ทั้งนี้ “สงครามอิหร่าน” มีมุมมองของนักวิชาการไทยผ่านเวทีเสวนาออนไลน์โดย ภาควิชารัฐศาสตร์ ร่วมกับ ศูนย์เอเชียแปซิฟิกศึกษา คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) ซึ่งมีการ “ตั้งข้อสังเกตความผิดปกติ” และมีการ “ชี้ข้อพิรุธสงครามนี้” ไว้ รวมถึงได้มีการ…
ชี้ “องค์ประกอบสงครามที่เป็นปัจจัย”
ที่จะ “ส่งผลถึงระยะเวลา–พื้นที่” ศึกนี้

ผศ.ดร.มาโนชญ์ อารีย์
การวิเคราะห์เรื่องนี้มาจากเวทีเสวนาออนไลน์ หัวข้อ “อิหร่าน–อิสราเอล–สหรัฐ : ใครสู้เพื่ออะไร? และระเบียบโลกกำลังเปลี่ยนอย่างไร?” ที่จัดโดยภาควิชาการดังกล่าว ซึ่งหนึ่งในนักวิชาการที่สะท้อนมุมมองต่อเหตุสงครามครั้งนี้ไว้น่าคิดคือ ผศ.ดร.มาโนชญ์ อารีย์ อาจารย์ ภาควิชารัฐศาสตร์ มศว ที่ให้ทัศนะไว้ว่า… เทียบสงครามอ่าวปี 2003 กับสงครามอิหร่านปี 2026 จุดผิดปกติที่เห็นคือ สหรัฐเริ่มเข้าสงครามแบบฉุกละหุก โดยที่อังกฤษที่เป็นพันธมิตรก็ยังไม่เข้าร่วม ขณะที่มหาอำนาจยุโรปหลาย ๆ ชาติก็ยังรักษาท่าที อีกทั้งยังแสดงออกว่า…จะยังไม่ร่วมสงครามกับสหรัฐในเวลานี้
ทั้งนี้“การเร่งเปิดสงครามที่เร็วผิดปกติของสหรัฐ”เช่นนี้ ผศ.ดร.มาโนชญ์ มองไว้ว่า… อาจจะมีอิสราเอลอยู่เบื้องหลังจากการที่หากปล่อยให้เวทีเจรจาเรื่องนิวเคลียร์ของอิหร่านดำเนินต่อไป ที่ก่อนหน้านี้มีแนวโน้มที่อิหร่านจะคุยเรื่องนี้ผ่านกลไก IAEA ต่อไปอิสราเอลจะดึงสหรัฐทำสงครามรบอิหร่านได้ยากขึ้น จึงบีบให้สหรัฐต้องรีบเข้าร่วมรบ ซึ่งนักวิเคราะห์ของสหรัฐเองก็มองว่า สหรัฐไม่ได้ประโยชน์อะไรเลยกับสงครามนี้ แต่ต้องทำ เพราะเป็นความต้องการของอิสราเอลโดยมีทฤษฎีที่เชื่อว่า อาจโยงกับแฟ้มลับเอปสตีน มีการนำเรื่องนี้มาใช้บีบทรัมป์ ให้สหรัฐเข้าสงครามตามที่อิสราเอลต้องการ

ขณะที่ “ระยะเวลาของสงคราม” ที่เกิดขึ้นนี้ “จะจบเร็ว? หรือยืดเยื้อ?” เรื่องนี้ ผศ.ดร.มาโนชญ์ ให้ทัศนะไว้ว่า… “อาจต้องรอให้ไปถึงระยะเจ็บตัวเสียก่อน” จึงจะเห็นภาพ ซึ่งการทำสงคราม ถึงจุดหนึ่งทรัพยากรที่ใช้ก็ย่อมร่อยหรอ โดยถ้าถึง “จุดเทิร์นนิ่งพอยต์” หรือ “จุดที่ไปต่อไม่ได้แล้ว” แต่ละฝ่ายก็จะเข้ากระบวนการนั่งโต๊ะเจรจา โดย ยังตอบไม่ได้ว่าจะถึงระยะนี้เมื่อไหร่?และนอกจากปัจจัยดังกล่าวแล้ว ก็ยัง “ต้องดูว่าจะมีตัวละครเพิ่มหรือไม่?” ซึ่งหาก มีเข้ามาเติม โอกาสที่สงครามจะขยายวงก็มีมากขึ้นโดย“ตัวละครที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ”นั้น ผศ.ดร.มาโนชย์ แบ่งเป็น 3 กลุ่ม ไว้ดังนี้…
กลุ่มแรก… ภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยเฉพาะประเทศอาหรับที่โดนอิหร่านถล่ม เช่น ซาอุดีอาระเบีย, กาตาร์, โอมาน, ยูเออี ที่ก็ยังต้องดูท่าทีต่อไป เพราะที่ผ่านมาแม้หลายชาติอาหรับจะเคยทะเลาะกับอิหร่าน แต่เนื่องจาก โครงสร้างมหาอำนาจโลกเปลี่ยน…ทำให้ “จีน–รัสเซีย” อยู่ในสมการสำคัญ ซึ่งชาติอาหรับรู้ดีว่า 2 ประเทศใหญ่นี้สนิทกับอิหร่าน ทำให้หลายชาติอาหรับจึงพยายามสงวนท่าที วางตัวเป็นกลาง ไม่เข้ายุ่งมากไป, กลุ่มที่สอง… กลุ่มประเทศยุโรป เช่น อังกฤษ, ฝรั่งเศส ซึ่งช่วงแรก ๆ ก็ยังกั๊กอยู่ โดย การที่กลุ่มนี้จะเข้าร่วมนั้นต้องมีความมั่นใจระดับหนึ่งว่า…เข้ามาแล้วจะชนะ และ กลุ่มสุดท้าย… จีน–รัสเซีย ที่เคยสนับสนุนอิหร่านมาตลอด และ ยังไงก็ไม่ยอมทิ้งอิหร่าน เพราะอิหร่านคือฐานอิทธิพลและผลประโยชน์ที่สำคัญ ถ้าจีนและรัสเซียเสียอิหร่านจะสูญเสียอิทธิพลในภูมิภาคนี้ ซึ่ง ผศ.ดร.มาโนชย์ วิเคราะห์ไว้ว่า…
“กลุ่มสุดท้ายนี้จะเป็นตัวชี้เลยว่า…สงครามนี้จะพัฒนาไปเป็นสงครามใหญ่หรือไม่ 2 ประเทศนี้จึงเลือกที่จะไม่เสี่ยง เพราะมหาอำนาจไม่ต้องการเจอกันแบบนี้อยู่แล้ว จีนกับรัสเซียจึงจำกัดบทบาทตัวเองเอาไว้ข้างหลัง”

