เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 5 พ.ย.68  นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ รมช.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน ครั้งที่ 3/2568 ว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ประธานคณะกรรมการศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน มอบหมายให้ตนได้นำประชุมร่วมกับคณะกรรมการฯ ในการดูแลความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนผู้สัญจรบนท้องถนน ทั้งผู้ใช้รถยานพาหนะต่างๆ รวมถึงประชาชนที่ใช้ทางเท้า ซึ่งจากสถิติตัวเลขการเกิดอุบัติเหตุทั้งบาดเจ็บและเสียชีวิต รวมถึงพิการ มีหลายหมื่นรายต่อปี ดังนั้น สิ่งที่คณะกรรมการทุกคนและผู้ปฏิบัติทุกหน่วยงาน ทั้งผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้เชี่ยวชาญ หัวหน้าส่วนราชการ ผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ กำนันผู้ใหญ่บ้าน ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ต้องกำหนดเป็นเป้าหมายเดียวกันนั่นคือ ต้องยกระดับการป้องกันและลดความสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินของคนไทยรวมถึงนักท่องเที่ยว

รมช.มหาดไทย กล่าวว่า เราให้ความสำคัญกับการลดอุบัติเหตุให้เป็นศูนย์ ให้ได้ แม้ว่าในความเป็นจริง คำว่า อุบัติเหตุ มีโอกาสเกิดขึ้นอยู่แล้ว เราจึงต้องใช้มาตรการความปลอดภัยอย่างเต็มที่ เช่น บูรณาการท้องถิ่น ตำรวจ ทางหลวงสำรวจสำรวจจุดเสี่ยงและทำเครื่องหมายสัญลักษณ์ที่ชัดเจน ซึ่งกระทรวงมหาดไทยในฐานะหน่วยงาน “บำบัดทุกข์บำรุงสุข” ให้พี่น้องประชาชน จึงเป็นผู้ประสานบูรณาการกับทุกภาคส่วน ทั้งหน่วยงานสาธารณสุข ความปลอดภัยท้องถนน และได้มีมาตรการออกมาเพื่อให้ประชาชนเกิดความปลอดภัยสูงสุด รวมทั้งการประชาสัมพันธ์สร้างความตระหนักคำนึงถึงความปลอดภัย และมีวินัยในการใช้รถใช้ถนนเป็นสำคัญ” นายศักดิ์ดา กล่าว

การประชุมในครั้งนี้ มีประเด็นสำคัญ อาทิ การจัดกิจกรรมรณรงค์ เนื่องในวันโลกรำลึกถึงผู้สูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนน ประจำปี 2568 การจัดกิจกรรมรณรงค์และประชาสัมพันธ์ เนื่องใน “วันความปลอดภัยของผู้ใช้ถนน” วันที่ 21 ม.ค.69 การประเมินผลและการขับเคลื่อนโยบายความปลอดภัยทางถนน เพื่อบรรลุเป้าหมาย ภายใต้แผนแม่บทความปลอดภัยทางถนน (ฉบับที่ 5) ช่วงปี 2568 – 2567 นอกจากนี้ ที่ประชุมได้ร่วมพิจารณาเห็นชอบแผนบูรณาการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลและช่วงวันหยุด พ.ศ. 2569 รวม 5 มาตรการ ได้แก่ 1.การบริหารจัดการ 2. ลดปัจจัยเสี่ยงด้านถนนและสภาพแวดล้อม 3.ลดปัจจัยเสี่ยงด้านยานพาหนะ 4. บังคับใช้กฎหมายเข้มข้นเพื่อความปลอดภัยผู้ใช้รถใช้ถนน และ 5. ช่วยเหลือหากเกิดอุบัติเหตุอย่างทันท่วงที.