การจัดการกับปัญหาความเหลื่อมล้ำด้านรายได้ กลายเป็นหนึ่งในภารกิจสำคัญเร่งด่วน สำหรับนายกรัฐมนตรีคนใหม่ ฟุมิโอะ คิชิดะ ซึ่งให้คำมั่นจะหาแนวทางแก้ไข ปัญหาที่ย่ำแย่ลงส่วนหนึ่งจากการระบาดของโควิด-19

จากรายงานของสำนักข่าวรอยเตอร์ การให้สัมภาษณ์ของนายมาซาโนะริ อาโอกิ วัย 62 ปี เจ้าของร้านกาแฟเล็ก ๆ ในย่านที่อยู่อาศัยของกลุ่มผู้ใช้แรงงาน ทางฟากตะวันออกเฉียงเหนือของกรุงโตเกียว บอกว่า ตามสายตาเขาดูเหมือนทุกคนจะยากจน รัฐมนตรีคลังบอกว่า อาเบะโนมิกส์ทำให้ชาวญี่ปุ่นร่ำรวยจำนวนมาก แต่ตามจริงไม่ใช่อย่างนั้น

อาโอกิต้องทำงานนอกเวลา ด้วยการรับจ้างขับรถรับส่งเด็กนักเรียนอนุบาล เพื่อให้มีรายได้เพียงพอจุนเจือครอบครัว

ส่วนนางคิมิเอะ โคบายาชิ วัย 55 ปี ซึ่งทำงานในศูนย์รับเลี้ยงเด็กในกรุงโตเกียว บอกว่า เงินเดือนเธอไม่ขยับขึ้นมานาน 4 ปีแล้วเช่นเดียวกับบุคคลอาชีพเดียวกับเธออีกจำนวนมาก

ข้อมูลของทางการแสดงให้เห็นว่า อาเบะโนมิกส์ไม่ทำให้ฐานะครอบครัวชาวญี่ปุ่นส่วนใหญ่ดีขึ้น โดยผ่านการขึ้นเงินเดือน

Reuters

อัตราความยากจนของชาวญี่ปุ่นสูงสุดเป็นอันดับ 2 ในกลุ่มประเทศเศรษฐกิจชั้นนำทั้ง 7 ของโลกหรือ จี7 และสูงสุดเป็นอันดับ 9 จาก 38 ประเทศสมาชิกกลุ่มองค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจหรือ โออีซีดี จากผลการสำรวจของโออีซีดีเมื่อปี 2563

ผลสำรวจของทางการญี่ปุ่นพบว่า ค่าจ้างที่เป็นตัวเงินของญี่ปุ่นสูงขึ้นเพียงแค่ 1.2% ระหว่างปี 2555–2563 ค่าเฉลี่ยความมั่งคั่งของครัวเรือนญี่ปุ่นลดลง 3.5% ระหว่างปี 2557– 2562 แต่ค่าเฉลี่ยของกลุ่มคนร่ำรวยสุด 10% แรกบนตารางอันดับมหาเศรษฐีของประเทศสูงขึ้น

แต่เมื่อเทียบกับอีกหลายประเทศเศรษฐกิจแถวหน้าของโลก ปัญหาความไม่เท่าเทียมทางด้านรายได้ของญี่ปุ่นยังน้อยกว่าสหรัฐ และสหราชอาณาจักร โดยญี่ปุ่นอยู่ประมาณกลาง ๆ ของ 39ประเทศ ที่สำรวจโดยโออีซีดี เมื่อปี 2563

ในส่วนของผู้ที่ได้ประโยชน์จากอาเบะโนมิกส์ จากการสำรวจของรอยเตอร์ นายมานาบุ ฟูจิซากิ วัย 34 ปี คุณพ่อลูกสองเพิ่งถอยรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ป้ายแดงคันใหม่ ราคา 7 ล้านเยน (ประมาณ 2 ล้านบาท) จากกำไรในการลงทุนในสกุลเงินดิจิทัล และมีแผนจะซื้อบ้านหลังใหม่ราคา 200 ล้านเยน (59.8 ล้านบาท) ในเมืองหลวงกรุงโตเกียว ในปีหน้า

ห้างสรรพสินค้าทาคาชิมายะ บอกว่า ตอนนี้สินค้าขายดีที่สุดคือนาฬิกาข้อมือยี่ห้อ ปาเต็กฟิลิปป์ ซึ่งราคาเรือนละกว่า 10 ล้านเยน (2.98ล้านบาท) และโคมไฟระย้าคริสตัล “บาคารา” ชุดละหลายล้านเยน

รถยนต์หรู “อัลฟา โรเมโอ” จากอิตาลี ราคาคันละกว่า 20ล้านเยน (5.98 ล้านบาท) ขายได้ 84 คัน ในช่วงวันหยุดยาวสัปดาห์ทองระหว่างปลายเดือน เม.ย. ถึงต้นเดือน พ.ค.ปีนี้ ทำให้ญี่ปุ่นกลายเป็นตลาดขายดีที่สุดของทั่วโลก

ยอดขายอัลฟา โรเมโอทั่วญี่ปุ่น ระหว่างเดือน เม.ย.- ก.ย. ปีนี้ สูงขึ้นกว่าสองเท่า เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว และยอดขายรถยนต์หรูนำเข้ายี่ห้ออื่น ๆ สูงขึ้นเช่นกัน รวมถึง เฟอร์รารี จากัวร์ และมาเซราติ

ทาคาฮิโระ โคอิเกะ ผู้จัดการห้างสรรพสินค้าอิเซตัน กล่าวว่า ความต้องการสินค้าหรูราคาแพงสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ในกลุ่มเศรษฐีใหม่ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่มผู้ประกอบการรุ่นใหม่ และผู้มีรายได้สูงอื่น ๆ

นายกฯ คิชิดะ กล่าวว่า รัฐบาลมีแผนลดความไม่เท่าเทียมทางด้านรายได้ ด้วยการสร้างระบบทุนนิยมรูปแบบใหม่ (new type ofcapitalism) ซึ่งจะรวมถึงเพิ่มเงินเดือนค่าตอบแทน สำหรับบุคคลากรสาธารณสุข และกำหนดสิทธิประโยชน์ทางภาษีสำหรับบริษัทต่าง ๆ ที่ขึ้นเงินเดือนให้พนักงานลูกจ้าง

แต่การบรรลุเป้าหมายที่เงินจำนวนมหาศาล ภายใต้แผนอาเบะโนมิกส์ไม่สามารถทำได้ คือ ความท้าทาย และตอนนี้คิชิดะได้สั่งระงับแผนเก็บภาษีจากกำไรส่วนทุน จากการขายหลักทรัพย์ และจากเงินปันผลแล้ว

ชิเกะโตะ นากาอิ นักเศรษฐศาสตร์ของกลุ่มวิเคราะห์และทำนายเศรษฐกิจโลก Oxford Economics ให้ความเห็นว่า หากรัฐบาลญี่ปุ่นเสนอยกเว้นภาษีในระยะสั้น ไม่น่าจะโน้มน้าวบริษัทให้ขึ้นเงินเดือนพนักงานได้ พร้อมกับแนะให้คิชิดะเปลี่ยนไปใช้วิธีปฏิรูปแทนในหลายภาค เช่น ระบบแรงงานที่เข้มงวดของประเทศ.

เลนซ์ซูม

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES