ทั้งนี้ มีงานวิจัยที่สำรวจกลุ่มตัวอย่างเกี่ยวกับ “ปณิธานรับปีใหม่” ซึ่งพบว่ามีเพียงคนส่วนน้อยเท่านั้นที่ทำได้ตามที่ตั้งใจ ขณะที่คนส่วนใหญ่มักทำไม่ได้ตามที่ตั้งปณิธานไว้ โดยมีการวิเคราะห์และสะท้อนไว้น่าสนใจผ่าน “มุมจิตวิทยา” เกี่ยวกับ “สาเหตุ” ที่ทำให้คนส่วนใหญ่ “ทำตามปณิธานไม่สำเร็จ” ซึ่ง ณ ที่นี้ทาง “ทีมสกู๊ปเดลินิวส์” จะสะท้อนต่อข้อมูล…

“สาเหตุ” ที่คนส่วนใหญ่ “ทำไม่สำเร็จ”

“ตั้งปณิธานรับปีใหม่” แต่ก็ ทำไม่ได้” 

เรื่องนี้ “เกิดจากปัจจัยใด?” มาดูกัน…

เกี่ยวกับอุปสรรค หรือ “สาเหตุ-ปัจจัย” ที่ทำให้คนจำนวนไม่น้อย “ทิ้งปณิธานปีใหม่” ทั้งที่เคยตั้งใจตั้งเป้าหมายไว้นั้น… เรื่องนี้ ดร.วิทสินี บวรอัศวกุล อาจารย์ประจำแขนงวิชาจิตวิทยาอุตสาหกรรมและองค์การ คณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้วิเคราะห์และสะท้อนไว้ผ่านทางบทความชื่อ “กลยุทธ์สู่การประสบความสำเร็จในปณิธานปีใหม่” โดยได้ชี้ไว้ว่า… สาเหตุที่คนส่วนใหญ่ “ทำไม่ได้ตามที่ปรารถนา-ตามที่ตั้งปณิธาน” นั้น…มี ปัจจัยสำคัญต่าง ๆ อาทิ… เป้าหมายไม่ชัดเจน ขาดแผนการรองรับ และจากการ ขาดระบบจัดสรรที่ดี ที่จะนำไปสู่เป้าหมาย หรือปณิธานที่ได้ตั้งใจไว้…

ทำให้ “หมดแรงจูงใจ-หมดกำลังใจ”

ผ่านปีใหม่ได้ไม่นาน…ก็ “ไม่สานฝัน”

ทั้งนี้ ดร.วิทสินี อาจารย์คณะจิตวิทยา จุฬาฯ ระบุถึง “ความสำคัญของปีใหม่ในการตั้งปณิธาน” ไว้ว่า… ปีใหม่ถือเป็นโอกาสที่ดีในการตั้งความแน่วแน่ ที่เราควรใช้ช่วงจังหวะเวลานี้ทำการตั้งเป้าหมายที่สำคัญ เพราะช่วง “เทศกาลปีใหม่” นั้นนอกจากเป็นช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลองแล้ว ช่วงเวลานี้ยังเป็น “ช่วงเวลากระตุ้นที่สำคัญ” ที่ทุก ๆ คนมักจะรับรู้ถึงสิ่งใหม่ ๆ หรือเป็น “ช่วงเวลาแห่งการตั้งความหวัง” คนส่วนใหญ่จึงมักเกิดความตั้งใจใหม่ ๆ ในช่วงนี้ ทำให้ช่วงปีใหม่เป็นช่วงเวลาที่เราจะสะท้อนความตั้งใจของตัวเอง หรือคิดถึงสิ่งที่อยากพัฒนาต่อไปในอนาคต รวมถึงการสร้างแรงบันดาลใจให้กับตนเองด้วย…

เป็นช่วงเริ่มต้นใหม่อย่างสดชื่น-สดใส

เพื่อที่จะเริ่มชีวิตบทใหม่ ๆ ให้ตัวเอง

อย่างไรก็ตาม แม้ “ช่วงปีใหม่” จะเป็นช่วงที่ “นิยมตั้งปณิธาน”กัน แต่ก็อาจทำได้ไม่สำเร็จ เพราะยังขาดความเข้าใจเกี่ยวกับการตั้งเป้าหมาย ซึ่งทาง ดร.วิทสินี ก็ได้แนะนำไว้ด้วย ถึง “หลักการตั้งเป้าหมายที่ดี” โดยได้แนะนำไว้ดังนี้คือ… 1.มีความเฉพาะเจาะจง และเห็นภาพชัดเจนถึงเป้าหมาย, 2.วัดความสำเร็จได้ ทั้งระหว่างทำและเมื่อเป้าหมายสำเร็จ, 3.มีความท้าทาย โดยต้องไม่ง่ายเกินไป แต่ก็ไม่ยากเกินไปจนหมดกำลังใจ, 4.มีความสำคัญเฉพาะ หรือเป็นคุณค่ากับตัวเรา และ 5.มีการกำหนดเวลา ในการไปสู่เป้าหมายที่ตั้งใจไว้ …เหล่านี้เป็นหลักการตั้งเป้าหมายที่ดี…ที่ “มีลุ้นที่จะไปถึงเป้าได้”

