ทั้งนี้ มุมวิเคราะห์ต่อกรณี “ซีรีส์แนวตั้งฟีเวอร์” นั้น ทาง ผศ.ดร.อาทิตยา ทรัพย์สินวิวัฒน์ วิทยาลัยนวัตกรรมสื่อสารสังคมมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) ได้สะท้อนไว้น่าสนใจหลายประเด็น รวมถึง…
“ซีรีส์แนวตั้ง” นั้น “มีผลต่อพฤติกรรม”
โดยที่ “เป็นผลจากคีย์เวิร์ดเด่นต่าง ๆ”

ผศ.ดร.อาทิตยา ทรัพย์สินวิวัฒน์
ทาง ผศ.ดร.อาทิตยา สะท้อนผ่าน “ทีมสกู๊ปเดลินิวส์” มาอีกว่า… กระแสฮิตมาแรงของ “ซีรีส์แนวตั้ง” หรือ “มินิซีรีส์” ที่เป็นการ ถ่ายทำด้วยสัดส่วนภาพ 9:16 นั้น นอกจากจะมาจาก ความบูมของแพลตฟอร์มคลิปแนวตั้ง แล้ว ในแง่ พฤติกรรมผู้ชม นี่ก็ถือเป็น “ตัวกระตุ้น”ที่ส่งให้ซีรีส์แนวตั้ง “แจ้งเกิดได้รวดเร็ว” โดยซีรีส์แนวตั้งเหมาะจะชมผ่านจอสมาร์ทโฟนมากที่สุด เพราะ ไม่ต้องพลิกตะแคงเพื่อดู แค่วางสมาร์ทโฟนบนฝ่ามือเพื่อชมได้ทันที จึง สะดวก-ง่ายต่อการชม
และนอกจากสัดส่วนภาพ พฤติกรรมผู้คนที่ต้องการความสะดวก “คีย์เวิร์ดทำให้ซีรีส์แนวตั้งประสบความสำเร็จ” ยังรวมถึงอีกปัจจัยที่ก็มีส่วนส่งเสริมให้แจ้งเกิด นั่นก็คือ “พล็อตเรื่อง–วิธีเดินเรื่อง”ซึ่งพบว่า… ส่วนใหญ่เนื้อหาที่นำเสนอจะ มีจุดเด่นที่การเดินเรื่องรวดเร็ว เนื้อเรื่องไม่ซับซ้อน ตัวละครแสดงอารมณ์ชัดเจน จึงสามารถ “ดึงคนดูให้ติด” ได้ง่าย
“ซีรีส์แนวนี้จะนำเสนอพล็อตเรื่องง่าย ๆ ที่คนเข้าใจง่าย ไม่ซับซ้อน คือ… เกลียดก็เกลียด รักก็รัก อิจฉาก็อิจฉาเลย แบบนี้ทำให้คนดูรู้สึกไม่เยิ่นเย้อ ไม่ยืดยาด ซึ่งก็ตรงกับพฤติกรรมผู้ชมยุคนี้ ที่มีชีวิตเร่งรีบ และอีกจุดคือ คุณภาพการแสดง ที่นักแสดงก็จะใส่กันเต็มที่ เพราะมีระยะเวลาเดินเรื่องสั้นกว่าซีรีส์เดิม ๆ” …ผศ.ดร.อาทิตยา ระบุ
พร้อมทั้งยังแจกแจงผ่าน “ทีมสกู๊ปเดลินิวส์” ไว้อีกว่า… “พล็อตเรื่องชัดเจน” ก็เป็นประเด็นสำคัญ ที่เป็น “เบื้องหลังความฮิตของซีรีส์แนวตั้ง” เพราะ แตกต่างจากละครแบบดั้งเดิมที่มักเดินเรื่องช้ากว่า ที่มักใช้เวลาพอสมควรกว่าจะเข้าสู่ไคลแมกซ์ และการเดินเรื่องของซีรีส์แนวตั้งนอกจากพล็อตจะชัดเจนแล้ว ตัวละครก็จัดจ้านมากกว่าตัวละครแบบดั้งเดิมเพราะด้วยเวลาต่อคลิปสั้น ตัวละครในเรื่องจึงยิ่งต้องแสดงอารมณ์ ยิ่งต้องแสดงเต็มที่ เพื่อดึงผู้ชมให้อยู่กับซีรีส์แต่ละตอน
และเมื่อประกอบกับ “คีย์เวิร์ด” อย่าง ตัวเลขสัดส่วนภาพ 9:16 ของซีรีส์แนวตั้ง ก็มีผลทำให้ “คนหยุดไถหน้าจอไม่ได้” เนื่องจากการที่รับชมคลิปโดยไม่ต้องพลิกหรือตะแคงมือถือเพื่อชม ทำให้คนรับชมได้คล่องตัว เมื่อการใช้งานหรือรับชมง่ายเช่นนี้ ก็จึงทำให้ “ง่ายต่อการไถฟีดชมต่อไป” ทำให้หยุดไม่ได้ที่จะต้องติดตามไปเรื่อย ๆ จึงส่งเสริมให้ซีรีส์แนวตั้งฮิต
