น.ส.ปรียานุช ทิพยะวัฒน์ รองอธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า จากกรณีที่ลำไยของไทยถูกปฏิเสธการนำเข้าจากสาธารณรัฐประชาชนจีน เนื่องจากตรวจพบสารซัลเฟอร์ไดออกไซด์เกินค่ามาตรฐานที่กำหนด ส่งผลให้ผู้ประกอบการในพื้นที่ภาคตะวันออกจำเป็นต้องนำตู้ลำไยส่งกลับประเทศไทย จำนวน 38 ตู้ ปริมาณรวมกว่า 950 ตัน ซึ่งส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการและเกษตรกรผู้ผลิตลำไยเป็นอย่างมาก จึงได้ลงพื้นที่จังหวัดจันทบุรี พร้อมด้วยกองพัฒนาระบบและรับรองมาตรฐานสินค้าพืช และสำนักควบคุมพืชและวัสดุการเกษตร เพื่อหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน ตลอดจนตรวจเยี่ยมและให้คำแนะนำในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 6 และด่านตรวจพืชจังหวัดจันทบุรี ในการดำเนินมาตรการ คุมเข้มลำไยคุณภาพ สารซัลเฟอร์ไดออกไซด์เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด ไม่พบศัตรูพืชกักกัน และความยาวก้านไม่เกิน 15 เซนติเมตร
นายชณาดลย์ สัตธณภัทร ผู้อำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 6 เปิดเผยว่า ในฐานะหน่วยงานกรมวิชาการเกษตรในพื้นที่ภาคตะวันออก ได้ดำเนินการเชิงรุก โดยจัดประชุมชี้แจงแนวทางการตรวจติดตามโรงคัดบรรจุเพื่อควบคุมปริมาณซัลเฟอร์ไดออกไซด์ในลำไยส่งออก เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2568 เพื่อเตรียมความพร้อมให้กับเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการสามารถปฏิบัติภารกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพและเป็นไปในทิศทางเดียวกัน พร้อมกันนี้ ได้จัดกิจกรรมปล่อยขบวนรถเจ้าหน้าที่เฉพาะกิจ ประกาศเริ่มปฏิบัติการตรวจติดตามโรงคัดบรรจุลำไย โดยมีเจ้าหน้าที่จำนวน 7 ทีม รวมกว่า 65 นาย ลงพื้นที่คุมเข้มการรมซัลเฟอร์ไดออกไซด์ไม่เกิน 50 มิลลิกรัม/กิโลกรัม ของผู้ประกอบการ ตั้งแต่วันที่ 23 ธันวาคม 2568 เป็นต้นมา
“การดำเนินการควบคุมคุณภาพลำไยส่งออกฤดูกาลผลิตปี 2568/2569 ในพื้นที่ภาคตะวันออกให้เป็นไปตามมาตรฐาน เพื่อส่งมอบลำไยคุณภาพออกสู่ตลาดในช่วงเทศกาลปีใหม่และตรุษจีน ซึ่งเป็นช่วงที่มีการส่งออกลำไยมากที่สุดของจังหวัดจันทบุรี พร้อมลดความเสี่ยงการถูกแจ้งเตือนและตีกลับลำไยไทย รวมถึงช่วยยกระดับความน่าเชื่อถือและความเชื่อมั่นในตลาดต่างประเทศ”



