ก่อนพูดเราเป็นนาย หลังพูดคำพูดเป็นนายเรา ใช้ได้ทุกยุคทุกสมัยจริง  ยิ่งสมัยมี ดิจิทัล ฟุตพรินต์ เป็นหลักฐานสำคัญ  ที่ช่วยยืนยันว่า ใครเคยพูดเคยกล่าวอะไรไว้ จึงไม่ใช่เรื่องแปลก เมื่อบรรดา สมาชิกพรรคประชาชน หรือบรรดาคณะก้าวหน้าลงพื้นที่หาเสียง จะถูกตั้งคำถามว่า วันนี้รู้แล้วหรือยังว่า มีทหารไว้ทำไม

แม้กระทั่งที่ จ.ขอนแก่น แม่ค้าคนหนึ่งบอกกับ เท้งนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี  ระหว่างลงพื้นที่เพื่อช่วยผู้สมัครหาเสียง ให้เดินผ่านไปเลย ไม่ต้องมาขอเสียง เนื่องจากรับไม่ได้กับความเคลื่อนไหว ขอแก้ไข กฎหมายอาญามาตรา 112 และ เข้าไปยุ่งกับทหาร ซึ่งก็คงจะโทษใครไม่ได้  เพราะเป็นสิ่งที่ออกจากปาก และการกระทำของบรรดาสมาชิกพรรคสีส้ม

แล้วไม่ต้องแปลกใจ ทำไมวันนี้เราถึงไม่เคยเห็น นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล ลงพื้นที่ช่วยผู้สมัคร สส. พรรคประชาชนหาเสียง ทั้ง ๆ ที่การเลือกตั้งครั้งนี้ มีความสำคัญมาก ถือเป็นการเดิมพันที่มีมูลค่าสูง  ถ้าพรรคสีส้มต้องพ่ายแพ้ในการเลือกตั้ง หรือถ้าหาก ได้เสียงมากที่สุด  แต่ก็ยังไม่สามารถเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลได้ เชื่อว่าบรรดา สมาชิกพรรคคงถอดใจ เริ่มถอยห่างออกจากพรรค

นายพิธาคงหลีกเลี่ยงที่จะตอบคำถามมีทหารไว้ทำไม เพราะก่อนหน้านั้น อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล เคยให้ความเห็นว่า ประเทศที่อยู่ใกล้กันเคยทะเลาะกัน วันนี้หลายประเทศ ไม่ทะเลาะกันแล้ว สามารถลดกองทัพได้ บางประเทศ ไม่จำเป็นต้องมีกองทัพเลย หากผู้นำมีความสามารถเพียงพอ

โดยเขายังตั้งคำถามตรงไปตรงมาว่า ทหารมีไว้ทำไม พร้อมระบุว่า หากมีการรุกราน ก็ไม่เชื่อว่าประเทศขนาดเล็กอย่างไทย จะสามารถรบชนะได้อยู่ดี  และยังให้ความเห็นถึงการกระทำ สงครามทางทะเล ว่า ปัจจุบันไม่ได้รบกันด้วยเรือดำน้ำ แต่ใช้เรือประมง โดยยกกรณีเวียดนามกับจีนเป็นตัวอย่าง

รับรู้ทัศนคติของ นายพิธาแล้ว ต้องบอกโชคดีของประเทศไทยจริง  ๆ ที่ในช่วงกองทัพไทย ต้องสู้รบกับกัมพูชา เราไม่มีคนชื่อ พิธา ทำหน้าที่นายกรัฐมนตรี ไม่เช่นนั้น เราอาจเสียดินแดน ต้องตกอยู่ในสภาพเป็นฝ่ายตั้งรับ เพราะเคยดูถูกดูแคลนกองทัพไว้  ถามจริง ๆ การรักษาอธิปไตยของไทยในทะเล ใช้เพียงแค่เรือประมง   จะสามารถเอาชนะเพื่อนบ้านที่ไม่เคารพกฎกติกาของโลกได้จริงหรือ

คุณรู้หรือเปล่า กว่าที่ ทหาร 3 เหล่าทัพ จะทวงคืนดินแดนของไทย ที่ถูกกัมพูชายึดครองไป ต้องใช้ศักยภาพ มากขนาดไหน ทหารไทยต้องแลกด้วย เลือดเนื้อ และ ชีวิต บอกตามตรงไม่ค่อยได้ยินสมาชิกพรรคสีส้มออกมาให้เห็น เวลาทหารไทย ต้อง
สูญเสียชีวิต 

ขณะที่ พล..ธีรนันท์ นันทขว้างเจ้ากรมข่าวทหารบก ได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กว่า ปีใหม่ปีนี้ เป็นปีที่มีการทลายวาทกรรมที่ด้อยค่ากองทัพ และความเป็นทหาร ด้วยกัน 3 วาทกรรม มีทหารไว้ทำไม, ทหารไทยรบยังไงก็แพ้, ทหารชั้นผู้น้อย หรือ ทหาร
ระดับล่าง

โดยระบุตอนหนึ่งว่า  มีทหารไว้ทำไม : วาทกรรมนี้ ถูกส่งออกมาเพื่อด้อยค่าทหารและกองทัพอย่างชัดเจน พอมีคนอธิบายก็จะคนมาตอบว่า เขาไม่ได้หมายถึงทหารที่ทำหน้าที่ตามแนวชายแดน เขาหมายถึงทหารที่เข้ามายุ่งการเมือง แต่เวลาพูดถึงวาทกรรมนี้จะถูกส่งออกกระทบทหารที่เหลือทั้งกองทัพ

และยังให้ความเห็นอีกว่า  ทหารมีไว้ทำไม–ทหารก็เหมือนอาชีพต่าง ๆ ที่มีทั้งคนดีและไม่ดี การเหมารวมคงจะไม่ใช่คำตอบ พรรคการเมืองที่ส่งออกวาทกรรมนี้ ก็ไม่ต่างกันที่สส.และผู้สมัคร สส. มีคนฉ้อโกง มีคนพัวพันยาเสพติด มีคนล่วงละเมิดทางเพศ แล้วเราจะถามกลับได้หรือไม่ว่า เราจะมีพรรคการเมืองนี้ไว้ทำไม

ก็คงเหมือนที่พรรคประชาชน ประกาศ ต่อต้านทุนเทา  แต่พรรคก็ยังเปิดโอกาสให้บุคคลที่ถูกศาลอาญาตัดสินจำคุกในข้อหาทำผิดตามมาตรา 112 ลงสมัคร สส. ได้ อย่างนี้เรียกว่าสองมาตรฐานหรือไม่  เวลาจะกล่าวหาใครอย่าลืม ส่องกระจกดูตัวเองก่อน.

“เขื่อนขันธ์”

คลิกอ่านบทความทั้งหมดได้ที่นี่