สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 19 ก.พ. ว่า สื่อท้องถิ่นหลายแห่งของสหรัฐรายงานโดยอ้างเป็นข้อมูลจากแหล่งข่าว ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ความมั่นคงระดับสูงด้านความมั่นคง ว่า กองทัพสหรัฐมีความพร้อมสำหรับปฏิบัติการโจมตีอิหร่าน “ซึ่งอาจเกิดขึ้นเร็วที่สุดในช่วงสุดสัปดาห์นี้”
อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ยังไม่ได้ตัดสินใจขั้นเด็ดขาด ว่าจะอนุมัติคำสั่งดังกล่าวหรือไม่และเมื่อใด เนื่องจากคณะผู้แทนเจรจาของสหรัฐกับอิหร่าน ยังคงหารือกันอย่างต่อเนื่อง และทีมที่ปรึกษาอีกหลายคนเตือนให้ทรัมป์ “ชั่งน้ำหนัก” ระหว่างความเสี่ยงที่จะความขัดแย้งจะลุกลาม หากสหรัฐเป็นฝ่ายเปิดฉากโจมตี กับผลกระทบทางการเมืองและทางทหาร หากรัฐบาลวอชิงตันเลือกที่จะอดกลั้น
The US is prepared to strike Iran as early as this weekend, sources say, but Trump has yet to make a final callhttps://t.co/ZsMe0Ju0JC
— CNN Breaking News (@cnnbrk) February 18, 2026
แหล่งข่าวกล่าวด้วยว่า ตอนนี้กระทรวงกลาโหมสหรัฐกำลังทยอยเคลื่อนย้ายเจ้าหน้าที่บางส่วน ออกจากฐานทัพและสำนักงานในภูมิภาคตะวันออกกลางชั่วคราว โดยส่วนใหญ่ส่งไปยังยุโรปหรือเดินทางกลับสหรัฐ เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับการโจมตีหรือการตอบโต้จากอิหร่าน หากสหรัฐตัดสินใจเดินหน้าปฏิบัติการ
ทว่าแหล่งข่าวอีกคนกล่าวว่า จริงอยู่ที่การโยกย้ายทรัพย์สินและบุคลากรเช่นนี้ถือเป็น “แนวทางปฏิบัติมาตรฐาน” ก่อนสหรัฐจะดำเนินกิจกรรมทางทหาร แต่ไม่ได้หมายความว่า การโจมตีอิหร่านจะเกิดขึ้นในทันทีเสมอไป
PRESS SEC: The President has always been clear with respect to Iran: diplomacy is always his first option.
— Department of State (@StateDept) February 18, 2026
Iran would be very wise to make a deal. President Trump is always thinking about what’s in the best interest of the United States and that’s how he makes decisions with… pic.twitter.com/qMl7uSIipU
ด้านนางแคโรไลน์ เลวิตต์ โฆษกทำเนียบขาว กล่าวเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า “มีเหตุผลและข้อโต้แย้งมากมายที่สามารถนำมาใช้สนับสนุนการโจมตีอิหร่าน” แต่การทูตยังคงเป็นทางเลือกแรกของผู้นำสหรัฐเสมอ แต่เธอปฏิเสธที่จะลงรายละเอียดว่า หากมีการโจมตีเกิดขึ้นจริง จะเป็นการปฏิบัติการร่วมกับอิสราเอลหรือไม่
โฆษกทำเนียบขาวกล่าวด้วยว่า สหรัฐประสบความสำเร็จอย่างมากในปฏิบัติการเมื่อเดือน มิ.ย. ปีที่แล้ว ซึ่งมุ่งเป้าทำลายโครงสร้างพื้นฐานด้านนิวเคลียร์ของอิหร่าน พร้อมย้ำว่า “อิหร่านควรฉลาดพอที่จะยอมทำข้อตกลงกับสหรัฐ”.
เครดิตภาพ : AFP



