คนทั่วไปมองว่าเป็น “พรรคข้าราชการ” สาย “จุฬาฯ คอนเนกชัน” สำหรับพรรคการเมืองน้องใหม่ที่ประเดิมสนามการเลือกตั้ง สส.เป็นครั้งแรก ในวันที่ 8 ก.พ. 69 ในชื่อ “พรรคโอกาสใหม่” ด้วยการชูนโยบาย “การบริหารนำการเมือง” จากประสบการณ์ทำงานจริงของผู้มีประสบการณ์ ทั้งจากภาครัฐและภาคเอกชน

ก่อนจะมีการยุบสภาเมื่อพูดถึงพรรคโอกาสใหม่ บรรดาสื่อมวลชนจะนึกถึงชื่อ “2 ปลัดนั่นคือ ปลัดตุ๋มจตุพร บุรุษพัฒน์ อดีตรมว.พาณิชย์ อดีตปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หลายปีเลยทีเดียว, ปลัดฉิ่งฉัตรชัย พรหมเลิศ ประธาน ปปง.-อดีตปลัดกระทรวงมหาดไทยและอดีตประธานปตท.

แต่พอส่งชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคโอกาสใหม่ ส่งรายชื่อไปครบ 3 คน ที่มีประสบการณ์ชีวิตและการทำงานอย่างหลากหลายอาชีพ คือ 1.นายจตุพร บุรุษพัฒน์ 2.นพ.ทศพร เสรีรักษ์ อดีตสส.แพร่ หลายสมัย 3.นายประภัสร์ จงสงวน นักบริหารที่เชี่ยวชาญในระบบราง เพราะเคยเป็นอดีตผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) และอดีตผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.)

แล้ว! ปลัดฉิ่ง-ฉัตรชัย หายไปอยู่ที่ไหน? ปลัดฉิ่ง-ฉัตรชัย ชอบช่วยคิดนโยบายต่าง ๆ ที่สามารถทำได้จริงในทางปฏิบัติ จากประสบการณ์การทำงานของ “2 ปลัด” และอีก 2 แคนดิเดต นายกฯ

3 แคนดิเดตนายกฯ ของพรรคโอกาสใหม่ ทำมือโชว์เป็นเบอร์ 44 ซึ่งเป็นเบอร์ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อของพรรค

ไม่ว่าจะเป็นนโยบาย จัดตั้งศูนย์บริหารที่ดินแห่งชาติ เพื่อแก้ปัญหาที่ดินทับซ้อนอย่างเป็นธรรมและยั่งยืน ป่าอยู่ได้ คนอยู่ได้ เร่งรัดการออกเอกสารสิทธิด้วย ONE MAP, เพิ่มมูลค่าที่ดิน แปลงสินทรัพย์เป็นทุน

ตั้งศูนย์บริหารหนี้แห่งชาติ-ปลดหนี้เกษตรกร และชาวบ้านฐานราก-หนี้ กยศ., จัดตั้ง “ศูนย์เกษียณสำราญ” ในระดับท้องถิ่นดูแลคุณภาพชีวิตคนวัยเกษียณ

ปลัดตุ๋มจตุพร ประกาศจุดยืนชัดเจนว่า การเมืองต้องกลับมาเป็นเรื่องของการแก้ปัญหาไม่ใช่การขายฝันเนื่องจากประเทศไทยไม่ได้ขาดปัญหา แต่ขาดการบริหารจัดการที่มองเห็นทางออก ทั้งวิกฤติเศรษฐกิจ ภัยพิบัติ และคุณภาพชีวิต ล้วนเป็นผลจากโครงสร้างที่ไร้ระบบ

พรรคโอกาสใหม่จึงเสนอแนวคิด “วิกฤติเปลี่ยนไทย โอกาสใหม่เปลี่ยนอนาคต” เพื่อเปลี่ยนวิกฤติให้เป็นโอกาสของคนไทยทุกคน ยกตัวอย่างเช่น ยุทธศาสตร์ในพื้นที่ภาคเหนือจะเน้นการแก้ปัญหาทางด้านสิ่งแวดล้อม สภาวะภูมิอากาศ ฝุ่น PM2.5 ภัยพิบัติ ทั้งภัยแล้ง อุทกภัย และแผ่นดินไหว ควบคู่การฟื้นฟูเศรษฐกิจ เพิ่มรายได้ ลดรายจ่าย รวมถึงแก้ปัญหาแนวเขตที่ดินทำกินทับซ้อนในพื้นที่ป่าสงวน อุทยาน และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า

ส่วนพื้นที่ภาคอีสาน ก็ต้องเน้นเรื่องการบริหารจัดการด้านน้ำ การเกษตร และเศรษฐกิจฐานรากอย่างเป็นระบบ ซึ่งที่ผ่านมาได้มีการเปิดเวทีปราศรัยนโยบายการทำงานไปแล้วใน จ.ร้อยเอ็ด และกาฬสินธุ์

“การบริหารนำการเมือง คือเราต้องเอาการเมืองไว้ข้างหลัง การบริหารคือมองประเทศ มองพี่น้องประชาชนเป็นหลัก สลัดการเมืองออก เอาปัญหาของพี่น้องเป็นตัวตั้ง เราจะแก้ปัญหาได้” นายจตุพร บุรุษพัฒน์ หัวหน้าพรรคโอกาสใหม่ และแคนดิเดตนายกฯคนที่ 1 ของพรรค ย้ำถึงแนวทางการทำงานเพื่อประเทศชาติและประชาชน

พยัคฆ์น้อย

คลิกอ่านบทความทั้งหมดได้ที่นี่