ผักชีลาว ลำต้น กลม เล็ก สีเขียว ตั้งตรง มีข้อปล้องเห็นชัดเจน และมีกาบใบหุ้มเล็กน้อย ใบเดี่ยว/ใบประกอบแบบขนนก แตกแฉกย่อยละเอียดมากเป็นเส้นฝอย สีเขียวสด ใบหอมดอก สีเหลืองขนาดเล็ก ออกเป็นช่อแบบซี่ร่ม บริเวณยอดผลและ เมล็ด: ผลแก่แห้งไม่แตก มีลักษณะแบนรี สีน้ำตาลอมเหลือง เรียกว่า เทียนตาตั๊กแตน มีกลิ่นหอมแรงเฉพาะตัว รสเผ็ดอมหวานนิดๆการใช้งาน นิยมใช้ใบและลำต้นสดหรือแห้งประกอบอาหาร เช่น แกงอ่อม แกงหน่อไม้ ห่อหมก เพื่อดับกลิ่นคาวปลาและเพิ่มความหอม
ผักชีลาวนิยมนำใช้กับอาหารอาทิ ใบใส่แกงอ่อมแกงหน่อไม้ห่อหมกแกล้มแกงเนื้อน้ำพริกปลาร้าผักใส่ไข่ยอดใบรับประทานกับลาบเมล็ด และใบช่วยชูรสเมล็ดมีน้ำมันหอมระเหยใช้ในอุตสาหกรรมอาหาร เมล็ดแห้งที่แก่เต็มที่ใช้เป็นยาบำรุงกำลังชั่วคราวและขับลมในท้อง เมล็ดก่อนนำมาประกอบอาหารควรบดก่อน โดยนิยมโรยบนสลัดผักและมันฝรั่งบดเพื่อเพิ่มรสชาติ นอกจากนี้น้ำมันผักชีลาวยังใช้แต่งกลิ่นผักดอง น้ำซอส สตู ขนมหวาน เครื่องดื่มและเหล้า
ในตำรับยาสมุนไพร เรียกเมล็ดของผักชีลาวว่า “เทียนตาตั๊กแตน” เมล็ดผักชีลาวมีลักษณะรี ยาว รูปไข่ สีน้ำตาลอมเหลือง คล้ายตาตั๊กแตน กลิ่นหอมกว่าส่วนอื่นๆ แต่มีสรรพคุณเช่นเดียวกับกับลำต้นและใบ จัดอยู่เครื่องยาไทยในพิกัดเทียน (เทียน หมายถึง เครื่องยาสมุนไพร ที่ได้จากผลหรือเมล็ดแห้ง) เป็นส่วนประกอบในตำรับยาหอมเทพจิตรและยาหอมนวโกฐ มีสรรพคุณแก้อาการวิงเวียนศีรษะ คลื่นไส้อาเจียน ช่วยขับลม ช่วยย่อยอาหาร แก้อาการท้องอืดท้องเฟ้อ แก้อาการจุกแน่นในท้องได้
การบริโภคเมล็ดผักชีลาวช่วยเพิ่มความเข้มข้นของฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน ทำให้กระตุ้นการไหลน้ำนม ในมารดาให้นมบุตรได้เป็นอย่างดี เพิ่มการหลั่งฮอร์โมนออกซิโทซิน ที่มีหน้าที่เพิ่มบีบตัวของมดลูกระหว่างการคลอดบุตร ช่วยรักษาอาการตกเลือดหลังคลอด และยังช่วยกระตุ้นน้ำนมระหว่างให้นมบุตร นอกจากนี้ยังช่วยลดกลิ่นปาก ลมหายใจสดชื่น และลดอาการหวัดคัดจมูกได้ด้วย
นอกจากนี้ยังมีสรรพคุณทางยา โดยนำผลแก่แห้งของผักชีลาวบดให้เป็นผง ชงกับน้ำดื่มวันละ 4-5 แก้ว แก้อาการปวดท้อง แน่นท้อง ท้องอืดท้องเฟ้อ ช่วยขับลมหรือใช้ต้นสดของผักชีลาวผสมกับนมให้เด็กอ่อนดื่มแก้ท้องอืดท้องเฟ้อได้เช่นกัน ส่วนน้ำมันมักใช้ผสมในยาย่อยอาหาร ยาแก้ท้องอืดท้องเฟ้อ
อย่างไรก็ตามเพื่อความปลอดภัย ในการบริโภคผักชีลาว ควรรับประทานควบคู่ในมื้ออาหาร ในปริมาณที่ไม่มากจนเกินไป เนื่องจากบางคนอาจมีอาการแพ้ จนเกิดการระคายเคืองที่ผิวหนัง อาจจะทำให้ผิวหนังไวต่อแสงและทำให้เกิดผื่นแดง หญิงตั้งครรภ์ไม่ควรรับประทานเพราะจะกระตุ้นให้มีประจำเดือน และเป็นสาเหตุที่ทำให้แท้งบุตรได้ ผู้ที่มีภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำหรืออยู่ระหว่างการควบคุมระดับน้ำตาล ไม่ควรรับประทานมากเกินไป เพราะมีคุณสมบัติในการลดน้ำตาลในเส้นเลือด อาจทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดต่ำเกินไป และควรหลีกเลี่ยงการรับประทานทั้งก่อนและหลังเข้ารับการผ่าตัด 2 สัปดาห์ เพราะมีฤทธิ์กระตุ้นการไหลเวียนของเลือด อาจทำให้เลือดออกมากเกินไป.



