สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 19 ก.พ. ว่า สื่อท้องถิ่นหลายแห่งของสหรัฐรายงานโดยอ้างเป็นข้อมูลจากแหล่งข่าว ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ความมั่นคงระดับสูงด้านความมั่นคง ว่า กองทัพสหรัฐมีความพร้อมสำหรับปฏิบัติการโจมตีอิหร่าน “ซึ่งอาจเกิดขึ้นเร็วที่สุดในช่วงสุดสัปดาห์นี้”


อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ยังไม่ได้ตัดสินใจขั้นเด็ดขาด ว่าจะอนุมัติคำสั่งดังกล่าวหรือไม่และเมื่อใด เนื่องจากคณะผู้แทนเจรจาของสหรัฐกับอิหร่าน ยังคงหารือกันอย่างต่อเนื่อง และทีมที่ปรึกษาอีกหลายคนเตือนให้ทรัมป์ “ชั่งน้ำหนัก” ระหว่างความเสี่ยงที่จะความขัดแย้งจะลุกลาม หากสหรัฐเป็นฝ่ายเปิดฉากโจมตี กับผลกระทบทางการเมืองและทางทหาร หากรัฐบาลวอชิงตันเลือกที่จะอดกลั้น


แหล่งข่าวกล่าวด้วยว่า ตอนนี้กระทรวงกลาโหมสหรัฐกำลังทยอยเคลื่อนย้ายเจ้าหน้าที่บางส่วน ออกจากฐานทัพและสำนักงานในภูมิภาคตะวันออกกลางชั่วคราว โดยส่วนใหญ่ส่งไปยังยุโรปหรือเดินทางกลับสหรัฐ เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับการโจมตีหรือการตอบโต้จากอิหร่าน หากสหรัฐตัดสินใจเดินหน้าปฏิบัติการ


ทว่าแหล่งข่าวอีกคนกล่าวว่า จริงอยู่ที่การโยกย้ายทรัพย์สินและบุคลากรเช่นนี้ถือเป็น “แนวทางปฏิบัติมาตรฐาน” ก่อนสหรัฐจะดำเนินกิจกรรมทางทหาร แต่ไม่ได้หมายความว่า การโจมตีอิหร่านจะเกิดขึ้นในทันทีเสมอไป


ด้านนางแคโรไลน์ เลวิตต์ โฆษกทำเนียบขาว กล่าวเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า “มีเหตุผลและข้อโต้แย้งมากมายที่สามารถนำมาใช้สนับสนุนการโจมตีอิหร่าน” แต่การทูตยังคงเป็นทางเลือกแรกของผู้นำสหรัฐเสมอ แต่เธอปฏิเสธที่จะลงรายละเอียดว่า หากมีการโจมตีเกิดขึ้นจริง จะเป็นการปฏิบัติการร่วมกับอิสราเอลหรือไม่


โฆษกทำเนียบขาวกล่าวด้วยว่า สหรัฐประสบความสำเร็จอย่างมากในปฏิบัติการเมื่อเดือน มิ.ย. ปีที่แล้ว ซึ่งมุ่งเป้าทำลายโครงสร้างพื้นฐานด้านนิวเคลียร์ของอิหร่าน พร้อมย้ำว่า “อิหร่านควรฉลาดพอที่จะยอมทำข้อตกลงกับสหรัฐ”.

เครดิตภาพ : AFP