ทั้งนี้ กับ “ผลกระทบจากการถูกนอกใจ” นั้น เรื่องนี้มีแง่มุมจากทาง ดร.นพ.วรตม์ โชติพิทยสุนนท์ โฆษกกรมสุขภาพจิต ที่ได้สะท้อนผ่านมาทาง “ทีมสกู๊ปเดลินิวส์” ซึ่งน่าสนใจ-น่าพิจารณา…
“พิษนอกใจ” นั้น “ทั้งก่อแผลทางใจ”
และ “อาจมีผลอื่น ๆ ที่คิดไม่ถึงด้วย!!”

ดร.นพ.วรตม์ โชติพิทยสุนนท์
เกี่ยวกับ “พิษการถูกนอกใจ”นั้น ทาง ดร.นพ.วรตม์ โฆษกกรมสุขภาพจิต สะท้อนมาว่า… เรื่องนี้ทางจิตวิทยาก็ให้ความสนใจ โดยคนที่ถูกนอกใจนั้นนอกจากความเจ็บปวด-ผลกระทบในเรื่องความสัมพันธ์แล้ว ยังอาจจะเกิด “ผลกระทบต่อจิตใจขั้นรุนแรง” บางคนอาจเกิดอาการเข้าข่ายใกล้เคียงกลุ่มอาการที่เรียกว่า “PTSD”หรือ Post-traumatic Stress Disorder ซึ่งเป็นภาวะสะเทือนจิตใจอย่างรุนแรงหลังสถานการณ์ฉุกเฉิน เช่น หลังผ่านภัยพิบัติรุนแรง หลังมีชีวิตรอดจากเหตุรุนแรง
สำหรับอาการของ “คนถูกนอกใจ” ในรายที่อาการรุนแรงจน เกิดภาวะใกล้เคียงกับผู้ที่ป่วยโรค PTSD ทางคุณหมอวรตม์ แจกแจงว่า… ประกอบด้วยอาการต่าง ๆ อาทิ เห็นภาพเหตุการณ์กระทบกระเทือนจิตใจ หรือเรื่องราวที่สะเทือนใจ ซ้ำ ๆ หรือ คิดถึงแต่ความเศร้าวนเวียนในหัวตลอดเวลา และบางรายที่มีอาการรุนแรงเพิ่มขึ้น มักจะ มีอาการหวาดระแวงเกินเหตุเกิดขึ้นตามมา เช่น คอยเช็กโทรศัพท์ตลอดเวลา เนื่องจากรู้สึกไม่ปลอดภัย ซึ่งเป็นการระแวงแบบที่มากเป็นพิเศษ…
“อาการของคนที่กระทบกระเทือนจิตใจรุนแรง หลังรู้ตัวเองว่าถูกนอกใจนั้น หากอาการรุนแรงขึ้น อาการระแวงที่เกิดนั้นจะไม่ใช่การระแวงธรรมดา แต่เป็นการระแวงที่ไปรบกวนการใช้ชีวิตประจำวันของตัวเองไปเลย ทำให้ไม่สามารถไปทำอย่างอื่นได้ เพราะไม่สามารถควบคุมความคิดของตัวเองได้” …คุณหมอท่านเดิมระบุถึงผลกระทบ
และนอกจาก “รบกวนชีวิตที่เคยปกติ” แล้ว ในบางราย “ผลพวงหลังถูกนอกใจ” ก็ยังพบว่า… กลายเป็นคนที่ “สูญเสียความศรัทธาในตัวเอง” หรือรู้สึกไม่มั่นใจในตัวเอง เนื่องจาก “สมองถูกรบกวนจากความคิดด้วยชุดคำสั่งซ้ำ ๆ” เช่น คนที่ถูกนอกใจมักจะชอบถามตัวเองซ้ำ ๆ วนเวียนว่า… “เราผิดตรงไหน?” หรือกล่าวโทษตัวเองซ้ำ ๆ ว่า… “เรายังไม่ดีพอใช่หรือไม่?” ส่งผลให้เกิดการ “ด้อยค่าตัวเอง” ซึ่งถ้าสลัดความคิดนี้ให้ออกไปจากหัวไม่ได้ และถ้าปล่อยให้ความคิดแบบนี้วนเวียนในสมองไม่เลิก นานวันเข้าอาการ “ช้ำรักช้ำใจ” ที่ว่านี้ก็ “อาจจะพัฒนาไปจนถึงขั้นโรคซึมเศร้า” ได้!!…

ดร.นพ.วรตม์ ยังระบุอีกว่า… ผลที่เกิดไม่ได้กระทบแค่สุขภาพใจเท่านั้น แต่ กระทบต่อสุขภาพกายด้วย เนื่องจากความเครียดที่เกิดจากความเสียใจจะส่งผลทำให้ร่างกายเปลี่ยนแปลงด้วย เช่น ทำให้ นอนไม่หลับ หลับไม่สนิท เบื่ออาหาร หรือบางคนก็กินไม่หยุดไปเลย ซึ่งนาน ๆ เข้าผลเสียก็จะแสดงออกมาทางร่างกาย เช่น รู้สึก ใจสั่น ไม่ก็รู้สึก ปวดหัวต่อวันบ่อยขึ้น โดยที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะ อาการทางใจไปกระตุ้นร่างกายจนทำให้เสียสมดุล …นี่ก็เป็น “พิษจากการถูกนอกใจ”
