สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง สรุปผลการออกเสียง “ประชามติ” ประเด็น “ท่านเห็นชอบว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่” เมื่อวันที่ 8 ก.พ.69 มีผู้มาใช้สิทธิออกเสียงประชามติจำนวน 36,870,302 คน คิดเป็นร้อยละ 69.65 จากจำนวนผู้มีสิทธิทั้งหมด 52,933,610 คน
เห็นชอบจำนวน 21,622,029 คน คิดเป็นร้อยละ 58.64 จากจำนวนผู้มาใช้สิทธิ ไม่เห็นชอบจำนวน 11,231,161 คน คิดเป็นร้อยละ 30.46 จากจำนวนผู้มาใช้สิทธิ ไม่แสดงความคิดเห็นจำนวน 3,074,442 คน คิดเป็นร้อยละ 8.34 จากจำนวนผู้มาใช้สิทธิ และมีบัตรเสีย 942,608 ใบ คิดเป็นร้อยละ 2.56
ก่อนมีการทำ “ประชามติ” เพื่อทำรัฐธรรมนูญ (รธน.)ฉบับใหม่ ได้มีการอภิปรายของสมาชิกรัฐสภา (สส.+สว.) เป็นเวลากว่า 1 ปี จนเรื่องดังกล่าวตกผลึก
ขณะที่ภาคประชาชน นักวิชาการ และสื่อมวลชน ได้วิพากษ์วิจารณ์ พร้อมทั้งเสนอแนะเรื่องนี้กันอย่างกว้างขวาง ดังนั้นการทำ “ประชามติ” เพื่อทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ จึงเป็นไปอย่างบริสุทธิ์ โปร่งใส รับฟังความเห็นจากหลายฝ่าย เพื่อประโยชน์ของส่วนรวม เพื่อคนไทยเกือบ 66 ล้านคน
“ประชามติ” ที่ว่านั้น ไม่ได้แอบทำกันแบบหลบ ๆ ซ่อน ๆ เหมือนการ “ฮั้วสว.” เพื่อคนการเมืองกลุ่มหนึ่ง
ไม่ต้องใช้บริการ “นักสถิติ” คิดวางแผนชั่วร้าย ในการจัดทำ “โพยฮั้ว สว.” จึงไม่มีเรื่องอั้งยี่ ฟอกเงิน เข้ามาเกี่ยวข้องแน่นอน และที่สำคัญคือไม่มีข้อครหาว่า “กินรวบ” ประเทศไทย คือยึดทั้งสภาล่าง (สส.) และสภาบน (สว.) ที่มีอำนาจในการแต่งตั้งตัวบุคคลในองค์กรอิสระ เช่น กกต.-ป.ป.ช.-ศาลรัฐธรรมนูญ
แต่การแถลงนโยบายต่อสภาของรัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล เมื่อวันที่ 9-10 เม.ย. 69 กลับไม่มีการพูดถึงการทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ว่าจะเริ่มวันไหน แล้วเสร็จภายในกรอบเวลากี่เดือน? เห็นนายอนุทินชอบคุยจังว่า “พูดแล้วทำ” แต่เรื่องการทำรัฐธรรมนูญใหม่ ไม่พูดเลย! คิดจะเบี้ยว! ประชามติอย่างนั้นหรือ?
ส่วนพรรคฝ่ายค้านอย่าง “พรรคประชาชน” เคยผลักดันให้มีการทำประชามติ เพื่อทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่อย่างสุดลิ่มทิ่มประตู ก็เงียบผิดปกติ! “พยัคฆ์น้อย” จึงอดคิดไม่ได้ว่าพรรคประชาชนเล่นละครเรื่องการทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ อยู่หรือเปล่า?
หรือพลพรรคประชาชนเกรงใจนายอนุทิน จึงไม่ทวงถามผู้นำรัฐบาลว่าจะเริ่มทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เมื่อไหร่? ทั้งที่ผู้มีบทบาทสำคัญในการทำรัฐธรรมนูญ คือ นายอนุทิน นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร และนายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา ซึ่งเป็นคนกันเอง แค่มองตากันก็ล่วงรู้ไปถึงก้นบึ้งของหัวใจ ดังนั้นอย่าทำเมินเฉย อย่าถ่วงเวลา และอย่าเบี้ยว! ทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ตามเสียงประชามติ
นายอนุทิน นายโสภณ และนายมงคล ลองไปสอบถาม 3 รัฐมนตรีของพรรคภูมิใจไทย ทั้งนายไชยชนก ชิดชอบ นายภราดร ปริศนานันทกุล และนายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ ว่าวันที่ 8 ก.พ.69 ในพื้นที่ จ.บุรีรัมย์-อ่างทอง-อุทัยธานี มี “คูหา” ให้ประชาชนเข้าไปออกเสียงประชามติ หรือเปล่า?
ถ้า 3 รัฐมนตรีบอกว่า “มีคูหา” ก็ต้องทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ให้แล้วเสร็จภายใน 2 ปี อย่าถ่วงเวลา! อย่าเบี้ยว! ประชามติโดยเด็ดขาด!!.
พยัคฆ์น้อย



