ในปี 2568 ที่กำลังจะผ่านพ้นไป มีหลากเรื่องราวเกิดขึ้นในสังคม ขณะเดียวกันถ้าโฟกัสในอีกแง่มุมของผู้หญิงรุ่นใหม่ที่ทำงานในหลากอาชีพ พวกเธอล้วนเปี่ยมด้วยพลัง ที่มาพร้อมกับการสร้างแรงบันดาลใจที่ดี “ทีมข่าวสตรีเดลินิวส์” ขอส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2569 ด้วยแง่มุมความคิดของ 2 ผู้หญิงรุ่นใหม่อย่าง คุณขนมจ้าง–ฑาทิม รักษะจิตร ดีไซเนอร์แห่งแบรนด์ ATELIER PICHITA และ คุณนุ่น–ณัชชานันท์ เลียงอรุณวงศ์ เจ้าของเพจสอนภาษาอังกฤษ “นุ่น English AfterNoonz” และพิธีกรมืออาชีพที่โดดเด่นในการดำเนินรายการด้วยภาษาอังกฤษในพิธีเปิดการแข่งขันซีเกมส์ 2025 เพื่อร่วมส่งต่อพลังงานและแรงบันดาลใจที่ดีในการก้าวเริ่มชีวิตในวันใหม่แห่งปีพุทธศักราชใหม่ต่อไป
ฑาทิม รักษะจิตร หรือ ขนมจ้าง ดีไซเนอร์แห่งแบรนด์ ATELIER PICHITA เล่าว่า เติบโตในครอบครัวที่มีคุณยายคือ ลำยงค์ บุณยรัตพันธุ์ เจ้าของห้องเสื้อและโรงเรียนสอนตัดเสื้อระพี และคุณแม่คือ คุณเจี๊ยบ-พิจิตรา บุณยรัตพันธุ์ ที่เป็นดีไซเนอร์ นำผ้าไทยมาสร้างสรรค์เป็นเสื้อผ้า และการก้าวสู่อาชีพดีไซเนอร์เริ่มขึ้นเมื่อ10 กว่าปี ชุดแรกที่ออกแบบคือ การนำผ้าทางอีสานมาทำเพื่อช่วยคุณแม่ทำไปขายที่ฝรั่งเศส ปัจจุบันนี้มีหน้าที่รับผิดชอบออกแบบชุดยูนิฟอร์มให้กับองค์กรใหญ่ๆ เช่น โรสวูด กรุงเทพฯ โรสวูด ภูเก็ต โรงแรมวอลดอร์ฟ แอสโทเรีย กรุงเทพฯ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ และธนาคารออมสิน

คุณฑาทิม บอกถึงหลักการทำงานว่า ยึดสิ่งที่คุณแม่คือ คุณเจี๊ยบ-พิจิตรา บุณยรัตพันธุ์ ทำมาแล้วเป็นเอกลักษณ์หลักจะไม่ทอดทิ้ง เช่น ผ้าชาวเขา การใช้งานปัก การผสมผสานแพตช์ เวิร์ก (Patchwork) ทั้งนี้ในส่วนของแรงบันดาลใจในการออก แบบชุดยูนิฟอร์มที่รับผิดชอบ มองจากสิ่งแวดล้อมและวิธีการทำงาน เอกลักษณ์แต่ละองค์กร ผู้คนเป็นแนวทาง ต้องคำนึงถึงความเหมาะสมกับแบรนดิ้ง รูปร่าง ไลฟ์สไตล์ พอดีไซน์ต้องปรับให้คนที่สวมใส่ออกมาดูดี



