‘รู้ผลว่องไวชัดเจน’ จากการ ‘ตรวจตัดชิ้นเนื้อ’
เจอเข้าให้อีกรายแล้วครับสำหรับท่านชายที่เป็นเหยื่อ “มะเร็งต่อมลูกหมาก” แบบไม่มีสัญญาณแจ้งล่วงหน้า ในช่วงที่ไปลงทุนทำรีสอร์ทในแหล่งท่องเที่ยวทางภาคใต้ บังเอิญว่ามีคิวตรวจสุขภาพประจำปีซึ่งจองคิวไว้เป็นที่เรียบร้อยโดยคุณผู้ชายท่านนี้ได้รับการเจาะเลือดไปตรวจควบคู่ไปด้วย และแล้วก็ต้องประหลาดใจเมื่อผลตรวจเลือดออกมาปรากฏว่า “PSA” สูงผิดปกติ ส่งผลให้ท่านชายรายนี้ซึ่งมีวัย 60 ปีต้น ๆ เกิดความข้องใจ และช่วยกันกับภรรยาค้นคว้าหาข้อมูลเพิ่มเติม จึงได้ข้อสงสัยตามมาอีกว่าน่าจะมีเรื่อง “มะเร็ง” มาวุ่นวายที่ “ต่อมลูกหมาก” แม้ว่าก่อนหน้านั้นไม่ได้มีอาการใด ๆ ไม่ได้ผิดปกติใด ๆ ก็ตาม และเมื่อเกิดความข้องใจแล้วก็แน่นอนว่าหนีไม่พ้นต้องจัดเวลาเดินทางเข้ากรุงมุ่งไปพึ่งพาหาหมอเพื่อความสบายใจไว้ก่อนเป็นดีที่สุด ซึ่งน่ายินดีที่คิดอย่างนั้นเพราะสิ่งที่ได้ทราบหลังจากได้รับการตรวจยืนยันก็คือ… เจอ “มะเร็งต่อมลูกหมาก” เข้าให้แล้ว… ทั้งนี้ “หมอฝั่งธน” ขออาสาพาท่านผู้อ่านไปติดตามเรื่องนี้จาก “คุณแจน” ซึ่งเป็นคู่ชีวิตของคุณผู้ชายที่เผชิญโรคนี้ และยินดีถ่ายทอดเรื่องจริงจากประสบการณ์ที่เกิดขึ้นให้ได้ทราบเพื่อเป็นข้อมูลให้ท่านชายรายอื่น ๆ จะได้มีแนวทางในการป้องกันตนให้พ้นจากการเป็นเหยื่อโรคนี้ ขอเชิญติดตามได้เลยครับ…

“…พอดีมีคิวตรวจสุขภาพก็เลยไป จึงได้ทราบผลการตรวจเลือดในเบื้องต้นว่ามีค่า PSA สูงเกินเกณฑ์ คือ 4 นิด ๆ ค่ะ พอไปตรวจครั้งต่อมาก็ขึ้นไปที่ 6 กว่า ไปตรวจอีกครั้งมันก็ลงมาอยู่ที่ 5 และตรวจครั้งล่าสุดเมื่อมีนาคมปี 68 มันพุ่งขึ้นไปที่ 10 ก็เลยคิดว่าไปตรวจที่ โรงพยาบาลธนบุรี เลยดีกว่า… ทั้ง ๆ ที่เราได้ประเมินกันไว้ในตอนแรกก็คิดว่าน่าจะเป็นเพราะลูกหมากโต ก็พยายามศึกษาข้อมูลรอบด้านรวมถึงการรักษาที่ว่ามีการใช้ระบบอบไอน้ำหรืออะไรก็แล้วแต่… ส่วนเรื่องมะเร็งนั้นเป็นโรคสุดท้ายที่เราคิดค่ะ จำได้ว่าปรึกษาหมอคือประมาณช่วงสงกรานต์ปีที่แล้ว…ก็ยังถามว่าคุณหมอไม่หยุดสงกรานต์หรือคะ ก็ได้คำตอบว่าไม่หยุดเพราะมีคนไข้มารอฟังผลตรวจมะเร็งต่อมลูกหมากว่าอยู่ในขั้นไหนอะไรยังไง คือสรุปว่าแกห่วงคนไข้มากกว่า ได้ยินแล้วประทับใจค่ะ…
