ทั้งนี้ เรื่องทางการเมืองกรณีนี้ก็ถือเป็น “ปรากฏการณ์สังคม” และน่าติดตามดู โดยเฉพาะประเด็นที่ว่า “บุคลิกดีหน้าตาดี” หรือ “หล่อสวย” นั้น…จะ “มีผลกับการเลือกตั้งปี 2569 นี้แค่ไหน??” ขณะที่เรื่องนี้ในกรณีที่ไม่ใช่ในทางการเมืองนั้น ก็มีประเด็น “ปุจฉาคาใจ” มานาน ทั้งในต่างประเทศ และรวมถึงในประเทศไทย…

มีปุจฉาสิทธิพิเศษคนหน้าตาดี??”

ภาษาอังกฤษใช้คำว่าบิวตี้พรีวิเลจ”

อนึ่ง กรณี “คนนิวเจนโดดสู่ถนนการเมือง” ที่มีกระแสล่าสุด…ก็น่ารอดูว่าผลจะอย่างไรกันบ้าง?? ขณะที่ในภาพรวม ๆ เรื่อง“หน้าตาดีมีสิทธิพิเศษอะไรหรือไม่??”ที่ไม่ใช่ในทางการเมืองเรื่องนี้ “ก็น่าพิจารณา” โดยในไทยเรื่องนี้ก็มีกระแสปุจฉาอื้ออึงอยู่เนือง ๆ เกิดกระแสอื้ออึงอยู่บ่อย ๆ จากการที่มีการมองอย่างคาใจว่า “คนหน้าตาดีมักจะได้รับสิทธิพิเศษ??” มากกว่าคนอื่น ๆ ที่ไม่ได้มีหน้าตาหล่อเหลาหรือสะสวย ซึ่งเรื่องนี้กรณีนี้ “ในสังคมไทยก็เกิดเป็นประเด็นถกเถียงกันอยู่บ่อยครั้ง!!”และถึงขั้นเคยมีการ “เรียกร้อง” ให้“เลิกให้สิทธิพิเศษ” กรณี “บิวตี้พรีวิเลจ” เนื่องเพราะหลาย ๆ คนมองว่า…

คนหน้าตาดี” นั้น “มักได้สิทธิพิเศษ”

ที่เพิ่มดีกรี “ไม่เท่าเทียมเหลื่อมล้ำ!!”

ทั้งนี้ สำหรับคำภาษาอังกฤษ “บิวตี้พรีวิเลจ (Beauty Privilege)” ซึ่งเมื่อแปลเป็นไทยที่ให้ความหมายได้ใกล้เคียงมากที่สุดก็ประมาณว่า “สิทธิพิเศษของคนหน้าตาดี” นั้น… เกี่ยวกับคำ ๆ นี้ในเมืองไทยเคยเกิดเป็น “ปุจฉาอื้ออึง??” ขึ้น จากการที่มีหลาย ๆ คนได้ออกมาตั้งคำถามเกี่ยวกับเรื่องนี้ หลัง หลาย ๆ คนมีความรู้สึกว่าไม่ค่อยได้รับโอกาสเท่าเทียมคนรูปร่างหน้าตาดีที่มักจะได้สิทธิพิเศษกว่าคนทั่ว ๆ ไป??โดยหลาย ๆ คนที่หน้าตาไม่ได้สวยหล่อ “ไม่ได้มีรูปเป็นทรัพย์” รู้สึกเหมือนเป็น “กลุ่มคนตกขอบ” ที่มักไม่ได้รับโอกาสเท่าเทียม เมื่อเทียบกับคนรูปร่างหน้าตาดี…ที่มักจะได้สิทธิพิเศษ??

และจากปรากฏการณ์นี้…ที่ปัจจุบันนี้ก็ยังคงมีกระแสปุจฉาอยู่บ่อย ๆ… “ทีมสกู๊ปเดลินิวส์” จึงอยากชวนพลิกแฟ้ม-ชวนดู “มุมสะท้อน” กรณี “บิวตี้พรีวิเลจ-สิทธิพิเศษของคนหน้าตาดี” ในภาพรวม ๆ กันอีกครั้ง ทั้งนี้ จากการที่ในสังคมไทยเคยเกิด “ดราม่าร้อน” เกี่ยวกับเรื่องนี้ ทาง จะเด็จ เชาวน์วิไล ผู้อำนวยการมูลนิธิหญิงชายก้าวไกล เคยสะท้อนแง่มุมกรณีนี้ผ่าน “ทีมสกู๊ปเดลินิวส์” ไว้ว่า… เรื่องนี้ในสังคมไทย “ถกเถียง” กันมากขึ้นเรื่อย ๆ หลังผู้คนเริ่มตั้งคำถามว่า “ทำไมคนหน้าตาดีมักจะได้สิทธิประโยชน์??”หรือ “ทำไมคนหน้าตาดีมักจะได้การยอมรับมากกว่า??” เมื่อเทียบกับคนหน้าตาธรรมดา

