ทาง 3 องค์กรใหญ่ในไทย คือ เอไอเอสเซ็นทรัล กรุ๊ปและ เจแปนออนไลน์ จึงจัดแคมแปญ “ถ่ายคลิปทิ้ง E-Waste ให้ไวบินไปญี่ปุ่น ฟรี” บินตรงสู่ประเทศญี่ปุ่น เปิดประสบการณ์เรียนรู้กระบวนการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ (E-Waste) ระดับโลกแบบครบวงจร ตั้งแต่จุดเริ่มต้นในประเทศไทยสู่ปลายทางโรงงานรีไซเคิลชั้นนำของญี่ปุ่น

โดยพาผู้ชนะการประกวด 10 คน เดินทางศึกษาดูงานการกำจัด E-Waste ในโรงงาน Eco Recycle และ Kosaka Smelting & Refining ในเครือ Dowa Eco-System ภายใต้ Dowa Holding ประเทศญี่ปุ่น ซึ่ง Eco Recycle จะเป็นโรงงานที่รับ E-Waste ทุกชนิด มาเข้าสู่กระบวนการถอดแยกชิ้นส่วนเพื่อนำไปรีไซเคิลให้มากที่สุด ภายใต้กฎหมายการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ของประเทศญี่ปุ่น ที่มีผลบังคับใช้อย่างเคร่งครัด 

E-Waste บางส่วน ที่ทาง เอไอเอส และ เซ็นทรัล กรุ๊ป ร่วมกันจัดเก็บส่งให้ทางบริษัท เวสต์ แมเนจเมนท์ สยาม จำกัด (WMS) ภายใต้ DOWA Group กำจัดนั้น มีชิ้นส่วนที่ไม่สามารถสกัดได้ ทาง  WMS ก็จะจัดส่งต่อมาให้โรงงานที่ญี่ปุ่นจัดการให้

โรงงาน Eco Recycle เป็นโรงงานถลุงแร่มาก่อน ก่อตั้งตั้งแต่ปี ค.. 1884 เมื่อธุรกิจถลุงแร่เริ่มหมดไปจากญี่ปุ่น จึงเริ่มหันมารีไซเคิล  E-Waste ตั้งแต่ ค.. 1999 ปัจจุบันรับเครื่องใช้ไฟฟ้าทุกชนิดมาคัดแยก โดยมี  capacity รับได้ปีละ 6 แสนเครื่อง แต่ได้รับการจัดสรรจากภาครัฐ 3 แสนเครื่องต่อปี

โดยในปี 67 ที่ผ่านมา รับมือถือมา 2.1 ตัน หรือประมาณ 11,000 เครื่อง สามารถรีไซเคิลแยกออกมาเป็น ทองได้ 713 กรัม, เงิน 3,585 กรัม และ ทองแดง 229 กิโลกรัม และเหลือประมาณ 9% ที่รีไซเคิลไม่ได้ ต้องถูกฝังกลบ อย่างไรก็ตามปัจจุบัน มือถือที่ออกขายในตลาดทั่วโลกจะใช้ทองคำเป็นส่วนประกอบในชิป
ลดลง เนื่องจากทองคำมีราคาแพงขึ้นมาก

ขณะที่ในส่วนของ Kosaka Smelting & Refining จะเป็นโรงงานที่หลอมชิ้นส่วนของ E-Waste เช่น แผงวงจรในโทรศัพท์มือถือ ซึ่งมีองค์ประกอบของโลหะมีค่าหลายชนิด เช่น ทอง เงิน ทองแดง เป็นต้น โรงหลอมนี้ เป็น 1 ใน 3 ของโลก ที่สามารถสกัดโลหะมีค่าได้มากกว่า 20 ชนิด ทำให้เป็นองค์กรชั้นนำและหัวใจสำคัญของการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ระดับโลก

สายชล ทรัพย์มากอุดมหัวหน้าคณะผู้บริหารด้านสื่อสารองค์กร เอไอเอส บอกว่า โครงการนี้เป็นความตั้งใจ
ของเอไอเอส ในการขับเคลื่อนการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์อย่างโปร่งใสและยั่งยืน รางวัลที่มอบให้ผู้ชนะในครั้งนี้ ถือเป็น Sustainability Learning Experience ที่เปิดโอกาสให้ผู้ชนะได้เห็นกระบวนการจริงตลอดทั้งเส้นทางตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่า E-Waste ทุกชิ้นจะถูกจัดการตามมาตรฐาน Zero E-Waste to Landfill อย่างแท้จริง 

การทำงานร่วมกับ เซ็นทรัล กรุ๊ป, เจแปน แอร์ไลน์ และ WMS เป็นการสร้าง โมเดลระดับประเทศภายใต้แนวคิด
Circular Economy
ที่เชื่อมโยงผู้บริโภคสู่โรงงานรีไซเคิลระดับโลกอย่างครบวงจร ก่อให้เกิด E-Waste Ecosystem สำหรับประเทศไทย ทำให้มั่นใจได้ว่าขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่ทิ้งอย่างถูกวิธีจะถูกนำไปจัดการอย่างถูกต้อง 100% ไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และเมื่อผู้บริโภคได้เห็นปลายทางของขยะอย่างชัดเจน ความเชื่อมั่นจะนำไปสู่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอย่างยั่งยืน ตั้งแต่การใช้งานไปจนถึงการทิ้งอย่างถูกต้อง