และเมื่อได้เห็นผลตรวจเบื้องต้นแล้วคุณหมอก็แนะนำว่าควรได้รับการตรวจยืนยันให้ทราบแน่ชัดไปเลย เพราะเดี๋ยวนี้ มีการนำเทคโนโลยีก้าวหน้ามาช่วยให้ทราบได้รวดเร็วแม่นยำขึ้นมาก สามีก็เลยตัดสินใจเข้ารับการตรวจตามที่คุณหมอแนะนำ จนกระทั่งเมื่อผลตรวจออกมาแล้วก็โอเคว่าใช่มะเร็ง…แบบว่ายังอยู่ในขั้นที่ 1 ก็ได้รับคำแนะนำว่า มีวิธีรักษาด้วยการผ่าตัดโดยใช้ระบบหุ่นยนต์มาช่วย เราก็เห็นตามที่คุณหมอได้แนะนำแล้วก็ทำ เพราะก่อนมาตรวจก็ได้ค้นคว้าหาข้อมูลจนพอเข้าใจแล้ว พอได้ฟังคุณหมออธิบายก็ยิ่งช่วยให้สิ้นสงสัยในเรื่องการผ่าตัดด้วยวิธีใช้หุ่นยนต์ แล้วก็โอเคเลยค่ะ…หลังจากผ่าตัดแล้วนอนโรงพยาบาลประมาณ 2-3 คืนคุณหมอก็มาปลดถุงระบายเลือดออก ขณะที่คนมาเฝ้าดูแลกับตัวคนไข้เองก็งง ๆ ว่าจะให้ปลดออกวันนี้เลยไม่เร็วไปหรือ…แต่ก็ไม่มีปัญหาอะไร จากนั้นก็ปิดแผล แล้วก็ให้กลับบ้านไปพักฟื้นประมาณ 2 อาทิตย์ก็นัดให้มาตรวจ follow up ซึ่งถ้าจะว่าไปแล้วมันกระทบการใช้ชีวิตนิดหน่อยถ้าเทียบกับการเป็นมะเร็ง… ซึ่งขอฝากบอกท่านที่มีปัญหานี้ว่าไม่ต้องกลัวนะคะโรคนี้ รู้เร็วก็จะได้รักษาเร็ว อยากให้ไปตรวจสุขภาพ-ดูแลสุขภาพเอาไว้ จะได้ช่วยลดภาระให้ทุกท่าน กับทุก ๆ โรคด้วยนะคะ…”

ต้องขอแสดงความขอบคุณ “คุณแจน” ที่นอกจากจะกรุณาให้ข้อมูลกับทีมงานของเราแล้วยังมีน้ำใจเอื้อเฟื้อคำแนะนำมาให้ท่านชายเพิ่มความระมัดระวัง “พิษภัยจากมะเร็งต่อมลูกหมาก” อีกต่างหาก
‘การแพทย์ก้าวหน้า’ ช่วย ‘พาให้ท่านชายพ้นภัย’
ประเด็นที่หลาย ๆ ท่านอาจยังงุนงงสงสัยคือ…เหตุใดผู้ที่เจอปัญหา “มะเร็งต่อมลูกหมาก” ส่วนใหญ่จะไม่รู้เนื้อรู้ตัวมาก่อนว่าเซลล์มะเร็งมาแอบซ่อนอยู่ตั้งแต่ตอนไหน ขณะที่ท่านชายหลาย ๆ ท่านที่เจอปัญหาต่อมลูกหมากโตที่มีเรื่องวุ่นวายกับระบบทางเดินปัสสาวะแล้วยังต้องพะวงว่ามะเร็งจะมาเล่นงานต่อมลูกหมากอีกด้วยหรือเปล่า มีแนวทางสกัดกั้นป้องกันไม่ให้เจอปัญหานี้อย่างไรหรือไม่???… ด้วยเหตุนี้ “หมอฝั่งธน” จึงได้ติดต่อขอความรู้จาก “คุณหมอผู้ชำนาญการด้านโรคทางเดินปัสสาวะ” ซึ่งมีนามว่า “รศ.นพ.