สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 27 ม.ค. ว่าจากการที่นายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทาคาอิจิ ผู้นำญี่ปุ่น แสดงทรรศนะว่า หากเกิดความขัดแย้งในไต้หวัน ญี่ปุ่นจำเป็นต้องปฏิบัติภารกิจร่วมกับสหรัฐ เพื่อคุ้มครองพลเมืองและตอบโต้ตามสถานการณ์จริง โดยเตือนว่าหากปล่อยให้สหรัฐถูกโจมตีฝ่ายเดียว ความสัมพันธ์ฉันมิตรระหว่างสองประเทศจะถึงกาลอวสาน
นายกัว เจียคุน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า “คือการเปิดเผยให้เห็นถึงความทะเยอทะยานของกองกำลังฝ่ายขวาจัดในญี่ปุ่นอีกครั้ง ในการที่จะยั่วยุให้เกิดการเผชิญหน้า ผลักดันการฟื้นฟูแสนยานุภาพทางทหาร และท้าทายระเบียบระหว่างประเทศหลังยุคสงคราม”
#FMsays Japanese Prime Minister Sanae Takaichi's latest remarks "once again reveal the ambitions of #Japan's right-wing forces to provoke confrontation, advance remilitarization, and challenge the post-war international order", the Foreign Ministry said on Tuesday. At a… pic.twitter.com/4AuhGOnF0O
— China Daily (@ChinaDaily) January 27, 2026
ทั้งนี้ ผู้นำญี่ปุ่นยังคงปฏิเสธที่จะถอนคำพูดเมื่อเดือนพ.ย. 2568 ว่าการโจมตีไต้หวันโดยกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน ( พีแอลเอ ) อาจเข้าข่าย “สถานการณ์คุกคามการอยู่รอด” ต่อญี่ปุ่น ซึ่งอาจเปิดทางให้รัฐบาลโตเกียวสามารถใช้ปฏิบัติการทางทหารเข้าแทรกแซง โดยย้ำว่า จุดยืนของเธอยังสอดคล้องกับนโยบายที่ยาวนานของญี่ปุ่น และการตีความของจีนนั้น “ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง”
แม้รัฐธรรมนูญฉบับสันติภาพจะห้ามการทำสงครามโดยตรง แต่ญี่ปุ่นสามารถส่งกองกำลังป้องกันตนเองไปปกป้องพันธมิตรได้ ในกรณีที่สถานการณ์นั้นส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของญี่ปุ่นอย่างรุนแรง ซึ่งถือเป็นประเด็นอ่อนไหวที่จีนกำลังจับตามองอย่างใกล้ชิด.
เครดิตภาพ : REUTERS


