ใกล้จะสิ้นปี 2568 แล้ว คอหนังหลาย ๆ ท่านคงจะหาหนังสนุก ๆ ดูในช่วงหยุดยาว “ดูหนังกับหมี” จึงขอแนะนำหนังไทยสาฮาน้ำตาไหล “ดีว่า..ราวี” จากค่าย GDH โดยเรื่องนี้เป็นแนว คอมเมดี้-มิวสิคัล ฝีมือผู้กำกับ เติ้ล-กิตติภัค ทองอ่วม (ผู้กำกับจาก ไดอารี่ตุ๊ดซี่ส์) ที่ใช้เวลาบ่มเพาะบทนานถึง 6 ปี พร้อมทีมนักแสดงมากความสามารถ แจ็คกี้-ชาเคอลีน มึ้นช์ รับบท ปลายฝัน ตัวแม่ผู้พยายามคัมแบ็ก , ปิงปอง-ธงชัย ทองกันทม รับบท พิตต้า พี (แก๊งตาคลี), นินิว-เพชรด่านแก้ว รับบท ไลลา (แก๊งตาคลี), นุนิว-ชวรินทร์ เพริศพิริยะวงศ์ รับบท คอปเตอร์ ศิลปิน GEN Z, เก่ง-หฤษฎ์ บัวย้อย รับบท อเล็กซ์ คิม ศิลปินหนุ่มเกาหลีใต้ และ บ๊อบบี้-นิมิตร ลักษมีพงศ์ รับบท ป้ากบ ผู้จัดการส่วนตัว

เรื่องย่อ ดีว่า..ราวี” เรื่องราวของ “ปลายฝัน มาร์กาเร็ต เฮง” (รับบทโดย แจ็คกี้ ชาเคอลีน) อดีตนักร้องตัวแม่ หรือ “ดีว่า” ระดับตำนานจากยุค 90 เจ้าของสถิติยอดขาย 2 ล้านตลับ ที่หายหน้าไปจากวงการนานปี แต่เมื่อเธอต้องการจะกลับมาทวงบัลลังก์ในยุคปัจจุบันที่โลกหมุนไปไกลแล้ว เธอจึงต้องทำทุกวิถีทางเพื่อ “แย่งชิงแสง” และโหนกระแสศิลปินรุ่นใหม่ สถานการณ์บานปลายกลายเป็นสงครามประสาทและการฟาดฟันกันในงานแถลงข่าวคอนเสิร์ตครั้งสำคัญ จนเดือดร้อนถึงศิลปินระดับอินเตอร์ที่ต้องเข้ามาพัวพันในความวายป่วงนี้

จุดแข็ง หนังใช้สูตรสำเร็จของแนวคอมานดี้-ดราม่าแบบมีจังหวะ โดยช่วงครึ่งแรกคือการ สาดมุกแบบไม่ยั้ง มีทั้งการจิกกัดวงการบันเทิงไทย ตั้งแต่ระบบเส้นสาย การปั่นยอดวิว ไปจนถึงวัฒนธรรมแฟนคลับ (Fandom) บทหนังมีคำคมและศัพท์กะเทย ศัพท์แสลงโซเชียล ทำให้คนดูหัวเราะได้ตลอด ขณะที่การแสดงของ “แจ็คกี้ ชาเคอลีน” ถ่ายทอดความเป็น “ตัวแม่ตกกระป๋อง” ได้อย่างน่าหมั่นไส้ แต่ก็น่าสงสารในเวลาเดียวกัน เธอแสดงให้เห็นถึงความพยายามที่จะ ‘Young’ ในโลกที่เธอไม่เข้าใจได้ดีมาก ในส่วนของ “นุนิว ชวรินทร์” เป็นเซอร์ไพรส์ของเรื่อง “นุนิว” ไม่ได้มาแค่ขายความน่ารัก แต่โชว์ศักยภาพการแสดงที่นิ่งและลึกขึ้น โดยเฉพาะฉากที่ต้องปะทะอารมณ์กับ “แจ็คกี้” และทักษะการร้องเพลงในเรื่องคือระดับเทพ

สำหรับงานดนตรี เนื่องจากเป็นหนังมิวสิคัล งานภาพจึงมีความจัดจ้าน (Colorful) สูงมาก คอสตูมของแจ็คกี้ในเรื่องคือเปลี่ยนทุก 5 นาที และอลังการระดับรันเวย์ เพลงประกอบซึ่งเพลงหลักของเรื่องที่ชื่อว่า “ดีว่า..ราวี” ฟังแล้วติดหู มีการผสมผสานบีทแบบยุค 90 เข้ากับดนตรีสมัยใหม่ได้อย่างลงตัว และสิ่งที่สำคัญที่ของแนวคิดที่ได้จากหนังเรื่องนี้ก็คือ แม้หนังจะทำให้พวกเราหัวเราะลั่นเบาะ แต่หนังก็ยังตั้งคำถามสำคัญกับคนดูว่า “เราจะยอมรับการร่วงโรยอย่างสง่างามได้อย่างไร?” หนังไม่ได้เชิดชูแค่คนรุ่นใหม่ แต่ก็ไม่ได้ทอดทิ้งคนรุ่นเก่า แต่มันคือการหา “จุดร่วม” เพื่ออยู่ร่วมกันในสังคมที่ต่างวัย

จุดอ่อน หนังแทบไม่มีจุดอ่อนเลย เพียงแต่พาร์ทกลางเรื่อง ไปใช้เรื่องความรักและปมดราม่าครอบครัวเข้ามาเกี่ยวโยง จนเกิดความเนือยและอืด อาจจะทำให้จังหวะความสนุกดรอปลงไปมาก ก่อนจะถึงช่วงพีคในตอนท้าย

4/5 กะโหลก เป็นหนังที่รวมเอา “ลายเซ็น” ของผู้กำกับ เติ้ล กิตติภัค มาไว้อย่างครบถ้วน ทั้งความจิกกัด ความเล่นใหญ่ และความซึ้งแบบไม่ทันตั้งตัว ดูแล้วอบอุ่นหัวใจคุ้มค่าตั๋วแน่นอน.

คอลัมน์ : ดูหนังกับหมี
โดย : แพนด้าอ้วน

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก GDH