เมื่อวันที่ 10 ต.ค. นายวัชรพล เชื้อคง ว่าที่ผู้สมัคร สส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า จากเหตุการณ์สถานการณ์ความไม่สงบตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ส่งผลกระทบกับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ อ.น้ำยืน และอ.น้ำขุ่น จ.อุบลราชธานี พี่น้องประชาชนหลายหมื่นคนต้องย้ายมาอาศัยในศูนย์อพยพ จนถึงปัจจุบันแม้สถานการณ์ในพื้นที่ดูเหมือนจะไม่มีการปะทะกันแล้ว แต่คนในพื้นที่ยังคงมีความหวาดระแวง เพราะฝ่ายตรงข้ามยังคงมีการเคลื่อนกำลัง และส่งอากาศยานไร้คนขับมาบินวนอยู่ในพื้นที่ตลอดเวลา หวั่นใจว่า จะเกิดเหตุปะทะขึ้นอีกในอนาคต

นายวัชรพล กล่าวอีกว่า ประชาชนในพื้นที่ อ.น้ำยืนและน้ำขุ่น เศร้าใจและผิดหวังที่รัฐบาลเลือกทอดทิ้ง ไม่ให้ความสำคัญ แม้ว่าที่ผ่านมารัฐบาล น.ส.แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และนายภูมิธรรม เวชยชัย อดีตรองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ได้อนุมัติงบประมาณวงเงิน 197 ล้านบาท เพื่อสร้างบังเกอร์หลบภัยให้กับประชาชนในพื้นที่ แต่งบประมาณดังกล่าวหายไป ส่งผลให้ประชาชนเกิดความไม่สบายใจ เหมือนรัฐบาลทอดทิ้งประชาชน ไม่สนับสนุนสร้างบังเกอร์ปกป้องชีวิตแต่อย่างใด 

“จากเหตุการณ์ปะทะที่เกิดขึ้น พบว่าในพื้นที่ อ.น้ำยืน และอ.น้ำขุ่น ยังคงมีระเบิดหลงเหลือจากการยิงต่อสู้กันตกหล่นในพื้นที่เกษตรที่ยังคงไม่ได้รับการเก็บกู้เป็นจำนวนมาก ส่งผลให้ทุกวันนี้ประชาชนไม่กล้าออกไปทำการเกษตร เพราะกังวลว่าจะเจอระเบิดในพื้นที่เกษตร ที่ผ่านมาทีมงานพรรคเพื่อไทยมีการประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปสำรวจพื้นที่เพื่อเก็บกู้ระเบิด เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน เกษตรกรร้องขอให้รัฐบาลส่งเจ้าหน้าที่เข้ามาช่วยเหลือพี่น้องประชาชนอย่าทอดทิ้งให้เผชิญชะตากรรมโดยลำพัง” นายวัชรพล กล่าว