ล่าสุด ต้นเดือน มี.ค.ทางมูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาการเรียนรู้ (มสวร.) ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดเวทีประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อขยายผลการขับเคลื่อนชุมชนล้อมรักษ์ในระดับจังหวัด ณ จังหวัดเชียงใหม่ สร้างจังหวัดต้นแบบการแก้ไขปัญหายาเสพติดที่ใช้พลังชุมชนเป็นศูนย์ กลางโดยใช้กระบวนการ CBTx ผ่านกลไกคณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ (พชอ.)

โดยเปิดพื้นที่ให้พูดคุย แลกเปลี่ยน วางแผนการป้องกันแก้ไขปัญหาร่วมกัน สนับสนุนการพัฒนานวัตกรรมการดูแลและบำบัดฟื้นฟูผู้ใช้สารเสพติด รวมถึงเสริมศักยภาพผู้นำชุมชนและแกนนำในพื้นที่ให้สามารถมีบทบาทในการช่วยดูแลและฟื้นฟูสมรรถนะของผู้ผ่านการบำบัดเมื่อกลับสู่ชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อเชื่อมสู่นโยบายเมืองแห่งการท่องเที่ยวที่ปลอดภัยของคนทั่วโลก
นางสาวรุ่งอรุณ ลิ้มฬหะภัณ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการควบคุมปัจจัยเสี่ยงหลัก สสส. ระบุว่า ในการทำงานนั้นจะมุ่งเน้นการฟื้นฟูผู้ใช้สารเสพติดควบคู่กับการป้องกันไม่ให้กลับไปเสพซ้ำ ภายใต้เป้าหมายสำคัญคือการ ช่วยให้ผู้ผ่านการบำบัดสามารถหลุดพ้นจากภาวะสมองติดยาเสพติดได้อย่างยั่งยืนในระยะเวลา 1 ปี ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาสำคัญในการสร้างโอกาสให้ผู้บำบัดสามารถกลับมาใช้ชีวิตในสังคมได้ตามปกติ โดยใช้ชุมชนเป็นกลไกหลักในการดูแลผู้บำบัด มีบทบาทในการดูแลคนในพื้นที่ของตนเอง

สำหรับเชียงใหม่ ถือเป็นอีกหนึ่งพื้นที่ที่มีความเข้มแข็งในการขับเคลื่อนงานด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด โดยมีกลไก พชอ. ทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบตั้งแต่ระดับจังหวัด อำเภอ ไปจนถึงระดับชุมชนและหวังยกระดับพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่เป็นต้นแบบในการติดตามดูแลผู้ใช้สารเสพติดตลอดระยะเวลา 1 ปี พร้อมทั้งรวบรวมบทเรียนและนวัตกรรมจากการทำงานในพื้นที่นำไปขยายผลสู่จังหวัดอื่น ๆ ทั่วประเทศต่อไป เพื่อสร้างระบบการดูแลที่ยั่งยืนและช่วยให้ผู้ผ่านการบำบัดสามารถกลับมาเป็นพลังสำคัญของชุมชนได้อีกครั้ง
“เมื่อผู้บำบัดผ่านกระบวนการบำบัดฟื้นฟูและกลับคืนสู่ชุมชน คนในชุมชนจึงเป็นกำลังสำคัญในการช่วยฟื้นฟูสมรรถนะทั้งด้านร่างกาย จิตใจ และสังคม รวมถึงจัดกิจกรรมสร้างสรรค์ที่ช่วยให้ผู้ผ่านการบำบัดสามารถปรับตัวอยู่ร่วมกันได้กับทุกคนและไม่กลับไปเสพซ้ำได้เป็นสิ่งสะท้อนได้ว่าชุมชนนั้นจะปลอดภัยด้วย”

ด้าน นายศิวะ ทมิกานนท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ระบุว่า ในช่วง 4 เดือนที่ผ่านมาที่จังหวัดเชียงใหม่ เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้กระทำความผิดในคดีลักลอบขนยาเสพติดกว่า 25 ล้านเม็ด ลักษณะเป็นขบวนการรายใหญ่ มีเป้าหมายส่งต่อไปยังพื้นที่ต่าง ๆ ของประเทศ จังหวัดได้เพิ่มความเข้มงวดในการตั้งจุดตรวจ จุดสกัด ในเส้นทางสำคัญพร้อมนำรถเอกซเรย์เคลื่อนที่มาใช้สนับสนุนการปฏิบัติงานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจค้นและสกัดกั้นการลักลอบลำเลียงยาเสพติดอย่างต่อเนื่อง ส่วนของการดูแลผู้ที่ได้รับผลกระทบจากปัญหายาเสพติด เรามีกระบวนการบำบัดรักษาและการคืนคนดีสู่สังคม โดยผู้ป่วยยาเสพติดในระดับสีแดงที่ผ่านกระบวนการบำบัดรักษาตามระบบสาธารณสุขแล้ว และมีความพร้อมในการกลับมาใช้ชีวิตตามปกติ จะได้รับการส่งต่อกลับสู่ชุมชนภายใต้การดูแลของเครือข่ายในพื้นที่
“จังหวัดเชียงใหม่ยังคงมุ่งมั่นดำเนินมาตรการรักษาความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัยในทุกมิติ โดยมีการทำงานร่วมกันของทุกหน่วยงานภายใต้ทีมเชียงใหม่ ที่บูรณาการทั้งด้านข้อมูล การป้องกัน และการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยวว่า จังหวัดเชียงใหม่มีมาตรการดูแลความปลอดภัยอย่างเข้มแข็งและรอบด้านในทุกมิติ”.
อภิวรรณ เสาเวียง