สิทธิพร ศรีนวลนัด” โดยได้หยิบยกหลายประเด็นจากอาการที่เกิดขึ้นกับสามีของ “คุณแจน” ก่อนที่จะตรวจพบว่ามีปัญหามะเร็งต่อมลูกหมาก เพื่อมาเป็นหัวข้อการอธิบายให้ข้อมูล เริ่มจากกรณีที่ผู้ป่วยเองไม่เคยล่วงรู้มาก่อนเลยว่าจะกลายเป็นเหยื่อของโรคนี้ เพียงแต่ไปตรวจสุขภาพและทราบหลังเจาะเลือด ที่ครั้งแรกก็พบค่า “PSA” สูงเกินระดับปกติไปไม่มาก แต่ครั้นไปตรวจครั้งหลัง ๆ ก็ยังเพิ่มสูงขึ้น จนไปถึง 10 โดยไม่มีทีท่าจะลดลง… “คุณหมอสิทธิพร” ได้เริ่มอธิบายจากกรณีที่ผู้ป่วยตรวจเจอค่า PSA สูงขึ้นต่อเนื่อง ดังนี้…

“…อย่างนี้ครับ คือถ้าค่า PSA ขึ้นเร็ว ๆ ก็เป็นตัวบอกอย่างหนึ่งว่าอาจเป็นพวกมะเร็งต่อมลูกหมากได้นะครับ หรือจะเป็นการมีการอักเสบของต่อมลูกหมากหรือทางเดินปัสสาวะก็ได้ครับ ซึ่งทางที่ดีแล้วควรรีบมาหาแพทย์เพราะจะได้รับการตรวจเช็ก ซักประวัติ ตรวจร่างกาย และตรวจทางห้องปฏิบัติการเพิ่มเติม เช่น ตรวจปัสสาวะ หรืออาจต้องตรวจเลือดซ้ำ และถ้ามีความจำเป็นจริง ๆ ก็อาจจะต้องให้ทำ MRIต่อมลูกหมาก เพื่อดูว่ามีรอยโรคที่เป็นมะเร็งอยู่หรือเปล่า ซึ่งถ้าเห็นรอยโรคที่สงสัยเป็นมะเร็ง หรือในบางรายที่เวลาเราตรวจร่างกายแล้วอาจจะพบเป็นก้อนที่ต่อมลูกหมาก หรือเป็นผิวที่ค่อนข้างจะแข็งขรุขระไม่เรียบ ก็อาจต้องทำการตรวจชิ้นเนื้อ ที่เรียกว่า Biopsyนำไปเป็นตัวอย่างที่สามารถตรวจยืนยันได้ ทั้งนี้ส่วนใหญ่ถ้าเราดูจากภาพ MRI ก็จะแบ่งลักษณะรอยโรคออกเป็นเกรด 1 ถึงเกรด 5 ซึ่งถ้าพบว่าอยู่ในเกรดสูง 4-5 ก็จะมีความเสี่ยงเป็นมะเร็งค่อนข้างสูง เพราะฉะนั้นเราก็อาจต้องแนะนำให้เข้ารับการตัดชิ้นเนื้อมาตรวจดู แต่ถ้าอยู่ที่ 2 กับ 3 ก็อาจจะไม่ค่อยน่ากังวลมากนัก เว้นแต่บางรายที่เป็นเกรด 3 และเราเห็นค่า PSA สูง…สูงมากจริง ๆ ก็อาจต้องตัดชิ้นเนื้อไปตรวจเช่นกัน ซึ่งของคนไข้รายที่ว่านี้เจอ PSA ขึ้นไปถึง 10 ก็ถือว่าสูงครับ…

สำหรับในขั้นตอนการรักษา ปัจจุบันมีการใช้ เทคโนโลยีหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด ซึ่งมีลักษณะเป็น การผ่าตัดที่ช่วยให้แผลมีขนาดเล็ก เรียกว่า MISหรือ Minimally Invasive Surgeryจึงส่งผลให้ผู้ป่วยฟื้นตัวได้เร็ว พูดง่าย ๆ เป็นการเจาะรูเข้าไปผ่าตัดโดยไม่มีการเปิดแผลกว้าง จึงช่วยให้ผู้ป่วยเสียเลือดน้อย จะมีแผลจากการเจาะ 5-6 รู จึงไม่จำเป็นต้องให้พักฟื้นหลายวันหลังผ่าตัด และส่วนใหญ่จะมีการนัดมาตรวจติดตามผลครั้งแรกก็ประมาณ 1 สัปดาห์หลังผ่าตัดครับ เพื่อมาประเมินดูแผลผ่าตัด โดยยังให้ใส่สายสวนปัสสาวะไว้อีก 1 