นอกจากนี้ โฆษกกรมสุขภาพจิตยังระบุว่า… ช่วงนี้มี คำศัพท์ที่ถูกนำมาพูดถึงบ่อย ๆ ควบคู่กับกรณีนอกใจ นั่นคือคำว่า… “แก๊สไลท์ติ้ง (Gaslighting)”ที่เป็นการ ปั่นหัว หรือบิดเบือนความจริง มุ่งหวังทำให้ผู้ที่ถูกกระทำหรือเหยื่อนั้นเกิดอาการสับสนกับโลกความเป็นจริงหรือต้องการให้อีกฝั่งรู้สึกว่าตนเองด้อยค่า ซึ่งพบบ่อย ๆ ใน “คนถูกนอกใจ” ผ่านประโยคต่าง ๆ เพื่อ “กล่าวโทษเหยื่อ” เช่น เธอเป็นสาเหตุทำให้เรื่องนี้เกิดขึ้น เธอเป็นสาเหตุทำให้ไม่อยากลับบ้าน เป็นต้น โดยผู้ที่ถูกแก๊สไลท์ติ้งไปนาน ๆ สมองจะรู้สึกสับสน จนทำให้เริ่มไม่เชื่อมั่นในสัญชาติญาณตัวเอง และมักมีปากเสียงกับคนรอบข้างรอบตัวที่เข้ามาเตือน โดย “ลักษณะเด่น” ของ “เหยื่อแก๊สไลท์ติ้ง” ที่พบบ่อย ๆ ก็คือ…เหยื่อ “มักโทษตัวเองเป็นคนผิด”
ทั้งนี้ “วิธีแก้พิษนอกใจ–วิธีแก้ปัญหา”ทาง ดร.นพ.วรตม์ ได้ให้แนวทางว่า… สิ่งที่เหยื่อถูกนอกใจต้องทำอันดับแรกคือ อนุญาตให้ตัวเองรู้สึกแตกสลายได้ไม่จำเป็นต้องรีบเข้มแข็งดังนั้น คนรอบข้างรอบตัวจึงไม่ควรปลอบเหยื่อนอกใจด้วย “ประโยคต้องห้าม” เช่น ขอให้หายอกหักไว ๆ ขอให้เลิกเศร้าเร็ว ๆ แต่ควรปล่อยให้เหยื่อ ใช้เวลาอยู่กับความเสียใจที่เกิดขึ้นสักระยะ ซึ่งเมื่อผ่านไประยะหนึ่งความเจ็บปวดจะค่อย ๆ จางหายไป …นี่เป็น “วิธีปลดล็อก” โดย “ยอมให้รู้สึกเศร้า”
วิธีต่อมาคือ ต้องไม่พยายามหาคำตอบที่ทำร้ายตัวเอง ซึ่ง “สำคัญมาก” โดยเฉพาะกับ “เหยื่อแก๊สไลท์ติ้ง” โดยการพยายามโทษตัวเองไม่ได้ทำให้อะไรดีขึ้น ดังนั้น จึงต้อง แยกให้ออกว่า…การที่คนรักนอกใจเราไม่ได้แปลว่าคุณค่าในตัวเราลดลง แต่เป็นปัญหาของคนที่นอกใจมากกว่า ขณะที่อีกหนึ่งวิธีคือ ถ้ารู้สึกว่าตัวเองเกิดอาการทางกายเยอะขึ้น เช่น นอนไม่หลับ ปวดหัวต่อเนื่อง หรือมีความคิดไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้ว ควรจะ ต้องพูดคุยระบายความเศร้ากับคนรอบข้าง…
“หากเริ่มรับมือความเศร้าจากการถูกนอกใจคนเดียวไม่ไหวแล้ว ก็ให้หาคนที่สนิทพูดคุยระบายความรู้สึกนั้น เพื่อลดแรงกดดันทางจิตใจ โดยให้คิดเสมอว่า…ไม่ใช่เราที่ต้องอาย แต่ถ้าหากทำแล้วยังไม่ดีขึ้น กรณีนี้ก็ควรไปพบจิตแพทย์เพื่อขอรับคำปรึกษา” …เหล่านี้เป็นแนวทางปลดล็อก “วิธีก้าวข้ามความช้ำใจ” ที่ทาง ดร.นพ.วรตม์ แนะนำ
แม้ว่า “พิษความช้ำ” จะทำให้เจ็บปวด
แต่ “ก็มีวิธีหยุด” เพื่อ “ไม่ให้พิษลาม”
มูฟออนได้…“มีวิธีแก้พิษถูกนอกใจ”.
ทีมสกู๊ปเดลินิวส์