แต่…ก็ต้องมี “วิธีทำให้ปณิธานสำเร็จ” ด้วยซึ่งอาจารย์ท่านดังกล่าวแนะนำไว้ว่า… ประกอบด้วยแนวทางต่าง ๆ ได้แก่… “เริ่มต้นจากอะไรเล็ก ๆ” แม้ฝันของเราจะใหญ่ก็ตาม โดยปณิธานนั้นเปรียบได้กับการลงวิ่งมาราธอน ซึ่งเราอาจค่อย ๆ เริ่มเรียนรู้จังหวะการวิ่งของตัวเอง จากนั้นจึงค่อย ๆ พัฒนาไป จนพัฒนากลายเป็นการวิ่งมาราธอนที่ทำเวลาได้ดีตามที่เราได้ตั้งใจไว้, “สร้างลักษณะนิสัยใหม่” ด้วยการมีระเบียบวินัยกับตัวเอง เปรียบดั่งเริ่มซ้อมวิ่งทุกวันในเวลาเดิม เป็นเวลาเท่าเดิม

“อิงสิ่งที่สนับสนุนตัวเรา” นี่ก็ช่วยได้เช่น แชร์ความตั้งใจกับเพื่อน ๆ หรือชวนเพื่อนที่มีปณิธานเหมือนกันเริ่มต้นทำจากเล็ก ๆ น้อย ๆ จนเป็นนิสัย และอีกแนวทางคือ “รู้จักให้รางวัลตัวเอง” เช่น ชมตัวเอง รวมถึงส่งคำชมไปยังเพื่อนที่กำลังพัฒนาตนเองไปสู่เป้าหมายเช่นเดียวกับเรา และเราเองก็ควรจดบันทึกว่า…ตอนนี้เราพัฒนาได้ถึงไหน หรือต้องปรับเปลี่ยนแผนอย่างไรบ้าง รวมถึงต้องเรียนรู้อะไรเพิ่มหรือไม่ เพื่อจะก้าวสู่เป้าหมายหรือปณิธานที่ตั้งใจไว้ให้สำเร็จหรือเกิดขึ้นได้จริง โดยสิ่งนี้ต้องสัมพันธ์กับลักษณะเป้าหมายที่ตั้งไว้และลักษณะของตัวเราเองด้วย …นี่เป็นแนวทางที่อาจารย์คณะจิตวิทยาแนะนำไว้

เป็น “หลักวิธีในการทำตามปณิธาน”

น่าสนใจ…รวมถึงกับ “ปณิธานปีใหม่”

ทั้งนี้ ดร.วิทสินี บวรอัศวกุล ยังทิ้งท้ายไว้ในบทความที่เผยแพร่ในเว็บไซต์คณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยอีกด้วยว่า… หากเรา มี Growth mindset ที่ดี ประสบการณ์ที่เราได้จะทำให้เราเรียนรู้ พร้อมพัฒนา และ อยากลงมือทำให้เป้าหมายหรือปณิธานที่ตั้งใจไว้สำเร็จ แต่ในทางกลับกัน หากเรา มี Fixed mindset ก็มักจะชอบตัดสินตนเองว่าเราไม่สามารถทำได้ เราทำไม่ได้ สุดท้ายก็ มักจะล้มเลิกความตั้งใจหรือลดเป้าหมายของตัวเองลง ดังนั้น “ที่สำคัญคือ…ขยับความคิดใหม่” โดยค่อย ๆ พยายาม ค่อย ๆ เรียนรู้ไป …นี่ก็เป็นคำแนะนำอีกส่วนที่น่าสนใจในการ “ทำตามปณิธานที่ตั้งไว้”

เรื่องนี้ “มีหลักวิธีช่วยให้ไม่ล้มเลิกไป”

และ “มีทริคทำให้สำเร็จตามปณิธาน”

ทั้ง “ในปีใหม่ 2569 นี้ และทุก ๆ ปี”.

ทีมสกู๊ปเดลินิวส์