จากปัญหาภาคเอกชน ต้องการให้ดูแลราคาจ๊อบเบอร์ หรือผู้ค้าส่งน้ำมันที่ซื้อน้ำมันจากบริษัทน้ำมันรายใหญ่ หรือโรงกลั่นรายใหญ่ เพื่อนำไปขายต่อให้ภาคอุตสาหกรรม เกษตรกร หรือปั๊มย่อย ที่ขณะนี้มีส่วนต่างราคากับหน้าปั๊มค่อนข้างเยอะ ส่งผลให้จ๊อบเบอร์จำนวนมากต้องไปแย่งซื้อน้ำมันหน้าปั๊ม แข่งกับประชาชน
บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (ปตท.) ระบุว่า ปตท.สามารถจัดหาน้ำมันจากทั่วโลกเพียงพอ และสามารถให้โรงกลั่นน้ำมันในกลุ่ม ปตท. คิดเป็น 60% ของการผลิตประเทศ เดินเครื่องได้เต็มที่เกิน 100% เพื่อสนองความต้องการน้ำมันสำเร็จรูปในประเทศ โรงกลั่นน้ำมันในกลุ่ม ปตท. ดำเนินการเต็มกำลังในการส่งผลิตภัณฑ์ให้สถานีบริการที่เป็นลูกค้า รวมถึงจ๊อบเบอร์ ผู้ค้าน้ำมันรายย่อย ที่เป็นลูกค้าประจำ โดยจะเริ่มควบคุมราคาที่ขายให้จ๊อบเบอร์ให้เท่ากับราคาหน้าสถานีบริการ เพื่อป้องกันไม่ให้จ๊อบเบอร์ไปเติมน้ำมันจากสถานีบริการโรงกลั่นน้ำมัน จึงเป็นโครงสร้างพื้นฐาน
ที่สำคัญ นอกจากนำเข้าน้ำมันดิบ กลั่นได้น้ำมันดีเซล น้ำมันอากาศยาน น้ำมันเบนซิน และแอลพีจีแล้ว ก็ยังผลิตวัตถุดิบให้โรงงานปิโตรเคมีไปผลิตเม็ดพลาสติกต่อด้วย เช่นเดียวกับโรงแยกก๊าซธรรมชาติที่นำก๊าซดิบในอ่าวไทย มาแยกเป็นก๊าซเชื้อเพลิงส่งโรงไฟฟ้า ได้วัตถุดิบปิโตรเคมี และได้แอลพีจี
โรงกลั่นน้ำมันของกลุ่ม ปตท. เดินเครื่อง 109% ผลิตดีเซลเพิ่ม 7% และจำหน่ายผลิตภัณฑ์ออกเต็มที่ ไม่มีการเก็บสต๊อกทั้งวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์เกินกว่าปกติ ทำให้ผลิตภัณฑ์ของโรงกลั่น ซึ่งต้องมีการเก็บสำรองเพื่อการจำหน่ายและสำรองตามกฎหมายลดลงจากระดับปกติ 30%
ด้านผู้ค้าน้ำมันในเครือ ปตท. คือ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) (OR) จำหน่ายน้ำมันดีเซลมากกว่าปกติ 35% และจำหน่ายสินค้าออกเต็มขีดความสามารถ โดยดีเซล และเบนซิน ลดลงกว่าปกติ 50% จนใกล้ติดปริมาณน้ำมันสำรองตามกฎหมาย ขณะที่โรงงานผลิตเม็ดพลาสติกในกลุ่ม ปตท. ขณะนี้เดินเครื่องเกิน 100% มาตลอด เพื่อช่วยลูกค้าให้มีผลิตภัณฑ์ใช้อย่างต่อเนื่อง ปตท. พร้อมสนับสนุนนโยบายรัฐ เพื่อช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศให้เดินหน้าอย่างต่อเนื่องและมั่นคง



