เมื่อเวลา 10.45 น. วันที่ 23 ม.ค. ที่อาคารอิมแพ็ค ฟอรั่ม ชั้น 2 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เป็นประธานในงานวันคล้ายวันสถาปนาครบรอบ 18 ปี สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (สำนักงาน ป.ป.ท.) ภายใต้แนวคิดพลังศรัทธา พลังล่าทุจริตพร้อมมอบโล่รางวัลเชิดชูเกียรติพนักงาน ป.ป.ท. และเจ้าหน้าที่ ป.ป.ท. ดีเด่น ประจำปี พ.ศ. 2568 จำนวน 8 ราย โดยมีนายอำนาจ พวงชมภู ประธานกรรมการ ป.ป.ท. นายภูมิวิศาล เกษมศุข เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ท. พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่สำนักงาน ป.ป.ท. จากส่วนกลาง และ ป.ป.ท. เขต 1-9 จำนวนกว่า 250 คน เข้าร่วมด้วย

โดยนายกฯ กล่าวว่า วันนี้ถ้าเราเดินไปถามประชาชนว่าเขากังวลกับเรื่องอะไรมากที่สุด จะต้องมีการพูดถึงเรื่องของการทุจริตคอร์รัปชันและพวกเราทราบว่าการแก้ปัญหานี้ไม่เพียงแต่จะต้องทำตลอดเวลา แต่ยังต้องมีพัฒนาการอย่างต่อเนื่องให้เท่าทันกับวิธีการใหม่ๆของผู้ที่มีเจตนาทุจริต การดำเนินงานของ ป.ป.ท. เป็นที่พึ่งหวังของสังคม จึงจะต้องมีความชัดเจนเป็นระบบและมุ่งบริหารจัดการคดีทุจริตในภาครัฐให้มีความเป็นปัจจุบัน ไม่มีคดีตกค้าง พร้อมทั้งบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้การดำเนินคดีเป็นไปอย่างรวดเร็วและเป็นธรรมโปร่งใส ไม่เลือกปฏิบัติและปราศจากการแทรกแซงโดยเด็ดขาด ซึ่งเป็นไปตามปฏิบัติการเดียวกันกับคำกล่าวที่ว่า ปิดชื่อถือพฤติกรรม ที่ตนได้บัญญัติเอาไว้ให้กับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของการสืบสวนสอบสวน การปราบปรามการทุจริตได้ถือเป็นนโยบาย และหากปรากฏว่าเจ้าพนักงานของรัฐที่มีส่วนเกี่ยวข้องจะต้องถือเป็นการกระทำความผิดทางวินัยที่ร้ายแรงและต้องถูกดำเนินการทางอาญาอย่างเด็ดขาดเพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง รวมถึงกรณีการนำอำนาจหน้าที่ของรัฐไปใช้เพื่อประโยชน์ทางการเมือง สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ถือว่าเป็นการทุจริตอีกรูปแบบหนึ่ง

นายกฯ กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมาตนได้ทราบว่า ป.ป.ท. ได้มีการพัฒนาและปรับปรุงโครงสร้างองค์กรควบคู่กับการขับเคลื่อนการทำงานเชิงรุก ขอให้ทุกท่านได้พัฒนาทั้งวิธีการและประสิทธิภาพในการทำงานอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการจะทำเช่นนั้นได้พวกเราต้องมีหูตาที่กว้างไกล พัฒนาองค์ความรู้อยู่เสมอ โดยอาศัยแหล่งข้อมูลทั้งในประเทศและต่างประเทศกินสับปะรดเยอะๆ หูตาจะได้เป็นสับปะรด โดยเรามีหลักคิดและแนวทางปฏิบัติหน้าที่ที่สำคัญอยู่ 3 ประการที่จะเป็นเกาะที่ปกป้องการทำงานของพวกเราให้ปราศจากการคุกคามไม่ว่าจากอิทธิพลใดๆ คือ 1.การพิทักษ์รักษาไว้ซึ่งสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ 2.การยึดมั่นการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และ 3.ยึดมั่นในหลักนิติธรรมการบังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นธรรมและการบริหารราชการแผ่นดิน บนพื้นฐานของธรรมาภิบาลดำเนินงานอย่างโปร่งใสตรวจสอบได้และเป็นที่ยอมรับของสังคม

