เมื่อเวลา 10.40 น. ที่ ต.บ้านโพธิ์ อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี นายยศชนัน และคณะพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วยว่าที่ผู้สมัคร สส.สุพรรณบุรี ได้แก่นายประยูร อินสกุล ว่าที่ผู้สมัคร สส.สุพรรณบุรี เขต 1 นายชัยพร สีถัน ว่าที่ผู้สมัคร สส.สุพรรณบุรี เขต 2 น.ส.กุลธิดา เหมาเพชร ว่าที่ผู้สมัคร สส.สุพรรณบุรี เขต 3 ลงพื้นที่พูดคุยและรับฟังปัญหาเรื่องสินค้าการเกษตร และการบริหารจัดการ โดยได้นั่งล้อมวงพูดคุยกับตัวแทนชาวบ้าน และเกษตรกร
โดยชาวบ้านได้สะท้อนปัญหาเรื่องการจัดการน้ำและราคาพืชผลการเกษตร ระบุว่า ปัจจุบันราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ แต่ต้นทุนสูง รัฐบาลเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ทำให้การแก้ไขปัญหาไม่ต่อเนื่อง ดังนั้นอยากฝากว่าหากได้เป็นรัฐบาล กระทรวงเกษตรและสหกรณ์อย่ายกให้ใคร และขอให้เอาคนที่มีความรู้ ความเข้าใจด้านการเกษตร มาเป็นรัฐมนตรี ทำให้นายจุลพันธ์หัวเราะ และถามกลับว่า “ไม่ให้ยกกระทรวงเกษตรฯให้ใครใช่หรือไม่” ตัวแทนชาวบ้าน จึงย้ำว่า “กระทรวงเกษตรฯ อย่ายกให้” พร้อมขอให้ช่วยดูเรื่องราคาข้าวไม่ให้ต่ำกว่า 10,000-20,000 บาทต่อตัน เพาะต้นทุนสูง

ด้านนายยศชนัน กล่าวว่า ปัญหาต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านน้ำท่วม ภัยแล้ง การคมนาคม ว่าที่ผู้สมัคร สส. ได้สกัดประเด็นมาให้ตนรับทราบแล้วเพื่อนำไปจัดทำนโยบายแก้ไขปัญหาในพื้นที่ โดยเรื่องพันธุ์ข้าว ปุ๋ย เราจะนำวิทยาศาสตร์เข้ามาช่วย รวมถึงระบบเตือนภัยเพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหาย ฉะนั้น เราจะมีการประกันกำไรสินค้าการเกษตร 30% เพื่อที่จะสามารถทำให้พวกเรายืนอยู่ได้ด้วยขาของตัวเอง ทั้งนี้ ในส่วนของราคาการเกษตรต้องมีการควบคุม ซึ่งเป็นหน้าที่ของรัฐบาลจากทางกระทรวงเกษตรฯ ร่วมกับกระทรวงการต่างประเทศ เราเริ่มไว้แล้ว และพร้อมทำทันทีเมื่อเพื่อไทยได้เป็นรัฐบาลครั้งต่อไป
ขณะที่ นายจุลพันธ์ กล่าวว่า นโยบายด้านการเกษตรที่พรรคเพื่อไทยเตรียมจะเสนอให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) คือ นโยบายประกันกำไรสินค้าการเกษตร 30% โดยเราจะมีการแจกคูปอง 2 คูปอง คือ 1.คูปองเพื่อซื้อปุ๋ย 250 กิโลกรัมต่อคน และ 2.คูปองเมล็ดพันธ์ ให้รับเมล็ดพันธ์ที่แข็งแรงจากรัฐ นอกจากนี้ ยังมีนโยบายพักหนี้ให้เกษตรกร 5 แสนบาทใน 3 ปี โดยไม่ต้องชำระทั้งต้นและดอก เชื่อว่า จะเป็นความหวังให้ประชาชน ทั้งนี้เพื่อไทยไม่เคยทิ้งเกษตรกร เพราะฐานเสียงเรามาจากเกษตรกร ย้ำว่า นโยบายประกันกำไร 30% จะนำไปใช้กับสินค้าเกษตรทุกประเภท

