นายไชยา พรหมา รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวถึงกรณีข่าวโครงการโคบาลชายแดนใต้ พบแม่พันธุ์วัวไม่ตรงกับสัญญาและคุณลักษณะเฉพาะ ไม่ตรงตามที่กำหนด จึงทำให้เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการโคบาลชายแดนใต้ ในโครงการนำร่อง เริ่มกังวลใจ บางรายจำเป็นต้องขายวัวสภาพที่ไม่สมบูรณ์ ดีกว่าปล่อยให้ตายก็จะขาดทุน ทำให้ได้ราคาต่ำกว่าเกณฑ์ อีกทั้งยังมีปัญหาต้นทุนเลี้ยงวัวสูง ทั้งอาหารและยารักษาโรค เพราะแม่พันธุ์วัวที่ได้รับการส่งมอบ 50 ตัวต่อกลุ่ม น้ำหนักไม่ได้ตามเกณฑ์ที่สัญญาไว้ และบางตัวติดโรค ทำให้ขณะนี้มีผลกระทบให้เกษตรกรที่จะเข้าร่วมโครงการฯ ในระยะที่ 2 ซึ่งมีเป้าหมายจะขยายเป็น 400 ตัว ว่า เบื้องต้นได้รับรายงานว่าศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือ ศอ.บต. ในฐานะฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือ กพต. มีข้อเสนอการดำเนินการกิจกรรมโคบาลชายแดนใต้ ภายใต้โครงการเมืองปศุสัตว์ภายใต้กรอบระเบียบเศรษฐกิจฮาลาลจังหวัดชายแดนภาคใต้ ระยะ 7 ปี (พ.ศ. 2565-2571) ระยะที่ 2 เพื่อพิจารณามอบหมายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมปศุสัตว์ปรับปรุงคู่มือการดำเนินงานให้สอดรับวิถีชีวิตการประกอบอาชีพของประชาชนในพื้นที่ และดำเนินการในระยะนำร่องตั้งแต่เมษายน 2566
“เรื่องนี้ทางอธิบดีกรมปศุสัตว์ยังไม่ได้รายงานมาที่ผม แต่ก็แปลกใจว่าทำไม่ไมรายงาน แต่ผมทราบเรื่องดังกล่าวแล้ว และยอมรับว่าเป็นการผิดพลาดของการบริหาร งบประมาณก็ไม่ใช่ของกรมปศุสัตว์ เราเป็นหน่วยงานที่เข้าไปดูแล จัดหาและตรวจรับ ขณะเดียวกันทางคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เข้าตรวจสอบแล้วว่ามีการทุจริต ผมจะไม่ปล่อยไว้ ไม่ว่าจะเป็นระดับพื้นที่หรือระดับนโยบาย เรื่องนี้ไม่ได้นิ่งนอนใจ ผิดก็ว่าไปตามผิด ผมไม่ปล่อยให้เป็นมวยล้มแน่นอน โดยเบื้องต้นจะได้มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนขึ้นมาเพื่อหาข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น” นายไชยา กล่าว
ด้านนายสัตวแพทย์ประภาส ภิญโญชีพ รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวว่า กรมปศุสัตว์จะตั้งคณะกรรมการไปตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยร่วมกับ ศอ.บต. และกระทรวงมหาดไทยเพื่อให้ทราบแน่ชัดว่า มีปัญหาอุปสรรคอื่นใดอีกหรือไม่ หากกรณีที่เกิดขึ้น มาจากความบกพร่องของเจ้าหน้าที่ จะดำเนินการอย่างเด็ดขาด อีกทั้งจะร่วมกับหน่วยงานต่างๆ จัดตั้งคณะกรรมการตรวจติดตามและประเมินผลโครงการเป็นระยะๆ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อเกษตรกรตามวัตถุประสงค์ของโครงการ