นายกฯ กล่าวอีกว่า หลายหน่วยงานได้เตรียมจัดทำเอกสาร เพื่อเตรียมเข้าเป็นสมาชิก แต่เรายังไม่ได้เป็นสมาชิก เราเสนอตัวเองเพื่อให้คณะกรรมการโออีซีดีพิจารณาว่าจะรับประเทศไทยของเราเป็นสมาชิกโออีซีดีหรือไม่ ถ้าท่านทั้งหลายได้เห็นเอกสารที่ตนต้องนำไปยื่นอย่างเป็นทางการต่อเลขาธิการโออีซีดี ตกใจมาก เพราะเอกสารหนามากประมาณ 8-10 เล่ม เป็นการเตรียมตัวที่ตนเชื่อว่าต้องใช้ความพยายามอย่างสูงสุดที่จะทำให้เอกสารเหล่านี้ได้รับการพิจารณาจากโออีซีดี หวังว่าการเตรียมตัวที่ดีของเราจะได้รับการพิจารณาอย่างที่จะมีผลตามที่พวกเราคาดหวังไว้ ซึ่งเขาบอกว่าเร็วที่สุด 5 ปี ตนต่อรองว่า 3 ปีได้ไหม เราตั้งใจทำ อยากให้ประเทศไทยอยู่ในมาตรฐานเช่นเดียวกับนานาอารยประเทศอื่นๆ เราต้องมีที่ยืนในสังคมโลกและได้รับการยอมรับ การนับถือและความเชื่อมั่น ซึ่งทางโออีซีดีรับปาก แต่เขาบอกว่าถ้าเขาดูแล้วสิ่งที่เราได้จัดเตรียมไว้เป็นไปตามมาตรฐานและเป็นไปตามคุณสมบัติที่เขาได้ตั้งเกณฑ์ไว้ก็จะพิจารณาให้เป็นสิ่งที่สำคัญ เพราะตนเชื่อว่าเขาก็คงจะเห็นถึงความสำคัญและให้ความร่วมมือ เพราะเขาพูดกับตนว่าเขาไปมาหลายประเทศ ประเทศไทยเป็นประเทศแรกที่บุคคลระดับผู้นำประเทศหรือหัวหน้ารัฐบาลเป็นผู้ที่ยื่นหนังสือแสดงเจตจำนงนี้เองให้กับเขาทำอย่างเป็นทางการ ตนเชื่อว่าความสำเร็จนี้จะอยู่อีกห่างไกล แต่จากการที่ได้เห็นการเตรียมตัวเป็นอย่างดีและความมุ่งมั่นทุ่มเท มีความมั่นใจว่าเราจะได้รับการพิจารณาให้เข้าเป็นสมาชิกโออีซีดีในระยะเวลาที่เราสามารถรอได้ ถ้าไม่ได้รับถึงตายเลยนะ แต่รับรองได้ว่าเจตนาของเราคือต้องการเข้าไปเป็นสมาชิกโอเอซีดีอย่างสมบูรณ์แบบ ซึ่งจะทำให้ประเทศของเรามีความน่าเชื่อถือและกลับมาสู่จอเรดาร์ของนานาอารยประเทศแน่นอน

“ในฐานะหัวหน้ารัฐบาล ต้องขอขอบคุณ ป.ป.ท. และข้าราชการ ป.ป.ท. ทุกท่านด้วยที่ได้ให้ความร่วมมือ ถ้าสำเร็จจะก้าวข้ามจุดเปลี่ยนผ่านอีกจุดหนึ่ง และจะทำให้ภารกิจที่ท่านมุ่งมั่นปรารถนาคือการขจัดการทุจริตคอร์รัปชันให้หมดไป การทุจริตคอร์รัปชันในประเทศไทยที่เกี่ยวข้องกับภาครัฐ ไม่ใช่เป็นสิ่งโบราณ แต่เป็นสิ่งที่มีความทันสมัยไฮเทคและมีนวัตกรรมมีการพัฒนารูปแบบอยู่ตลอดเวลา แต่สิ่งที่ผมยังมีความมั่นใจอยู่และเป็นสิ่งที่น่ายินดีก็คือไม่ว่าความพยายามของพวกเขาจะเป็นอย่างไร พวกท่านรู้ทันเขาเสมอและพวกท่านก็สามารถที่จัดการกับพฤติกรรมเหล่านี้ได้ ซึ่งถือเป็นสิ่งที่น่าภาคภูมิใจ ขอให้ท่านได้ดำรงความสามารถและศักยภาพประสิทธิภาพของการทำงานของท่านที่มีได้อย่างเต็มที่ และช่วยกันผลักดันฟื้นฟูประเทศไทยให้เราเป็นประเทศที่มีการพัฒนาในเรื่องอื่นๆ ไม่ใช่พัฒนาในเรื่องของการปราบโกง เอาสิ่งที่มันรั่วไหลออกไปมาพัฒนาประเทศ เพื่อทำให้ประเทศของเรามีความก้าวหน้ามากกว่านี้ ผมเป็นกำลังใจยืนอยู่ข้างท่านตลอดเวลาขอให้ท่านมีความมั่นใจ” นายกฯ กล่าว.



