เป็น 1 ใน 4 เส้นทางรถไฟฟ้า ที่กรมการขนส่งทางราง (ขร.) กำหนดไว้ในแผนแม่บทรถไฟฟ้าในกรุงเทพฯและปริมณฑลฉบับที่ 2 หรือ M-Map 2 กลุ่ม A1 เส้นทางที่มีความจำเป็นเร่งด่วนและพร้อมดำเนินการทันที สำหรับรถไฟฟ้าสายสีน้ำตาลช่วงแคราย-ลำสาลี(บึงกุ่ม) ระยะทาง 22.10 กม.ของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย(รฟม.)

ส่วนอีก 3 เส้นทางเป็นรถไฟชานเมืองสายสีแดง(รถไฟฟ้าสายสีแดงส่วนต่อขยาย) 1.ช่วงรังสิต-มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์(มธ.) ศูนย์รังสิต 2.ช่วงตลิ่งชัน – ศาลายา 3. ช่วงตลิ่งชัน-ศิริราช ที่มัดรวมเป็นสายเดียวกันช่วงศิริราช-ตลิ่งชัน-ศาลายา ของการรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.)

รฟท.ประกาศประกวดราคาจ้างก่อสร้างแล้วทั้ง 2 โครงการ กำหนดยื่นข้อเสนอราคาวันที่ 29 ธ.ค. 2568 คาดหมายจะได้ผู้ชนะประมูลก่อสร้างทั้ง 2 โครงการภายในเดือน ม.ค.2569 /เดือน ก.พ.-มี.ค.2569 จะลงนามสัญญา และออกหนังสือแจ้งให้เริ่มงาน(NTP) ก่อสร้างทันที กำหนดก่อสร้างไม่เกิน 1,080 วัน หรือประมาณ 3 ปี เปิดบริการทั้ง 2 โครงการเดือนมี.ค. 2572 ……เหลือสายสีน้ำตาลเป็นเส้นทางสุดท้ายของกลุ่มA1

โครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำตาลช่วงแคราย-ลำสาลี(บึงกุ่ม) ระยะทาง 22.10 กม. วงเงินลงทุนกว่า 4 หมื่นล้านบาท เป็นรถไฟฟ้ารางเดี่ยว(โมโนเรล) โครงสร้างเป็นทางยกระดับตลอดเส้นทางมี 20 สถานี แนวเส้นทางเริ่มต้นจากแยกแครายไปตามแนวถนนงามวงศ์วาน จนถึงแยกบางเขน แล้วข้ามถนนวิภาวดีรังสิตไปตามแนวถนนประเสริฐมนูกิจ ผ่านแยกฉลองรัช ยาวไปจนถึงแยกนวมินทร์ เลี้ยวลงทางทิศใต้ไปตามแนวถนนนวมินทร์ จนถึงแยกลำสาลี

โครงสร้างขนานกับทางพิเศษ(ทางด่วน) ขั้นที่ 3 สายเหนือของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย(กทพ.) เป้าหมายเดียวกันคือเชื่อมโครงข่ายการเดินทางระหว่างกรุงเทพฯฝั่งตะวันออกและตะวันตก ผ่านหน้ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (มก.) เชื่อมต่อรถไฟฟ้าสีอื่นๆ 7 สาย ได้แก่
สายสีม่วง และสายสีชมพู ที่สถานีศูนย์ราชการนนทบุรี
สายสีส้ม และสายสีเหลือง ที่สถานีแยกลำสาลี
สายสีแดง ที่สถานีบางเขน
สายสีเขียว ที่สถานีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
สายสีเทา ที่สถานีต่างระดับฉลองรัช
คาดว่าปีแรกในการเปิดบริการจะมีผู้โดยสารประมาณ 2 แสนคนต่อวัน

