แนวทางเรื่องนี้ทาง พญ.โชษิตา ภาวสุทธิไพศิฐ จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น กรมสุขภาพจิต ได้ให้คำแนะนำผ่านชุดข้อมูลที่เผยแพร่โดย ศูนย์ช่วยเหลือเด็กและเยาวชนในภาวะวิกฤติ กสศ. ที่พ่อแม่และผู้ปกครองสามารถนำไปใช้เพื่อเป็นแนวทางเบื้องต้นไว้ ดังนี้
1.ปกป้องเด็กเล็ก (ก่อนวัยเรียนถึงชั้นประถมต้น) จากข่าวสารที่มีเนื้อหารุนแรงกระทบกระเทือนจิตใจ
2.กรณีที่เด็กได้รับข่าวสารเหตุการณ์แล้วเกิดสภาวะตกใจ สะเทือนใจ ให้เลี่ยงการดูภาพหรือข่าวเหตุการณ์
3.หลีกเลี่ยงการรับฟังหรือบอกเล่าเร่องราวของเหตุการณ์ซ้ำ ๆ จากคนใกล้ตัว เนื่องจากการยิ่งรับฟังหรือได้รับฟังข่าวสารมากเกินควร จะยิ่งสร้างให้เกิดอารมณ์ด้านลบ ความรู้สึกกดดัน
4.หลีกเลี่ยงการที่คนในครอบครัวเป็นผู้รับ หรือส่งต่อข่าวสารภาพเหตุการณ์จากสื่อทุกประเภท
5.กรณีเด็กโต ถ้าความกลัวหรือตกใจไม่หายไป ผู้ปกครองควรนั่งพูดคุยถึงความรู้สึกหลังเห็นข่าวสารเหตุการณ์ เพื่อตรวจสอบว่าเด็กกำลังอยู่ในสภาวะอารมณ์อย่างไร
6.สร้างพื้นที่ปลอดภัย พ่อแม่ผู้ปกครองสามารถมีบทบาททำให้เด็กรู้สึกปลอดภัยได้เพิ่มขึ้น โดยสร้างพื้นที่พิเศษภายในบ้าน หรือในครอบครัว ด้วยการบอกว่าเราจะอยู่กับตัวเขาตรงนั้นเสมอ เพื่อให้เด็กรับรู้ว่าบ้านยังคงเป็นพื้นที่ปลอดภัย
7.ทำกิจกรรมเล็ก ๆ น้อย ๆ เพื่อช่วยให้เด็กรู้สึกปลอดภัยขึ้น เช่น ร้องเพลง เล่านิทาน ทำกิจกรรมร่วมกันในครอบครัว
8.โอบกอด เป็นวิธีแสดงออกง่ายที่สุด ให้เด็กรับรู้ถึงความรัก ความห่วงใย และสร้างความปลอดภัยในใจให้เด็ก
(ข้อมูล : พญ.โชษิตา ภาวสุทธิไพศิฐ / ศูนย์ช่วยเหลือเด็กและเยาวชนในภาวะวิกฤติ กสศ.)