ผศ.ดร.พรพรรณ โปร่งจิตร
ทางด้าน ผศ.ดร.พรพรรณ โปร่งจิตร ผู้อำนวยการ ศูนย์เอเชียแปซิฟิกศึกษา มศว ก็ได้วิเคราะห์และระบุไว้ว่า… หากจะบอกว่าประเทศใดที่มีท่าทีโน้มเอียงทางอิหร่าน? แน่นอนก็จีน รัสเซีย พันธมิตรอิหร่าน เป็นพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์ เชิงการค้า แต่ทั้งจีนและรัสเซียก็ยังไม่กล้าลงสนามแบบเปิดตัวแต่แรก ความชัดเจนเรื่องพันธมิตรร่วมรบนั้นฝั่งสหรัฐจะชัดเจนกว่า โดยสาเหตุที่จีนและรัสเซียยังไม่เปิดหน้าเลย เหตุผลคือรัสเซียเองก็ยังมีแนวรบที่ติดพันกับยูเครนอยู่ ส่วนจีนก็มุ่งเน้นเศรษฐกิจเป็นหลัก ดังนั้น… ในระยะสั้นจึงน่าจะยังไม่มีตัวละครอื่น ๆ เข้ามาเพิ่มในสงครามอิหร่านกับสหรัฐและอิสราเอล
อย่างไรก็ตาม ผศ.ดร.พรพรรณ ชี้ไว้ว่า… แม้ว่าอิหร่านยังไม่มีพันธมิตรเสริมมาเติมเพื่อช่วยรบกับสหรัฐและอิสราเอล หากแต่ “ศักยภาพการทหารอิหร่านก็แข็งแกร่งพอที่จะต้านในสงครามนี้ได้ระยะหนึ่ง” ซึ่งเรื่องนี้ “อาจทำให้สหรัฐและอิสราเอลติดกับดักสงคราม” จากตอนแรกที่คิดว่าจะเผด็จศึกอิหร่านได้ไว ซึ่งเมื่อสังหารผู้นำสูงสุดอิหร่านได้ แทนที่จะทำให้อิหร่านอ่อนแรง แต่กลับทำให้อิหร่านยิ่งสู้ยิบตา ซึ่งจุดนี้น่าจะทำให้สหรัฐกับอิสราเอลเกิดปัญหาหนักแน่ ๆ…
“ที่ผ่านมาอิหร่านแม้ถูกท้าทาย หรือถูกยั่วยุ ก็อดทน อดกลั้น แต่ครั้งนี้อิหร่านมองว่าเกินกว่าที่จะรับได้ เพราะมุ่งเป้าที่ผู้นำระดับสูงสุดของประเทศ จึงเป็นเหตุให้ตอบโต้อย่างรุนแรง ซึ่งผิดจากแผนที่สหรัฐกับอิสราเอลมองไว้” …ทาง ผศ.ดร.พรพรรณ ระบุไว้ ซึ่งกรณี “ประเมินอิหร่านผิด” นี้เอง นอกจากปุจฉา “สงครามจะจบเมื่อไหร่?”…
ก็ยังมีปุจฉา…“สงครามจะจบอย่างไร?”
และ…“อนาคตอิหร่านจะเป็นเช่นไร?”
ซึ่ง “มาดูการไขรหัสกันอีกตอนหน้า”…
ทีมสกู๊ปเดลินิวส์