ม.เกษตรศาสตร์ฯ ประกาศต้านการก่อสร้างทางด่วนมาเกือบ 30 ปีแล้ว ไม่เห็นด้วยที่จะเพิ่มปริมาณรถ และเป็นกังวลปัญหามลพิษ แต่สนับสนุนรถไฟฟ้าสีน้ำตาลที่เป็นระบบขนส่งมวลชน โดยเรียกร้องให้ภาครัฐเร่งรัดโครงการ แล้วทำไม??ยังไม่ก่อสร้างรถไฟฟ้าสีน้ำตาล….
โครงการรถไฟฟ้าสีน้ำตาลผ่านความเห็นชอบจากกรรมการ(บอร์ด) รฟม. ตั้งแต่วันที่ 18 พ.ค. 2566 พร้อมเสนอกระทรวงคมนาคม นำเสนอคณะรัฐมนตรี(ครม.) พิจารณาเห็นชอบ วางแผนก่อสร้างปี2568 เปิดบริการปี 2571

แต่ช่วงปี 2567 กระทรวงคมนาคม ตีเรื่องกลับให้รฟม. ทบทวน และปรับปรุงผลการศึกษา ออกแบบ เอกสารประกวดราคา และรายงานการศึกษาและวิเคราะห์โครงการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน(PPP) โครงการฯ โดยให้พิจารณาเรื่องนโยบายค่าโดยสารรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสายเตามนโยบายนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.คมนาคม และรัฐบาลเพื่อไทย


พอพิจารณาใกล้เสร็จ เปลี่ยนรัฐบาลเป็นพรรคภูมิใจไทย นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว. คมนาคม ยกเลิกรถไฟฟ้า 20 บาท มาใช้นโยบายรถไฟฟ้าเหมาจ่าย 40 บาท รวมทั้งให้รฟม.เป็นผู้บริหารจัดการโครงการรถไฟฟ้าแบบองค์รวม(Single Ownership) ที่จะซื้อคืนรถไฟฟ้าจากเอกชนทั้งหมด โดยผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก(คจร.) แล้วเมื่อวันที่ 3 ธ.ค.2568 รอเสนอครม.เห็นชอบ ทำให้การปรับปรุงผลการศึกษากลับไปกลับมาตามนโยบายการเมือง กระทั่งรัฐบาลยุบสภา จึงต้องรอความชัดเจนของนโยบายรัฐบาลใหม่

ขณะเดียวกันยังมีเรื่องการปรับแบบก่อสร้างให้สอดคล้องกับทางด่วนที่กลับมาทบทวนผลการศึกษาใหม่ที่จะใช้เวลาอีก1ปีครึ่ง-2ปี ว่าจะเป็นทางด่วนยกระดับ อุโมงค์ทางด่วน หรือใช้แนวถนนในปัจจุบันกั้นช่องจราจรและพัฒนารูปแบบเป็นทางด่วน ซึ่งต้องปรับแบบให้ชัดเจน อาทิ ช่วงตลาดหัวมุม ใกล้จุดตัดทางด่วนฉลองรัช ช่วงข้ามแยกพงษ์เพชร และช่วงข้ามถนนวิภาวดีรังสิต โดยบริเวณเหล่านี้มีพื้นที่ค่อนข้างจำกัด เพื่อให้สอดรับกัน เพราะส่งผลกระทบเรื่องต้นทุนค่าก่อสร้างโครงการเพิ่มขึ้นด้วย

รฟม.วางแผนไว้ว่า ช่วงเดือน ธ.ค.2568-ม.ค.2569 จะประสานหารือกับ กทพ. ปรับแบบให้เหมาะสมและหาข้อสรุป ระหว่างรอความชัดเจนนโยบายของรัฐบาลชุดใหม่ จากนั้นเมื่อได้รัฐบาลใหม่ จะเสนอบอร์ด รฟม. กระทรวงคมนาคม หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และครม.พิจารณาอนุมัติโครงการฯภายในปี 2569 หากได้รับความเห็นชอบจะเปิดประมูลปลายปี 2569 เปิดบริการได้ประมาณปี 2573
เมื่อโครงการไม่ได้อิสระจากนักการเมือง และมีนโยบายต่างขั้ว รถไฟฟ้าสีน้ำตาลจึงวนอยู่ที่เดิมไปไม่ถึงม.เกษตรฯ
……………………………………………….
นายสปีด
***ห้ามคัดลอกเนื้อหาและภาพในบทความนำไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต



