เมื่อวันที่ 22 เม.ย. นายนิพนธ์ บุญญามณี รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วยแกนนำพรรคประชาธิปัตย์ ขึ้นเวทีปราศรัยที่คลอง ร.5, ตำบลคอหงส์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เมื่อวันที่ 21 เม.ย. ที่ผ่านมา เพื่อขอคะแนนเสียงจากประชาชนในเขตเลือกตั้งที่ 3 ให้กับนายสมยศ พลายด้วง ผู้สมัคร ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ หมายเลข 4 และให้กับพรรคประชาธิปัตย์ หมายเลข 26 โดยมีประชาชนใน ต.คอหงส์ มาร่วมฟังการปราศรัยกว่า 5,000 คน 

นายนิพนธ์ กล่าวถึงทีมเศรษฐกิจพรรคประชาธิปัตย์ที่ได้มาบรรยายที่ อ.หาดใหญ่ ว่า เป็นความตั้งใจของพรรคประชาธิปัตย์ ที่มีเป้าหมายให้ทีมเศรษฐกิจของพรรคประชาธิปัตย์ มาพูดเกี่ยวกับเมกะโปรเจกต์ในภาคใต้และโครงสร้างสำหรับการพัฒนา อ.หาดใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง นายสามารถ ราชพลสิทธิ์ ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านเมกะโปรเจกต์ ได้มาพูดชัดเจนถึงเรื่องรถไฟรางคู่ที่จะมีเส้นทางต่อจาก ต.ปาดังเบซาร์ อ.สะเดา มายัง อ.หาดใหญ่ เชื่อมกับประเทศมาเลเซีย ซึ่งจะเป็นการเปิดศักราชการใหม่ด้านการท่องเที่ยวระหว่างไทยกับมาเลเซีย และจะทำให้ อ.หาดใหญ่ มีนักท่องเที่ยวมากขึ้น รวมถึงการเดินทางมีความสะดวกขึ้น อีกทั้งยังได้พูดถึงการเร่งรัดผลักดันโครงการมอเตอร์เวย์ จาก อ.หาดใหญ่ ไป อ.สะเดา เชื่อมกับนิคมอุตสาหกรรมสงขลาด่านนอก ตามด้วยโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้ารางเดี่ยวหรือโมโนเรล ที่ตนเคยศึกษาไว้สมัยเป็นนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) สงขลา ซึ่ตอนนี้ได้มีการศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม และออกแบบเสร็จแล้ว จึงเหลือแต่ว่าจะทำอย่างไร ที่จะร่วมมือกับภาคเอกชน ในการเดินหน้าโครงการนี้

นายนิพนธ์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ นายพิสิฐ ลี้อาธรรม ประธานคณะจัดทำนโยบายของพรรค ได้ประกาศว่า พร้อมผลักดันให้ อ.หาดใหญ่ เป็นศูนย์กลางการเงินของภูมิภาคเอเชีย เพราะ อ.หาดใหญ่ มีความพร้อมทุกอย่าง ทั้งโครงสร้างพื้นฐาน และการคมนาคมทางอากาศ อีกทั้ง เราจะทำให้มีท่าเรือน้ำลึกเกิดขึ้นจริงให้ได้ นี่คือศักยภาพของ จ.สงขลา ดังนั้นพรรคประชาธิปัตย์ จึงกล้าประกาศว่าถ้าเราเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล เราจะผลักดัน อ.หาดใหญ่ ให้เป็นเมืองศูนย์กลางเศรษฐกิจ และเป็นเมืองศูนย์กลางการเงิน

รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ตนได้ตระเวนขอคะแนนเสียงจากประชาชนในเขต 2 อ.หาดใหญ่ ให้กับนายนิพัฒน์ อุดมอักษร และในเขต 6 น.ส.สุภาพร กำเนิดผล ที่ อ.สะเดา และเขต 3 นายสมยศ พลายด้วง ไว้รับใช้ประชาชน ซึ่งบรรยากาศการตอบรับของประชาชนดีขึ้นมาก ตนจึงมั่นใจมากขึ้นว่า พรรคประชาธิปัตย์จะต้องได้ ส.ส. ขั้นต่ำ 40 ที่นั่ง เพราะใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ จ.ปัตตานี พรรคประชาธิปัตย์ได้รับกระแสตอบรับจากประชาชนดีขึ้นเป็นลำดับ ส่วนผลโพลก็บอกถึงเป้าหมายของเราใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ว่าดีขึ้น โดยโพลไม่ได้วิเคราะห์ลงไปในรายเขต แต่วิเคราะห์ภาพรวมทั่วไปถึงพรรคและตัวนายกรัฐมนตรี ซึ่งตัวนายกฯ ไม่มีให้เลือกในบัตรเลือกตั้ง และใน 3 สัปดาห์ที่เหลือ พรรคประชาธิปัตย์จะเร่งหาเสียงเต็มที่ทุกเขตเลือกตั้ง