เมื่อวันที่ 12 ม.ค. ที่กระทรวงการต่างประเทศ นายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รองอธิบดีกรมสารนิเทศ และรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ และนายมังกร ประทุมแก้ว อธิบดีกรมการกงสุล ร่วมแถลงข่าวถึงสถานการณ์ในประเทศอิหร่าน ที่มีประชาชนจำนวนมากออกมาประท้วงรัฐบาลทั่วกรุงเตหะราน และเมืองใหญ่ทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 28 ธ.ค.2568 จนถึงปัจจุบัน โดยนายปาณิดล กล่าวว่า กระทรวงการต่างประเทศได้ติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง แม้มีปัญหาบ้างเนื่องจากทางการอิหร่านตัดสัญญาณอินเทอร์เน็ตทั่วประเทศ อีกทั้งยังหวังว่าสถานการณ์จะได้รับการแก้ไขอย่างสันติและกลับสู่สภาวะปกติโดยเร็ว ทั้งนี้ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเตหะราน ประเทศอิหร่าน ได้ออกประกาศแจ้งเตือนให้คนไทยในอิหร่านใช้ชีวิตประจำวันด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงในการไปยังพื้นที่ชุมนุม อีกทั้งยังขอให้คนไทยในพื้นที่ติดตามข่าวสารจากแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือ และติดตามการประกาศของทางการอิหร่านอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ กรมการกงสุลได้ออกประกาศเตือนคนไทยที่ไม่ได้มีความจำเป็นที่จะเดินทางไปยังอิหร่านขณะนี้ ให้ชะลอการเดินทางไปก่อน และขอแจ้งเตือนให้นักท่องเที่ยวไทยในอิหร่านหลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังพื้นที่ชุมนุมอีกด้วย
นายปาณิดล กล่าวอีกว่า ปัจจุบัน ชุมชนไทยในอิหร่านมีสมาชิกประมาณ 190 คน ยืนยันว่า สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเตหะราน กับชุมชนไทยในอิหร่านยังประสานงานร่วมกันอย่างต่อเนื่อง และเตรียมแผนการช่วยเหลือคนไทยในพื้นที่ไว้พร้อมแล้ว รวมทั้งยังมีแผนสำรองรองรับในกรณีที่จำเป็นต้องอพยพอีกด้วย ขอให้มั่นใจว่าสถานเอกอัครราชทูตฯ จะมีแผนรองรับสถานการณ์ต่างๆ อย่างรอบคอบแน่นอน เนื่องจากสถานเอกอัครราชทูตฯ เคยมีประสบการณ์ที่สามารถช่วยเหลือคนไทยให้ออกจากประเทศโดยสวัสดิภาพในช่วงที่เกิดปัญหาความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลและอิหร่านมาแล้ว ทั้งนี้ หากคนไทยในอิหร่านต้องการความช่วยเหลือสามารถติดต่อสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเตหะราน หรือติดต่อกรมการกงสุลเพื่อขอรับการช่วยเหลือได้ โดยทางสถานทูตพร้อมและยินดีที่จะช่วยเหลือชาวไทยทุกคนอย่างเต็มกำลังอย่างแน่นอน
ผู้สื่อข่าวถามว่ากระทรวงการต่างประเทศ และสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเตหะราน จะมีเกณฑ์อย่างไรในการตัดสินใจว่าถึงเวลาที่จะอพยพคนไทยออกจากประเทศ นายมังกร กล่าวว่า สถานเอกอัครราชทูตฯ ประสานงานและประเมินสถานการณ์ว่า แม้จะเกิดการประท้วงอย่างรุนแรงในหลายพื้นที่ แต่ยังไม่มีคนไทยคนใดที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการประท้วง และยังสามารถอยู่ในที่พักอาศัยโดยหลีกเลี่ยงการไปอยู่ในพื้นที่ชุมนุมได้ สิ่งที่ดีที่สุดในขณะนี้จึงเป็นเรื่องของการแจ้งเตือนให้หลีกเลี่ยงการเข้าไปในพื้นที่ชุมนุม ทั้งนี้ สถานเอกอัครราชทูตฯ ได้เตรียมความพร้อมหากมีความจำเป็นที่จะต้องอพยพ โดยต้องคำนึงถึงสถานที่ที่จะต้องเคลื่อนย้ายผู้คนออก เพราะการออกนอกเขตเคหสถาน อาจถูกทางการอิหร่านตรวจสอบได้

เมื่อถามว่ากรณีที่มีหลายประเทศยังเผชิญกับเหตุการณ์ความไม่สงบ กระทรวงการต่างประเทศจะมีวิธีการจัดการในเรื่องการเลือกตั้งนอกอาณาเขตในบริเวณเหล่านั้นอย่างไร นายมังกร กล่าวว่า ขณะนี้ สถานเอกอัครราชทูตไทยฯ กำหนดช่องทางไว้ 3 รูปแบบ ได้แก่ 1. เปิดคูหาที่สถานทูต 2. การใช้ไปรษณีย์ 3. การใช้ระบบหน่วยเลือกตั้งเคลื่อนที่ไปยังพื้นที่ที่มีคนไทยอยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศกับสถานเอกอัครราชทูตไทยฯ กำลังประเมินสถานการณ์อยู่ว่าจะกำหนดรูปแบบ ปรับ-ลด หรือเลือกใช้รูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง โดยมีจุดมุ่งหมายที่จะรองรับการใช้สิทธิของไทยที่ได้ลงทะเบียนเอาไว้ ซึ่งหากสถานการณ์รุนแรงจนไม่สามารถจัดการเลือกตั้งได้ ก็จะมีระเบียบของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) รองรับ ได้แก่ ให้สถานเอกอัครราชทูตฯ ประกาศยกเลิกการเลือกตั้ง



