ถือเป็นนิมิตหมายที่ดี ปัญหา การบริหารเงินกองทุนประกันสังคม ได้รับความสนใจทั้งจากตัวผู้ประกันตนรวมถึง ผู้บริหารกระทรวงแรงงาน ไม่ปล่อยผ่านไปเฉย ๆ แม้จะเหมือนเป็นการนับหนึ่ง จัดตั้ง “คณะทำงานศึกษาโครงสร้างการปฏิรูปสำนักงานประกันสังคม” เพื่อจัดทำแผนโรดแม็ป (Roadmap)
“สำนักงานประกันสังคม เหมือนบ้าน อายุ 35 ปีแล้ว น่าจะถึงเวลาที่ต้องซ่อม ต้องปรับโครงสร้างใหม่ สอดคล้องกับบริบท สังคมและเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลง “การปฏิรูป“ สำนักงานประกันสังคมครั้งนี้ เพื่อทำให้ระบบมีประสิทธิภาพมากขึ้น ตอบโจทย์โลกสมัยใหม่มากขึ้น ทำให้องค์กรแข็งแรงขึ้น เป็นประโยชน์ต่อผู้ประกันตนมากขึ้น” น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.แรงงาน กล่าวหลังเรียกประชุมด่วน ปลัดกระทรวงแรงงาน และ เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม (สปส.) เพื่อศึกษาแนวทางการปฏิรูปองค์กรครั้งใหญ่อย่างรอบด้าน ร่วมกันวางแนวทางดำเนินการในอนาคต
ยิ่งตอนนี้ ผู้ประกันตนกว่า 24 ล้านคน ถูกเก็บเงินสมทบเพิ่ม จาก 750 บาทต่อเดือน เป็น 875 บาทต่อเดือน (สำหรับผู้มีเงินเดือน 17,500 บาทขึ้นไป) จึงต่างเกาะติดความเคลื่อนไหว “การปฏิรูปครั้งใหญ่” จะเกิดขึ้นจริงหรือไม่?
ต้องยอมรับด้วยว่า ในแวดวงการเงินและการสวัสดิการของไทย “กองทุนประกันสังคม” มีเม็ดเงินมหาศาลสูง กว่า 2.65 ล้านล้านบาท บรรดา ผู้ประกันตน 24 ล้านคน ต่างฝากความหวังยามเกษียณเอาไว้ แต่คำถามสำคัญเริ่มดังกึกก้องมาเรื่อย ๆ เงินก้อนนี้จะมั่นคงยั่งยืนไปยาวนานแค่ไหน เมื่อกำลังเผชิญมรสุมเช่นนี้ก็สมควรต้องเร่งผ่าตัดใหญ่ ในเมื่อ ระบบเดิมอาจไม่ตอบโจทย์อนาคต ถึงเวลานับหนึ่งเพื่อวางระบบปรับทิศทางใหม่ พร้อมรับฟังเสียงจาก นายจ้าง ลูกจ้าง นักวิชาการ และ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เพื่อให้ได้พิมพ์เขียวตามความต้องการทุกฝ่าย และสามารถนำไปปฏิบัติได้จริง ๆ
แต่เมื่อคิดจะศึกษาแนวทางปฏิรูปประกันสังคมแล้ว ไม่ต้องทุ่มงบประมาณ ยกคณะบินลัดฟ้าข้ามมหาสมุทรไปดูต้นแบบไกลถึงยุโรป-อเมริกาเหมือนที่เคยทำ ปัจจุบันมีข้อมูลใกล้ ๆ ตัว ทั้งของไทยลองเปรียบเทียบ การบริหารเงินกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ หรือ กองทุน กบข. (1.48 ล้านล้านบาท) กองทุน กบข.ก่อตั้งมาหลังกองทุนประกันสังคมไม่กี่ปี ทำไมเงินของข้าราชการ กล้าดึงภาคเอกชนเข้ามาบริหารกองทุนฯ
หากจะดูของเพื่อนบ้านอาเซียน ยุคนี้ยังไม่ทันขยับก็มีข้อมูลมากมายหลั่งไหลมาให้เปรียบเทียบ กองทุน EPF (Employees Provident Fund) ของมาเลเซีย เป็นกองทุนบำเหน็จบำนาญภาคบังคับ สวัสดิการหลักประกันความมั่นคงยามเกษียณอายุ โดยลูกจ้าง-นายจ้างร่วมกันส่งเงินสมทบทุกเดือน ทำไมเราต้องมอง “มาเลเซีย”? เพราะถือเป็นต้นแบบความสำเร็จขึ้นชื่อเรื่อง การบริหารจัดการที่ดี ผลตอบแทนสูง (เฉลี่ย 5-6%) มีความโปร่งใสสูง
3 เรื่องใหญ่ที่ถูกย่อยออกมาให้รับรู้ 1.ความเป็นมืออาชีพ EPF บริหารงานแบบองค์กรอิสระ มีความเป็นมืออาชีพสูงกว่าระบบราชการ ทำให้การตัดสินใจลงทุนรวดเร็วและแม่นยำ 2.ผลตอบแทนที่จับต้องได้ กล้าออกไปลงทุนในตลาดโลก ทำให้สามารถจ่ายเงินปันผลให้สมาชิกสูงถึง 5-6% ต่อปีอย่างต่อเนื่อง และ 3.ความโปร่งใส สมาชิก EPF สามารถตรวจสอบยอดเงินและผลกำไรของตัวเองได้แบบ Real-time จนสร้างความเชื่อมั่นให้เห็นว่าทำเพื่อแรงงานอย่างแท้จริง
ปัจจุบันประเทศไทยก้าวเข้าสู่ สังคมสูงวัย จำนวนผู้รับบำนาญในวัยเกษียณกำลังเพิ่มขึ้นสวนทางกับจำนวนแรงงานใหม่ เปรียบเสมือน “ระเบิดเวลา” ที่คณะทำงานต้องเร่งถอดชนวน เพื่อสร้างความมั่นคงให้กองทุนฯได้อย่างยั่งยืน
“ผู้ประกันตน” กำลังเฝ้าจับตามองแนวทางผ่าตัดใหญ่ จะไปในทิศทางใดแน่ ? หวังด้วยว่า นับจากนี้เงินจากหยาดเหงื่อแรงงานทุกบาททุกสตางค์ ถูกหักเก็บเพิ่มขึ้นนั้น คงไม่ปล่อยให้ถูกรุมทึ้ง นำไปลงทุนที่มีความเสี่ยง-ไม่คุ้มค่า ดังเช่นปัญหาที่กำลังถูกลากไส้ออกมาตีแผ่อยู่ในขณะนี้!!.
เชิงผา



