร่งแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยคนกลาง คือ สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (...) มาแต่ไหนแต่ไร

แต่หลายคนก็เป็นห่วงเกี่ยวกับความสลับซับซ้อนในการได้มาซึ่ง ส.ส.ร.ระดับจังหวัด และสภาที่ปรึกษาการยกร่าง ในรูปแบบของพรรคประชาชน ซึ่งสุดท้ายแล้วแนวทางของพรรคประชาชนจะไม่ผ่านด่าน “ศาลรัฐธรรมนูญ” แล้วมาจบที่ “ส.ส.ร.สีน้ำเงิน” แต่ไป ๆ มา ๆ ส.ส.ร.กลับถูกตัดทิ้งจากการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

สรุปคือพรรคประชาชนผลักดันให้มี “ส.ส.ร.” ไม่สำเร็จ! เหมือนราคาคุย! ซึ่งไม่รู้ว่าด้วยเหตุผลอันใด? “มั่ว” จนไม่มีใครเอาด้วย? หรือว่า “ทำงานไม่เป็น”

กรณี “ส.ส.ร.” ถูกตัดทิ้งจากการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ มาที่กรณี “ฮั้ว สว.” หรือคดีอั้งยี่-ฟอกเงิน ที่อยู่ในความรับผิดชอบของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ)

ดีเอสไอยุคก่อนรัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล ได้รับเรื่องร้องเรียนมากมาย เกี่ยวกับพฤติการณ์อันฉ้อฉลของคนกลุ่มใหญ่ ที่มีการวางแผนกันอย่างเป็นขั้นเป็นตอน มีการแบ่งแยกหน้าที่กันทำ มีการรวมกลุ่มนัดหมายตามสถานที่ต่าง ๆ เพื่อให้ได้มาซึ่งสว.โดยมิชอบด้วยกฎหมาย เพื่อกินรวบประเทศไทย ด้วยการยึดสภาบน (สว.) ซึ่งไม่ต่างอะไรกับการทำรัฐประหาร

พูดง่าย ๆ ว่า “ดีเอสไอ” ดำเนินการสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน ทั้งหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์พยานแวดล้อม พยานบุคคล เพื่อเอาผิดกับคนกลุ่มนี้จากพฤติการณ์ที่ได้กระทำก่อนเข้ามาเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ หรือก่อนเข้ามาเป็น สว. เหมือน ๆ กับการทุจริตสอบเข้ารับราชการ

แต่พอเปลี่ยนรัฐบาล! เปลี่ยนตัว รมว.ยุติธรรม เท่านั้นแหละ! วันก่อนมี พยานในคดีฮั้ว สว. ได้ยื่นหนังสือถึงอธิบดีดีเอสไอ เพื่อขอกลับคำให้การโดยอ้างว่าคำให้การก่อนหน้านี้ เกิดจากการถูกพนักงานสอบสวนข่มขู่ บังคับ ให้กล่าวเท็จปรักปรำพรรคการเมืองที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับฮั้ว สว. โดยใช้โพยฮั้วเพื่อกำหนดคะแนนล่วงหน้าให้การเลือก สว. เป็นไปโดยไม่สุจริตและไม่เที่ยงธรรม

นี่แหละ “พยัคฆ์น้อย” จึงต้องโยนความผิดพลาดไปให้พรรคประชาชน ที่ปฏิเสธการบริหารประเทศ แต่กลับลงทุนแบก 143 สส. และปาร์ตี้ลิสต์กว่า 14 ล้านคะแนน ไปสนับสนุนนายอนุทินหัวหน้าพรรคอันดับ 3 เป็นนายกรัฐมนตรี แล้วนายกฯ ก็แต่งตั้งอดีตนายตำรวจจาก จ.บุรีรัมย์ มาเป็น รมว.ยุติธรรม มีอำนาจหน้าที่กำกับ “ดีเอสไอ” แล้วจู่ๆ พยานกรณีฮั้วสว. ก็โผล่ออกมาจากหลุมทันที

เพราะประชาชนส่วนใหญ่ เลือกคนของพรรคประชาชน (ก้าวไกล) มาเป็นสส. เพื่อเป็นรัฐบาลบริหารประเทศ แต่ สส.เหล่านี้กลับมาดันนายอนุทินเป็นนายกฯ เอาไว้ขี่คอตัวเอง!!.

พยัคฆ์น้อย

คลิกอ่านบทความทั้งหมดได้ที่นี่