ทั้งนี้ พฤติกรรมที่เกิดขึ้นทำให้หลายคนสงสัยว่า “Sex outdoor” นั้น จริง ๆ แล้วเป็นเพียงรสนิยมชั่วครั้งชั่วคราว? หรือเป็นอาการที่น่าเป็นห่วงทางจิตวิทยา ซึ่ง “ทีมสกู๊ปเดลินิวส์” จะพาพลิกแฟ้มย้อนดูคำตอบกัน ผ่านคำอธิบายจาก ศ.ดร.วัลลภ ปิยะมโนธรรม นักจิตวิทยาผู้ทรงคุณวุฒิ ที่เคยสะท้อนถึงพฤติกรรมนี้ไว้ ดังนี้

ศ.ดร.วัลลภ ได้เคยอธิบายถึง “รสนิยมทางเพศ” แบบ Sex outdoor” ว่า คนที่ “ชอบมีเซ็กซ์นอกสถานที่” หรือ “ชอบเซ็กซ์เอาต์ดอร์” รวมถึงคนที่ “ชอบมีเซ็กซ์โชว์ให้ผู้อื่นเห็น” นั้น ในแง่พฤติกรรมศาสตร์และจิตวิทยาถือว่ามี “พฤติกรรมเบี่ยงเบนทางเพศ (Exhibitionism)” โดยคนที่มีรสนิยมแบบนี้ มักจะมีแรงขับหรือแรงกระตุ้นทางเพศเกิดขึ้นเมื่อรู้สึกตื่นเต้น โดยเฉพาะหากได้ทำสิ่งที่ท้าทายหรือได้ทำสิ่งที่รู้สึกสะใจ อย่างไรก็ตาม พฤติกรรมแบบนี้ ถ้าอาการอยู่ในช่วงระยะเริ่มต้นก็อาจเริ่มทำจากแค่ความรู้สึกที่อยากท้าทาย ที่ได้ทำเรื่องแหกกฎหรือขนบของสังคม แต่เมื่อเข้าสู่ระยะต่อไป หรือเมื่ออาการค่อย ๆ รุนแรงขึ้น ก็จะมีพฤติกรรมที่ผิดปกติเพิ่มขึ้น เช่น เริ่มมีการย้ายสถานที่ใหม่ ๆ ที่ทำให้รู้สึกท้าทายมากขึ้น และยิ่งนานวันเข้าอาการก็จะยิ่งเพิ่มดีกรีไปเรื่อย ๆ เนื่องจากคนกลุ่มนี้ ต้องแสวงหาความตื่นเต้นรูปแบบใหม่ ๆ เสมอ เพื่อกระตุ้นความตื่นเต้นให้เกิดอารมณ์ทางเพศ ถึงแม้จะรู้ดีว่าอาจเข้าข่ายทำผิดศีลธรรม หรือทำผิดกฎหมาย แต่ไม่สามารถยับยั้งความต้องการตัวเองได้ ยิ่งถ้าไม่ได้รับการบำบัด อาการก็จะยิ่งเตลิดหนักเพิ่มมากขึ้น

ศ.ดร.วัลลภ ปิยะมโนธรรม

นอกจากนั้น ศ.ดร.วัลลภ ยังพูดถึง พฤติกรรม “Sex outdoor” นี้ว่า สามารถแยกเป็นกลุ่ม ๆ ออกมาได้ดังนี้ กล่าวคือ 1.กลุ่มที่มีพฤติกรรมเบี่ยงเบนทางเพศ ซึ่งกลุ่มนี้จะตัดสินใจทำเพราะต้องการโชว์คนอื่น 2.กลุ่มที่สมัครใจทำ เพียงเพราะต้องการความสะใจหรือจากความรู้สึกอยากจะท้าทายเท่านั้น และกลุ่มสุดท้าย 3.กลุ่มที่ทำเพราะเงิน ที่บางคนก็ทำเพราะมองเห็นว่าการมีเซ็กซ์เอาต์ดอร์สามารถเรียกความสนใจจากคนอื่นได้ดี รวมถึงมองเห็นช่องทางในการสร้างรายได้จากเรื่องนี้ด้วย ทั้งนี้ นักจิตวิทยาท่านเดิมยังเคยได้สะท้อนถึงพฤติกรรม “เซ็กซ์เอาต์ดอร์” ว่า… ถ้าทำแค่เพราะต้องการกระตุ้นอารมณ์ชั่วครั้งชั่วคราว ก็อาจหยุดการกระทำแบบนี้ได้เอง แต่ถ้าถึงขั้น “เสพติด” ก็น่าเป็นห่วง เพราะ “เสี่ยงโดนคดี” ทั้งยัง “เสี่ยงป่วยจิตเรื้อรัง” ด้วย.

ทีมสกู๊ปเดลินิวส์