เมื่อวันที่ 26 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศล่าสุดในพื้นที่ตำบลชำราก จังหวัดตราด หลังเกิดเหตุปะทะระหว่างทหารกัมพูชากับกองกำลังป้องกันจันทบุรีและตราด เมื่อช่วงเช้าตรู่ของวันที่ 26 กรกฎาคม ตามยุทธการ “ตราดพิฆาตไพรี 1”

ทีมข่าวได้ลงพื้นที่สำรวจความเคลื่อนไหวในตำบลชำราก ซึ่งจังหวัดตราดได้ประกาศอพยพประชาชนจำนวนมากเข้าสู่ตัวเมืองเพื่อความปลอดภัย บรรยากาศโดยรอบเทศบาลตำบลชำราก วัดชำราก และเส้นทางขึ้นสู่แนวปะทะเงียบสงัด บ้านเรือนส่วนใหญ่ปิดเงียบ เหลือเพียงบางหลังที่เจ้าของยังไม่ย้ายออก ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ ชรบ. และเทศบาลยังคงตรึงกำลังติดตามสถานการณ์

ร้านสะดวกซื้อชื่อดังในพื้นที่อย่าง 7-Eleven ต้องปิดบริการก่อนเวลาในช่วง 10.30 น. พร้อมขนสินค้าบางส่วนออกนอกพื้นที่ด้วยความกังวลต่อสถานการณ์ที่อาจบานปลาย

นายบุญธรรม ไทรใหญ่ อดีตสารวัตรกำนันตำบลชำราก เผยว่า เช้าตรู่วันนี้มีเสียงปืน ระเบิดควัน และแสงพลุไฟวาบทั่วภูเขา ก่อนจะมีการยิงปะทะกันอยู่นาน แต่ท้ายที่สุดสถานการณ์ก็สงบลง โดยตนเลือกอยู่เฝ้าบ้านกับภรรยา แม้จะวิตกว่าหากสถานการณ์ยืดเยื้อ อาจต้องอพยพตามไปยังตัวเมือง

นางวริศรา มุสิกวงศ์ ซึ่งยังพักอาศัยอยู่ในบ้านตามลำพัง กล่าวว่า ห่วงบ้านจึงไม่อพยพ แต่รู้สึกกลัวมากหลังได้ยินเสียงการปะทะ จึงเลือกหลบซ่อนอยู่ภายในบ้านอย่างเงียบๆ ตลอดช่วงเช้า

ด้านนายเล็ก มุสิกวงศ์ ระบุว่า คืนก่อนออกไปนอนที่อื่น และเพิ่งกลับมาในช่วงเช้า โดยรับรู้ถึงเหตุปะทะเช่นกัน แต่ยืนยันว่าไม่รุนแรงเท่าครั้งก่อนๆ

พ.ต.อ.มนตรี จินะ ผกก.สภ.บ้านท่าเลื่อน เปิดเผยว่า ได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัยของประชาชนและทรัพย์สินในพื้นที่อย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งตรวจสอบแรงงานกัมพูชา 2 ราย ที่ขี่รถจักรยานยนต์เข้าไปถ่ายภาพฐานปืนใหญ่ ซึ่งต่อมาพบว่าไม่มีภาพใดที่เป็นภัย จึงปล่อยตัวกลับพร้อมนายจ้าง โดยกำชับห้ามบันทึกภาพพื้นที่ความมั่นคง

อีกด้านหนึ่ง มีรายงานจากโรงพยาบาลตราดว่า รถยนต์หุ้มเกราะของกองพันพยาบาล กองพลนาวิกโยธิน ประสบอุบัติเหตุระหว่างการลาดตะเวนตามแนวชายแดน ส่งผลให้ทหาร 7 นาย บาดเจ็บ โดยในจำนวนนี้มี 2 นาย อาการสาหัส ถูกนำส่งรักษาเป็นการด่วน

ขณะที่ฝั่ง อ.คลองใหญ่ จ.ตราด ซึ่งอยู่ใกล้กับเขตโรงแรมเกาะกงรีสอร์ท ประเทศกัมพูชา ได้มีการถอดแท่นปืนกลที่เคยเล็งมายังบ้านหาดเล็กออกแล้ว หลังจากติดตั้งไว้ตั้งแต่เมื่อวาน เพื่อบรรเทาความตึงเครียดบริเวณแนวชายแดน

สถานการณ์ในขณะนี้แม้จะดูสงบลงบางส่วน แต่ยังคงอยู่ในภาวะตึงเครียดสูง หน่วยงานความมั่นคงยังคงตรึงกำลังอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันเหตุไม่คาดฝันที่อาจเกิดขึ้นอีก