ที่สำคัญ “ไม่ได้เกิดแค่ในบางวงการ”

หากแต่ “สามารถเกิดขึ้นในทุกวงการ”

ทาง จะเด็จ ยังได้สะท้อนถึงเรื่องนี้ไว้ต่อไปว่า… เรื่องของ “ความไม่เท่าเทียมด้านรูปร่างหน้าตา” นั้น ในเมืองไทยเป็นเรื่องที่ “มีการปลูกฝังกันมาตั้งแต่ระดับโรงเรียน??” จนทำให้เกิด “ค่านิยมที่ยึดติดอยู่กับภาพลักษณ์ภายนอก” เช่น หน้าตา รูปร่าง ซึ่งทำให้ คนที่หน้าตาดี หล่อ สวย มักจะได้รับโอกาสไปสู่เส้นทางที่ดีกว่าคนอื่น ๆ ที่ไม่ได้หล่อสวยเหมือนกับคน ๆ นั้น และแม้ปัจจุบันนี้ก็ถือว่า ในสังคมไทยเริ่มมีการ “ตื่นตัวถึงสิทธิความเท่าเทียมกันโดยไม่แบ่งแยก” เพิ่มขึ้น “มีการหันมาส่งเสริมค่านิยมเรื่องความเก่งความดี”แต่ทว่า…แม้สถานการณ์ปัจจุบันเปลี่ยนแปลงไป หากแต่…

ก็มิใช่ว่าจะสิ้นค่านิยมเดิม ๆ” ที่เคยมี

คนหน้าตาดี” นั้น “ยังมักมีสิทธิพิเศษ”

ทั้งนี้ ทาง ผอ.มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล ยังได้เคยสะท้อนถึงกรณีที่สังคมไทยเกิดกระแส “ถกเถียง” เกี่ยวกับเรื่อง “บิวตี้พรีวิเลจ” นี้ไว้อีกว่า… ต้องยอมรับว่า “ค่านิยม” เรื่องนี้มีอยู่ในสังคมไทยมายาวนาน และปัจจุบันก็ยังคงมีอยู่ ซึ่งสาเหตุที่ทำให้ค่านิยมนี้ “ฝังรากลงลึกได้อย่างยาวนาน” เพราะสังคมไทยได้กลายเป็น “สังคมบริโภคนิยม” ที่ผู้คนต่างก็ “เคยชินกับภาพลักษณ์รูปลักษณ์ภายนอก” ที่จะ “ต้องดูดีดูโดดเด่น” จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะพบว่า “คนมีรูปโฉมเป็นทรัพย์ยังมักได้รับโอกาสที่ดีได้รับสิทธิพิเศษกว่าคนอื่น” ที่ไม่หล่อไม่สวยเท่า ซึ่ง “สังคมต้องช่วยกันปลดล็อกความเหลื่อมล้ำ” นี้…

แหล่งข่าวท่านเดิมยังให้ “เหตุผลที่สังคมต้องช่วยกันปลดล็อก” เรื่องนี้ไว้ว่า… เพราะถ้าปล่อยให้เกิด “สิทธิพิเศษแตกต่างกัน” ต่อไปเรื่อย ๆ ก็อาจ “ผลักให้กลุ่มคนหน้าตาไม่ดีตัดสินใจไปยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามกับกลุ่มคนที่หน้าตาดี” จน “เกิดการแอนตี้แบ่งแยกกัน” จากการที่กลุ่มคนที่ไม่ได้สวยหรือหล่อรู้สึกว่า “ไม่ได้รับความเท่าเทียมไม่ได้รับความเป็นธรรม” ซึ่งหากเป็นเช่นนี้มาก ๆ เข้า ก็สุ่มเสี่ยง “ทำให้สังคมไทยปั่นป่วน” …เหล่านี้เป็น “แง่มุมชวนคิด” กรณี “สิทธิพิเศษคนหน้าตาดี” ซึ่งก็ย้ำว่านี่เป็นการสะท้อนภาพรวม ๆ มิใช่จะชี้ว่าคนหล่อคนสวยที่โดดสู่การเมืองได้สิทธิพิเศษ แต่อย่างใด

หากแต่ “เลือกตั้ง 69”นั้นก็ “น่ารอดู”

น่ารอดู “ส.. หล่อ” รอดู “ส.. สวย”

รอดูกันว่าจะมีเข้าสภากี่คน??”.

ทีมสกู๊ปเดลินิวส์