โครงการนี้เป็นการต่อยอดจากความร่วมมือภายใต้โครงการ “คนไทยไร้ E-Waste” ที่ AIS และกลุ่มเซ็นทรัลดำเนินการร่วมกันมาตั้งแต่ปี 63 โดย AIS ทำหน้าที่เป็นแกนนำผลักดัน “AIS HUB of E-Waste” ศูนย์กลางการบริหารจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ของประเทศไทย มุ่งนำขยะทุกชิ้นเข้าสู่กระบวนการจัดการอย่างถูกวิธีตามหลัก Zero E-Waste to Landfill ขณะที่กลุ่มเซ็นทรัลสนับสนุนการขยายเครือข่ายจุดรับทิ้งในพื้นที่ศูนย์การค้าทั่วประเทศ เชื่อมโยงพื้นที่ค้าปลีกเข้ากับระบบบริหารจัดการขยะที่ได้มาตรฐาน เพื่อให้ประชาชนสามารถทิ้ง E-Waste ได้อย่างสะดวกและถูกต้อง

อัจฉรา วิสุทธิวงศ์รัตน์รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายการตลาด สื่อสารองค์กร และความยั่งยืน กลุ่มเซ็นทรัล บอกว่า กลุ่มเซ็นทรัลให้ความสำคัญกับการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง โดยเฉพาะการขับเคลื่อนแนวคิด Circularity หรือเศรษฐกิจหมุนเวียน ภายใต้กรอบการบริหารจัดการทรัพยากรอย่างมีความรับผิดชอบ มุ่งเน้นการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด ผ่านหลักการ Reduce, Reuse และ Recycle เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว

ในมิติด้านการบริหารจัดการขยะ กลุ่มเซ็นทรัลให้ความสำคัญกับการแยกขยะ เป็นหนึ่งในกลยุทธ์หลักของการดำเนินธุรกิจ พร้อมตั้งเป้าหมายลดปริมาณขยะที่ต้องนำไปฝังกลบอย่างน้อย 30% ภายในปี 2030 และมุ่งสู่ Zero Waste to Landfill ภายในปี 2050 ผ่านโครงการ Love The Earth – ZERO WASTE NOW ซึ่งมุ่งพัฒนา “โมเดล Zero Waste แบบครบวงจร” เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงอย่างยั่งยืนตลอดทั้งห่วงโซ่คุณค่า

ขณะเดียวกัน ก็ให้ความสำคัญกับขยะอิเล็กทรอนิกส์ เพราะหากจัดการไม่ถูกต้อง อาจก่อให้เกิดการปนเปื้อนของสารอันตราย เช่น ตะกั่ว ปรอท และแคดเมียม สู่ดินและแหล่งน้ำ ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศและสุขภาพของประชาชน การเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลที่ได้มาตรฐาน จะสามารถกู้คืนโลหะมีค่ากลับมาใช้ใหม่ ลดการใช้ทรัพยากร และสนับสนุนเศรษฐกิจหมุนเวียนได้อย่างเป็นรูปธรรม

ปัจจุบัน กลุ่มเซ็นทรัลได้จัดตั้งจุดรับทิ้ง E-Waste ร่วมกับ AIS ครอบคลุมศูนย์การค้ากว่า 42 สาขาทั่วประเทศ เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนเข้าถึงการทิ้งขยะอิเล็กทรอนิกส์ได้อย่างถูกต้อง ง่ายดาย ทั่วถึง เป็นการเชื่อมโยงพื้นที่ค้าปลีกเข้ากับกระบวนการรีไซเคิลที่ได้มาตรฐานอย่างเป็นระบบ ในฐานะผู้นำองค์กรค้าปลีกที่มีระบบจัดการขยะครบวงจร กลุ่มเซ็นทรัลมุ่งเดินหน้าสร้างการมีส่วนร่วมกับลูกค้า พนักงาน พันธมิตรทางธุรกิจ และชุมชน ยกระดับการจัดการทรัพยากรของประเทศ และขับเคลื่อนเป้าหมาย Net Zero อย่างเป็นรูปธรรม

ด้าน ทาคาฟุมิ ซะวะดะRegional Manager Thailand, Indochina and South Asian Subcontinent Japan Airlines Co.,Ltd. บอกว่า  สายการบินเจแปนแอร์ไลน์ตระหนักถึงความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม พร้อมมุ่งมั่นก้าวสู่การเป็นสายการบินที่ได้รับความไว้วางใจในระดับโลก โดยตั้งเป้าหมายสู่การเป็น Carbon Neutral ภายในปี 2050 ผ่านการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ควบคู่กับการใช้ Sustainable Aviation Fuel (SAF) ที่ผลิตจากน้ำมันใช้แล้วระหว่างการบิน 

ทั้งยังตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนการใช้ SAF ให้ได้ 10% ภายในปี 2030 พร้อมพัฒนาฝูงบินด้วยเครื่องบินรุ่นใหม่ที่ใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ เช่น Airbus A350 และ Boeing 787 และยึดแนวทาง 3R+1R (Reduce, Reuse, Recycle + Redesign) เลิกใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว และพัฒนาภาชนะอาหารที่ย่อยสลายได้ เพื่อช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม

ถือเป็นการทำธุรกิจที่ดำเนินนโยบายรับผิดชอบต่อสังคม ของ 3 องค์กรชั้นนำในไทย พร้อมวางรากฐานระบบการจัดการ E-Waste ของประเทศให้เข้มแข็ง โปร่งใส และขยายผลได้ในระยะยาว.

จิราวัฒน์ จารุพันธ์