ต่อมาเวลา 11.50 น. ที่ศาลาการเปรียญวัดโพธิ์ท่าทราย นายยศชนัน พร้อมคณะเดินทางพบประชาชนที่มารับฟังการปราศรัยเต็มศาลา โดยนายยศชนัน ปราศรัยว่า “ขอเสียงพี่น้องชาวสุพรรณบุรีหน่อย ใครว่ายศชนันพูดเสียงดังไม่ดัง”
ด้าน นายจุลพันธ์ กล่าวว่ารอบนี้หาเสียงปราศรัยไม่ใช่มาบรรยาย กลัวพี่น้องจะหลับ วันนี้เป็นเวทีแรกจริงๆที่ตนได้มาพบพี่น้องทุกท่าน สิ่งที่อยากจะบอกกับพี่น้อง เหตุที่เรามาสุพรรณบุรีก่อน เพราะเป็นอู่ข้าวอู่น้ำของประเทศ เป็นจังหวัดเก่าแก่ที่อยากให้ประชาชนเห็นว่าถ้าสุพรรณบุรีเปลี่ยนได้ประเทศไทยเปลี่ยนได้แน่นอน เวลาไปต่างประเทศคนพูดถึงประเทศไทยในแง่ดีว่าเราเป็นคนไทยหัวใจประเทศไทย ในการแสดงวิศัยทัศน์ ตนพูดถึงเกษตรกรก่อน เกษตรกรเดินไปข้างหน้าได้เลยตนและนายจุลพันธ์ จะบังหลังให้ไม่มีการแทงข้างหลังแน่นอน และตนจะไปทำงานกับทีมหลังบ้าน พัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเต็มรูปแบบ พัฒนาเครื่องจักรทางการเกษตรเพื่อให้ได้ผลผลิตที่ดีขึ้นซึ่งตรงนี้ตนกระทำโดยที่น้องไม่ต้องช่วย สำหรับเรื่องราคาสินค้าการเกษตรเราจะพยายามดันราคาข้าวไปถึง 10,000 บาท ข้าวหอมมะลิจะดันให้ถึง 15,000 บาท นี่คือเป้าที่วางไว้ แต่เมื่อต้นทุนค่าใช้จ่ายต่างๆที่สูงขึ้น เราจึงคิดกันว่าจะประกันกำไร 30% ให้ประชาชน เพื่อให้ประชาชนลุกขึ้นยืนได้อีกครั้งรวมถึงจะมีการจัดการเรื่องการแปรรูปส่งเสริมวิสาหกิจชุมชนเอาพลังจากภาครัฐมาให้ท้องถิ่นตามหลักการคืนอำนาจให้ประชาชน

นายยศชนัน ปราศรัยอีกว่า ประเทศเคยเจอปัญหาวิกฤติในปี 2540 การแก้ไขปัญหาสามารถทำได้ วันนั้นมีพรรคการเมืองหนึ่งเกิดขึ้นมา และช่วยปลดหนี้ คือ สมัยพรรคไทยรักไทย วันนี้เรามีคนของพรรคไทยรักไทยกลับมาช่วยหลายคน องค์ความรู้ไม่เสียเปล่า ในปี 2568 มีปัญหาเยอะ มีการเปลี่ยนแปลง ในเรื่องต่างๆ เช่น สภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไป และตอนนี้ทุกคนมารวมกันอยู่ในพรรคเพื่อไทย เราจะทำให้ประชาชนชาวไทย โดยเฉพาะจังหวัดสุพรรณบุรีลุกขึ้นยืนได้อีกครั้ง ขอให้เลือกเพื่อไทยทั้งจังหวัด
ขณะที่ จุลพันธ์ ปราศรัยว่า วันนี้เราไม่ได้มาแค่แคนดิเดตฯ แต่เรามากับนโยบาย พักหนี้เกษตรกร รายละไม่เกิน 500,000 บาท เป็นระยะเวลา 3 ปี ซึ่งดำเนินการตั้งแต่สมัยรัฐบาล นายเศรษฐา ทวีสิน จนถึงน.ส.แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกฯ รวมถึงนโยบายการแจกคูปอง 2 ใบ แลกปุ๋ยและเมล็ดพันธ์ วันนี้พรคเพื่อไทยเดินหน้าสู่การเลือกตั้ง ซึ่งมีไม่กี่สีที่จะเลือก แต่สีแดงแรงเสมอ ฝากให้เข้าคูหาเลือกเพื่อไทยทั้งคน และพรรคเอานโยบายคืนกลับไป เอาชีวิตดีดีคืนให้กับทุกคน

จากนั้นนายยศชนัน ได้เดินทักทายประชาชนและถ่ายภาพร่วมกับประชาชนที่มารับฟังการปราศรัยอย่างเป็นกันเอง