“ในแง่วิชาการ มีการตั้งคำถามถึงพฤติกรรมผู้ชมซีรีส์แนวตั้งเช่นกันว่า…ทำไมหลายคนหยุดไถหน้าจอไม่ได้ ซึ่งก็พบว่า…นอกจากความสะดวกในการรับชมผ่านแนวตั้งแล้ว พล็อต โครงเรื่องซีรีส์แนวตั้ง ก็เป็นหัวใจสำคัญเช่นกัน เนื้อเรื่องแต่ละตอนจะกระชับฉับไวมาก ทำให้ผู้ชมถูกสะกดให้อยู่กับหน้าจอจนจบตอนโดยไม่ละสายตา”

ถามว่า… “ปรากฏการณ์กระแสซีรีส์แนวตั้งฟีเวอร์ที่เกิดขึ้นเวลานี้สะท้อนถึงอะไรได้บ้าง?” ประเด็นนี้ทาง ผศ.ดร.อาทิตยา วิเคราะห์และสะท้อนมาว่า… ประการแรก… สะท้อนให้เห็นถึง “ยุคโมบายล์เฟิรสต์ (Mobile First)”ซึ่งสมาร์ทโฟนกลายเป็นทุกอย่าง หรือเป็นปัจจัยที่ 5 ไปแล้ว ประการที่สอง… สะท้อนถึง “การต้องปรับตัวครั้งใหญ่ของอุตสาหกรรมบันเทิง” เพราะพฤติกรรมการเสพคอนเทนต์เปลี่ยนไป ทำให้ผู้ผลิตสื่อบันเทิงต้องปรับตัวกันขนานใหญ่ เพราะไม่สามารถมองข้ามตลาดผู้ชมซีรีส์แนวตั้งที่ใหญ่มากขึ้นเรื่อย ๆ ได้ จึงทำให้เวลานี้ก็มีผู้ผลิตไทยหันมาผลิตซีรีส์แนวตั้งกัน
“คนเปิดดูทีวีน้อยลง เพราะทีวีดิจิทัลก็ไม่ใช่ช่องทางหลักเหมือนอดีต แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าคนดูละครน้อยลง เพียงแต่หันไปดูผ่านมือถือ ทำให้ผู้จัดไทยก็ต้องปรับตัว และอีกสาเหตุที่ทำให้ผู้จัดหันไปจับแพลตฟอร์มแนวตั้ง อีกหนึ่งในเหตุผล ก็น่าจะเป็นการที่สามารถวัดเรตติ้งได้เลยจากยอดเอนเกจเมนต์ ทำให้ขายโฆษณาได้ง่ายขึ้น ขายลูกค้าได้ง่ายขึ้น” …เป็นอีกมุมที่นักวิชาการชี้ไว้ ซึ่งอาจเป็น “ปัจจัยกระตุ้นให้ตลาดซีรีส์แนวตั้งของไทยเติบโต”
ขณะที่ในแง่พฤติกรรมผู้ชม ปรากฏการณ์ฟีเวอร์ “ซีรีส์แนวตั้ง” ก็ส่งผล “ทำให้เกิดพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป” โดยทางนักวิชาการ มศว ชี้ว่า… อย่างแรกที่สังเกตเห็นคือ ผู้ชมยิ่งต้องการความบันเทิงที่ใช้เวลาสั้นลง และแพลตฟอร์มที่รับชมนั้นก็ ต้องไม่ติดเงื่อนไขด้านเวลา คือว่างเมื่อไหร่ก็ชมได้ ซึ่งเป็นไปตามทฤษฎีสื่อสารมวลชน ที่ลักษณะพฤติกรรมรูปแบบนี้สะท้อนลักษณะคนยุคใหม่ที่ มีสมาธิจดจ่อสั้นลง เหมือนพฤติกรรม เสพคลิปช็อต (Clip Short) ที่ผู้ชมให้ความนิยม
และกับ “ปุจฉา” ว่า… แนวโน้มอนาคตซีรีส์แนวตั้งจะยืนระยะได้แค่ไหน? หรือจะแทนที่คอนเทนต์หรือละครรูปแบบดั้งเดิมได้หรือไม่? เรื่องนี้นักวิชาการท่านเดิมมองว่า… ซีรีส์แนวตั้งน่าจะมีโอกาสเติบโตต่อไปได้ ส่วนจะแทนที่ซีรีส์แนวนอนเลยหรือไม่? เชื่อว่าซีรีส์แนวนอนจะยังไม่หายไป แต่จะเปลี่ยนไปเป็นอีกรูปแบบให้ผู้ชมได้เลือกมากกว่า …ทั้งนี้ ต่าง ๆ เหล่านี้เป็นมุมวิเคราะห์โดย ผศ.ดร.อาทิตยา ทรัพย์สินวิวัฒน์ เกี่ยวกับ “กระแสฟีเวอร์ซีรีส์แนวตั้ง” ที่มาแรง
“ซีรีส์แนวตั้ง” ก็ “ส่งผลต่อพฤติกรรม”
ผู้คน “เปลี่ยนเทรนด์เสพสื่อบันเทิง”
รอดู…“จะก่อปรากฏการณ์ใดอีก??”.
ทีมสกู๊ปเดลินิวส์