“ต้องเรียกว่ามาถึงจุดนี้มีความสุขมาก ฑาทิมคิดว่ามาถูกทาง จากตอนแรกเราเป็นเหมือนเด็กคนหนึ่งที่ไม่ทราบว่าตัวเองจะต้องไปทางไหน ตอนแรกเคยอยากเป็นกราฟิกดีไซเนอร์ ชอบงานอาร์ตมากกว่า แต่ยังหาจุดยืนไม่ได้ แต่คุณแม่มีที่ตรงนี้ให้เราอยู่แล้ว แต่เราไม่เคยนึกถึง พอมาทำจริง ๆ เหมือนตอบโจทย์คือการดีไซน์ใช้อาร์ตที่เราเรียน แต่มาในแง่เสื้อผ้าในงานลักชัวรี
ตั้งแต่เด็กด้วยความที่คุณแม่ปล่อยให้เป็นตัวของตัวเองสูง มาก ถามว่าเราอยากได้ที่คนอื่นเขามีไหม เช่นของตามเทรนด์อยากนะ แต่คุณแม่จะใช้วิธีการที่ได้รับการถ่ายทอดมาจากคุณยาย เพราะสมัยนั้นคุณยายไม่ได้มีสตางค์มาก เลยบอกว่าถ้าอยากได้เจี๊ยบต้องทำเอง เป็นการสอนให้เราฝึกทำว่าทำอย่างไรจึงจะได้สิ่งของเหล่านั้นโดยทำเองประดิษฐ์ขึ้นมาเอง เราเริ่มมีความคิดใส่อะไรที่ไม่เหมือนคนอื่น เกิดความยูนีคขึ้นว่าสิ่งเหล่านี้เราชอบ ตอนนี้ต้องเรียนรู้ พัฒนาเรื่อย ๆ นอกเหนือจากการเป็นดีไซเนอร์คือการเป็นลีดเดอร์ชิพซึ่งเป็นหนึ่งอย่างที่ทางโรงเรียนสอนระดับหนึ่ง แต่ชีวิตจริงคือ ไลฟ์ เอ็กซ์พีเรียน ทำให้เราต้องพัฒนาตัวเองในทุกอย่างใหม่หมด” “ฑาทิมภูมิใจที่สุด เพราะว่าไม่ใช่แบรนด์แฟชั่นทุกแบรนด์จะมีเลกาซี่ เฮอริเทจเหมือนเรา การที่ฑาทิมเป็นเติร์ด เจเนอเรชัน ของ ATELIER PICHITA จะเห็นได้ชัดว่ามีเรื่องราวเล่าต่อจากคุณยาย คุณแม่และมาถึงฑาทิม นอกเหนือจากนั้นมีความเข้าใจคุณแม่มากขึ้น ในแง่ความเป็นตัวตนเขา มองจากคุณแม่เป็นอินสไปเรชันที่ใหญ่ที่สุดว่า ทำไมมีเอกลักษณ์แบบนี้ ซึ่งเราได้เห็นวิธีการทำงานของเขา เขาโชว์ให้เราเห็นว่า การทำงานของเขาไม่ใช่แค่อาร์ติสต์หนึ่งคน จริง ๆ เขาเป็นวูเมน ออฟ เพาเวอร์ ที่แกร่ง คุณยายก็เหมือนกัน ซึ่งทำให้ฑาทิมมองว่า อยากเป็นเอ็มเพาเวอร์ วูเมน เหมือนกันต่อยุคขึ้นมา ถ้าเป็นไปได้อยากทำเหมือนสองท่านที่ผ่านมาเหมือนกัน”
ณัชชานันท์ เลียงอรุณวงศ์ หรือนุ่น เล่าว่า เป็นคนช่างพูดช่างคุยตั้งแต่เด็ก ขณะเดียวกันคุณพ่อชอบพูดภาษาไทยคำอังกฤษคำและร้องเพลงภาษาอังกฤษให้ฟัง สร้างความบันเทิงในบ้าน พอโตขึ้นมาในช่วงเรียนมัธยมปลายหาตัวเองเจอว่า ชอบ “ภาษาอังกฤษ” ประกอบกับการเป็นคนช่างพูดช่างคุยและทำกิจกรรมของโรงเรียนตลอดมา เริ่มจริงจังในการเรียนภาษาอังกฤษแล้วนำไปแข่งพูดสปีช พอช่วงเรียนมหาวิทยาลัยเลือกเรียนด้านการสื่อสาร คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย


“หัวใจหลัก ๆ นุ่นชอบการสื่อสาร ภาษาอังกฤษ เป็นสะพานที่เราอยากจะบอกฝรั่งที่พูดภาษาไทยไม่ได้ ม.5 ตอนไปประกวดมิสทีนไทยแลนด์ ได้รับโอกาสเป็นพิธีกร ให้กองประกวดฯ และออกโรดโชว์ ช่วงเรียนมหาวิทยาลัย ปี 4 เป็นผู้ประกาศผู้สื่อข่าวโต๊ะต่างประเทศ ที่ช่อง 3 ออกมาเป็นฟรีแลนซ์อ่านข่าว ทำรายการวิทยุ ซึ่งสิบปีที่แล้ว ออนไลน์เพิ่งเริ่มขึ้น นุ่นเปิดเพจพูดไทยคำอังกฤษคำปนกัน คนดูเลยเดบิวต์เรียกติดปาก “ครูนุ่น” ตอนนี้นุ่นว่า งานพิธีกรเป็นนุ่นที่สุด และเป็นงานหลักที่ทำ

การทำหน้าที่พิธีกรในซีเกมส์ 2025 เหมือนเราได้เดบิวต์อีกรอบ ได้เปิดการมองเห็น ทั้งที่เราทำงานนี้มาตลอด 17 ปี รู้สึกว่าทุกอย่างสนุกขึ้นไปอีก นุ่นเก็บเป็นความรู้สึกดี ดีใจที่คนเห็นสิ่งที่เราตั้งใจมาก ๆ งานพิธีกรคือ การออกแบบการสื่อสาร การอยู่กับความรู้สึกของคนจริง ๆ มีดีเทลเยอะมาก อยู่ที่ว่าเราจะเลือกคำไหนพูด น้ำเสียงแบบไหนให้คนรู้สึกได้ น้ำหนักของภาษากายและน้ำเสียงต่าง ๆ ต้องไปแบบพอดีมาก ๆ ต้องดีไซน์การพูดที่จะทำให้เมสเสจถูกรับ ถูกจดจำในใจคนดู ให้ออเดียนซ์เขารู้สึกดี สนุกมีความสุข “นุ่นสร้างพลัง ความสุขให้ตัวเองก่อน พลังมาร้อยเราส่งไปร้อย ถ้าเราหน้าบู้ คนดูเราก็จะหน้าบู้ไปด้วย นุ่นเชื่อเรื่องพลังดี ๆ จะช่วยขับเคลื่อนชีวิต นุ่นค่อนข้างโก เอ็กซ์ตร้ามายด์ ตลอด เสียงในหัวสำคัญที่สุด ถ้าเราตั้งต้นมาดี รู้สึกดีกับตัวเอง ทุกอย่างที่เป็นเสียงในหัวจะขับเคลื่อนสิ่งดี ๆ ออกมา ตอนนี้นุ่นรู้สึกว่าแต่ละวันเราจะอยู่กับโมเมนต์นั้น ทำงานมีปัญหาแก้ปัญหา สติอยู่กับสิ่งนั้น ถ้ามีปัญหาก็แก้จบคือจบ ไม่เอามารุงรังในหัว เลือกโฟกัสแต่ละอย่างเช่น โมเมนต์ทำงานคือทำงาน โมเมนต์อยู่กับลูกคืออยู่กับลูก” คุณนุ่นทิ้งท้ายด้วยมุมมองการขับเคลื่อนตัวเองด้วยพลังแห่งการคิดดี.
ทีมสตรีเดลินิวส์



