เมื่อวันที่ 13 ก.ค. นายดนุพร ปุณณกันต์ สส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เดินทางไปร่วมประชุมกับคณะรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ อดีตรัฐมนตรี ทีมที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ที่บ้านพิษณุโลก ต่อมาถูกตั้งข้อสังเกตเป็นการไปแทรกแซงครอบงำการทำงานของรัฐบาลหรือไม่ว่า เรื่องนี้ทุกฝ่ายควรพิจารณาโดยวางอคติส่วนตัว อคติทางการเมืองต่างๆ ออกไปก่อน แล้วมองกันที่ข้อเท็จจริง การที่รัฐบาลหรือรัฐมนตรีเชิญบุคคลภายนอกเข้าปรึกษาหารือนั้น เป็นเรื่องปกติมากสำหรับทุกรัฐบาลในโลกที่ต้องการหาแนวทางที่ดีที่สุดในการแก้ไขปัญหาต่างๆ ซึ่งขณะนี้ ปัญหาเรื่องมาตรการทางภาษีของสหรัฐอเมริกาเป็นเรื่องสำคัญที่รัฐบาลกำลังพยายามเร่งแก้ไข
นายดนุพร กล่าวต่อว่า ในอดีตซึ่งประเทศไทยเผชิญวิกฤติเศรษฐกิจต้มยำกุ้ง ซึ่งสร้างผลกระทบให้กับคนไทยอย่างหนัก รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ ในขณะนั้นนำโดย นายชวน หลีกภัย และมี นายศุภชัย พานิชภักดิ์ เป็นรองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ ก็เคยเชิญคนชื่อ ทักษิณ ชินวัตร เข้าทำเนียบรัฐบาล เพื่อขอให้ช่วยเหลือรัฐบาลในการเจรจาทางการค้ากับประเทศออสเตรเลียมาแล้ว
“ประเทศไทยเวลานี้ กำลังอยู่ในช่วงเวลาของการเผชิญหน้ากับความท้าทายหลายเรื่อง การที่เรามีบุคคลที่มีความรู้ ความสามารถ และที่สำคัญคือมีประสบการณ์โดยตรงในการนำพาประเทศชาติหลุดพ้นจากวิกฤติเศรษฐกิจครั้งใหญ่มาได้ เคยทำให้ประเทศไทยมีความหวังในการหลุดพ้นจากกับดักประเทศรายได้ปานกลาง เราก็ควรใช้ความรู้และประสบการณ์ของท่านมาเป็นส่วนประกอบในการพิจารณาแก้ไขปัญหาในขณะนี้ การที่เรามีบุคคลแบบนี้อยู่ แต่ไม่คิดที่จะใช้ความรู้ความสามารถของเขาเข้ามาช่วยประคับประคองสถานการณ์เศรษฐกิจไทยเวลานี้เลย ผมเห็นว่า เป็นเรื่องที่น่าเสียดายมากกว่า” โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าว
ด้านนายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พท. กล่าวว่า เรื่องนี้ นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง ได้ชี้แจงไปแล้วว่า ได้เรียกประชุมทีมไทยแลนด์ พร้อมทั้งทีมที่ปรึกษานโยบายของนายกฯ เพื่อรับมือมาตรการภาษีของสหรัฐอเมริกา รวมถึงนายทักษิณ ซึ่งเป็นผู้มีประสบการณ์และมีความรู้ เป็นนายกรัฐมนตรีมาถึง 2 สมัย เข้าร่วมประชุมด้วย
นายอนุสรณ์ กล่าวว่า สถานการณ์การขึ้นกำแพงภาษีจากสหรัฐนี้ เชื่อว่ารัฐบาลเปิดกว้างและยินดีรับฟังทุกความคิดเห็นที่เป็นประโยชน์ ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ตัวแทนองค์กรต่างๆ ที่มีแนวทางที่เป็นประโยชน์ต่อการเจรจาสำหรับประเทศชาติและประชาชน เชื่อว่ารัฐบาลยินดีรับฟัง และหากสามารถเจรจาลดอัตราภาษีลงได้เชื่อว่าจะส่งผลดีต่อภาคการส่งออกโดยรวมของประเทศ ดังนั้นมีดรีมทีมที่ไหน ต้องชวนกันมาช่วยกันทำงาน เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับทีมไทยแลนด์ เพื่อบรรลุผลในการเจรจาที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติและประชาชน รัฐบาลพร้อมทุ่มเททุกสรรพกำลัง เปิดกว้างเพื่อรับฟังความคิดเห็นที่เป็นประโยชน์ ไม่ควรตั้งแง่ หรือวางกับดัก สร้างเงื่อนไขให้การทำงานของรัฐบาลยากขึ้นโดยไม่จำเป็น
“เชื่อว่ารัฐบาลจะปิดดีลเจรจาภาษีสหรัฐได้ก่อน 1 ส.ค. และต่ำกว่า 36% เพื่อนำพาประเทศชาติและประชาชนออกจากวิกฤติกำแพงภาษีสหรัฐได้ในที่สุด” นายอนุสรณ์ กล่าว.



