สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 12 พ.ค. ว่ากระทรวงพาณิชย์จีนออกแถลงการณ์ ว่าการเจรจาระหว่างเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐและรัฐบาลปักกิ่ง ที่เมืองเจนีวาของสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เป็นไปด้วยดี โดยมีความคืบหน้าอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งนำไปสู่การที่ทั้งสองประเทศลดกำแพงภาษีระหว่างกัน
แถลงการณ์ของกระทรวงพาณิชย์จีนระบุด้วยว่า ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเป็นไปตามความคาดหวังของผู้ผลิตและผู้บริโภคในทั้งสองประเทศ ซึ่งจะเป็นผลดีต่อทั้งสองประเทศ และเป็นผลประโยชน์ร่วมของทั้งโลกด้วย
This move is in line with the expectations of producers and consumers in both countries, and is in the interests of both countries and the world. "We hope that the US will continue to work with China to meet each other halfway based on this meeting, thoroughly correct the wrong… https://t.co/tsAR68bFWh
— Global Times (@globaltimesnews) May 12, 2025
รัฐบาลปักกิ่งหวังเป็นอย่างยิ่งว่า สหรัฐจะใช้โอกาสอันดีที่เกิดขึ้น ในการเดินหน้าทำงานร่วมกับจีน เพื่อแก้ไขแนวทางปฏิบัติของการขึ้นภาษีฝ่ายเดียวซึ่งไม่ถูกต้อง และร่วมมือกันสร้างความมั่นคงให้กับเศรษฐกิจโลกต่อไป
ทั้งนี้ ทั้งสองประเทศออกแถลงการณ์ร่วมกัน เมื่อวันจันทร์ เห็นพ้องลดกำแพงภาษีเป็นเวลา 90 วัน ในอัตราเท่ากัน คือต้องลดลงประเทศละ 115% หมายความว่า กำแพงภาษีของสหรัฐที่มีต่อสินค้าของจีน จะลดลงจาก 145% เหลือ 30% และกำแพงภาษีของจีนที่มีต่อสินค้าของสหรัฐ จะลดลงจาก 125% เหลือ 10%
ขณะเดียวกัน สหรัฐและจีนเตรียมจัดตั้ง “กลไกเจรจาร่วมกันอย่างต่อเนื่อง เกี่ยวกับความสัมพันธ์ทางการค้าและเศรษฐกิจ” โดยผู้แทนของทั้งสองฝ่ายยังคงเป็นคนเดิม จากการประชุมกันที่เมืองเจนีวา คือ นายสกอตต์ เบสเซนต์ รมว.คลังสหรัฐ ร่วมด้วยนายเจมีสัน เกรียร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐ และนายเหอ ลี่เฟิง รองนายกรัฐมนตรีจีน และประธานคณะกรรมการกิจการการเงินและเศรษฐกิจกลางของพรรคคอมมิวนิสต์.
เครดิตภาพ : AFP