สัปดาห์จึงจะมีโอกาสถอดออกได้ ขึ้นอยู่กับแต่ละรายด้วยเหมือนกัน คือในบางรายอาจต้องใส่ไว้นาน-บางรายก็ใส่ไว้สั้น หลังจากนั้นอีก 1 เดือนก็จะนัดมาดูผลเลือด ซึ่งหากไม่มีอะไรน่าห่วงก็อีกประมาณ 3 เดือนค่อยนัดมาใหม่ แล้วก็จะเริ่มห่างไปเรื่อย ๆ แต่ในช่วงปีแรกอาจจะนัดทุก 3-4 เดือน ในช่วงปีที่ 2 ก็อาจจะห่างเป็น 6 เดือนครั้งหนึ่งครับ ทั้งนี้ ค่า PSA ในผลเลือดของคนไข้ก็ควรเป็น 0 หลังจากได้รับการผ่าตัดต่อมลูกหมาก แต่ก็อาจมีบางรายยังเหลือเศษเล็กน้อยก็เป็นได้ครับ อย่างไรก็ตาม การตรวจสุขภาพ-ตรวจค่า PSA ก็ควรต้องตรวจไว้เรื่อย ๆ ไปไม่น้อยกว่า 10 ปีครับ…”
‘ลดโอกาส’ เสี่ยงภัย ‘เกิดปัญหากับต่อมลูกหมาก’
ตอนท้าย “คุณหมอสิทธิพร” ได้กล่าวเพื่อเป็นข้อมูลแก่ท่านชาย เพื่อนำไปเป็นแนวทางในการสกัดกั้นป้องกัน ลดโอกาส-ความเสี่ยงจาก “มะเร็งต่อมลูกหมาก” โดยระบุว่า… “…ผมว่าดีที่สุดคือหมั่นตรวจสุขภาพ เพราะวันนี้มันอาจไม่มีวิธีป้องกันที่เห็นผลชัดเจนนะครับ บางคนก็บอกว่าให้มีเพศสัมพันธ์บ่อย ๆ มากกว่า 21 ครั้งต่อเดือน ซึ่งดูเหมือนว่ามีรีเสิร์ชรองรับด้วย แต่โดยส่วนตัวแล้วผมเองก็เชื่อครึ่ง-ไม่เชื่อครึ่งครับ ส่วนวิธีอื่นที่อยากฝากแนะนำคือการหลีกเลี่ยงอาหารที่เป็นของมันผสมเยอะ ๆ มีคอเลสเตอรอลสูง ๆ อะไรอย่างนี้ แล้วก็พยายามรักษาสุขภาพให้ดี หมั่นออกกำลังกาย อย่าเครียด นอนหลับพักผ่อนให้เต็มที่ ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติของวิธีป้องกันรักษาสุขภาพโดยทั่ว ๆ ไปอยู่แล้วนั่นเองครับ…”

“หมอฝั่งธน” ใคร่ขอแสดงความขอบคุณ “รศ.นพ.สิทธิพร ศรีนวลนัด ศัลยแพทย์ผู้ชำนาญการด้านโรคทางเดินปัสสาวะ” ซึ่งได้กรุณาสละเวลาถ่ายทอดข้อมูลที่เป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการลดการเกิดปัญหา “มะเร็งต่อมลูกหมาก” ซึ่งในวงการแพทย์มีการคิดค้น “เทคโนโลยีก้าวหน้า” มารองรับเพื่อการ “ผ่าตัดกำจัดมะเร็งต่อมลูกหมากด้วยความทันสมัย” และมีการนำมาใช้ในโรงพยาบาลต่าง ๆ ในบ้านเรา รวมทั้ง “โรงพยาบาลธนบุรี” ด้วย
“SMART HOSPITAL” ข้อมูลความรู้ที่นำมาเผยแพร่สู่ท่านผู้อ่าน ณ ที่นี้ เชื่อเหลือเกินว่าจะเป็นประโยชน์และมีพลังช่วย “ลดภัยจากมะเร็งต่อมลูกหมาก” ให้บรรดาท่านชายทั้งหลายได้อย่างเป็นผลนะครับ
หมอฝั่งธน



