นายไชยา พรหมา รมช.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยการลงพื้นที่ รับฟังข้อร้องเรียนของเกษตรกร และมอบพันธุ์ไม้ให้กับเกษตรกรในพื้นที่ ณ วัดใต้โกสุม อำเภอโกสุมพิสัย จังหวัดมหาสารคาม จากนั้นรับหนังสือจากตัวแทนเกษตรกรเรื่องซ่อมแซมคลองส่งน้ำที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย จนไม่สามารถส่งน้ำให้เกษตรกรใช้อุปโภค-บริโภค พร้อมทั้งจะเร่งนำเรื่องเรียนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ ต่อไปจากนั้นได้ลงพื้นที่ตรวจราชการ ณ สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดมหาสารคาม พร้อม มอบนโยบายขับเคลื่อนการเกษตรด้านปศุสัตว์ให้เป็นอาชีพหลักของเกษตรกร เนื่องจากรัฐบาลกำลังปราบปรามสินค้าเกษตรเถื่อน ลดการนำเข้าสินค้าเกษตรจากต่างประเทศ และอยู่ระหว่างเจรจาเปิดตลาดการค้าสินค้าปศุสัตว์กับประเทศจีน เวียดนาม และซาอุดิอาระเบีย ซึ่งเป็นประเทศที่มีกำลังซื้อสูง รวมถึงมอบหมายให้กรมปศุสัตว์เข้มงวดในการใช้มาตรการดูแล ปศุสัตว์มีชีวิตก่อนส่งออกไปยังต่างประเทศ เพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับประเทศไทย สามารถสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรได้อย่างต่อเนื่อง จนส่งผลให้กลไกราคาตลาดกลับมาเป็นปกติ รวมถึงเร่งศึกษาแนวทางการพัฒนาโรงงานวัคซีนที่ปากช่อง โดยใช้แนวทาง 3 ข้อ ดังนี้ 1. ไม่กระทบงบประมาณ หรือใช้งบประมาณน้อยที่สุด
2. สามารถผลิตวัคซีนให้มีมาตรฐานและเพียงพอต่อการใช้งานในประเทศ 3) สามารถส่งออกขายต่างประเทศ และศึกษาไปถึงการให้เอกชนสัมปทานหรือให้ประเทศที่สนใจลงทุนโรงงานมาร่วมงานได้ พร้อมทั้ง ให้ศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์ บูรณาการกับกรมส่งเสริมการเกษตร กรมส่งเสริมสหกรณ์ ให้บริหารจัดการพื้นที่เพาะปลูกสำหรับทำหัวอาหารสัตว์เพิ่มมากขึ้น และจำหน่ายให้เกษตรกรในราคาถูก ลดการผูกขาดการซื้อหัวอาหารกับกลุ่มนายทุนที่มีราคาสูง พร้อมทั้งให้หน่วยงานในสังกัดให้ความรู้การทำหัวอาหารสัตว์จากการหมักใบมันสำปะหลัง ที่มีโปรตีนใกล้เคียงถั่วเหลือง ซึ่งเป็นทางเลือกในการลดต้นทุนอาหารสัตว์ได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ ขอให้ดูแลอาสาสมัครปศุสัตว์ประจำหมู่บ้าน ซึ่งเป็นบุคลากรที่มีความสำคัญ และช่วยกันประชาสัมพันธ์รับสมัครอาสาสมัครปศุสัตว์รุ่นใหม่มาช่วยเหลือเกษตรกร ผู้เลี้ยงปศุสัตว์ในพื้นที่ร่วมกัน



