เมื่อวันที่ 10 เม.ย. ภายหลังการแถลงนโยบายของรัฐบาล กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เดินหน้าขับเคลื่อน “วาระเร่งด่วนที่สุด” เพื่อรับมือกับวิกฤติพลังงานและค่าครองชีพ ที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้ปกครองในช่วงใกล้เปิดภาคเรียน โดยประกาศ 3 มาตรการสำคัญ เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายและทลายกำแพงข้อจำกัด มุ่งเป้าให้เด็กไทยทุกคนสามารถเข้าถึงการศึกษาได้อย่างต่อเนื่องและต้องไม่มีอุปสรรคทางการเงินมาขวางกั้น
โดยนายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยว่า กฎระเบียบเรื่องเครื่องแต่งกายหรือค่าใช้จ่ายแฝง จะต้องไม่เป็นเหตุผลที่ทำให้เด็กต้องหลุดออกจากระบบการศึกษา จึงได้ออก “ข้อสั่งการแรก” ที่มุ่งเน้นการลดภาระผู้ปกครองอย่างเป็นรูปธรรมและสามารถทำได้ทันที โดยแบ่งเป็น 3 แนวทางหลัก ดังนี้ 1.ปลดล็อกระเบียบสถานศึกษาที่ไม่จำเป็น หั่นค่าใช้จ่ายทันที ขอความร่วมมือสถานศึกษาทั่วประเทศพิจารณาลดค่าบำรุงการศึกษาและค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น พร้อมอนุโลมให้ผ่อนผันการชำระเงินได้ นอกจากนี้ ยังปรับลดข้อบังคับด้านเครื่องแต่งกายให้มีความยืดหยุ่น เพื่อลดการซื้อใหม่ให้มากที่สุด ได้แก่ ชุดนักเรียน อนุโลมให้ใส่ชุดเดิมได้แม้เลื่อนชั้นหรือย้ายโรงเรียน และให้โรงเรียนพิจารณาเพิ่มสัดส่วนวันใส่ชุดพละหรือชุดไปรเวทสุภาพ ชุดลูกเสือ-เนตรนารี: ไม่บังคับซื้อชุดเต็มยศ อนุโลมให้ใส่เพียง “ผ้าผูกคอและหมวก” ร่วมกับชุดนักเรียนหรือชุดพละได้
รมว.ศธ. กล่าวต่อไปว่า ส่วนกระเป๋าและรองเท้า ไม่จำกัดรูปแบบ ไม่จำเป็นต้องมีตราโรงเรียน แต่สุภาพ สามารถใช้ของเดิมหรือแบบใดก็ได้ที่ใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน การปักเสื้อนักเรียน: ขอความร่วมมือเปลี่ยนจากการปักชื่อ-นามสกุลเต็ม เป็นการปักเพียง “อักษรย่อโรงเรียน” เพื่อลดค่าปัก ยืดอายุการใช้งานของเสื้อผ้า และยังสอดคล้องกับกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) โดยมอบอำนาจให้ผู้อำนวยการโรงเรียน: สามารถออกแบบกิจกรรมและออกมาตรการช่วยเหลือเพิ่มเติมให้เหมาะสมกับบริบทของแต่ละพื้นที่ได้อย่างอิสระ โดยยึดประโยชน์ของนักเรียนเป็นที่ตั้ง 2.จัดหาและตรึงราคาอุปกรณ์การเรียนที่จำเป็น มอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) เข้ามาดูแลการจัดหาหนังสือ แบบเรียน เครื่องเขียน และอุปกรณ์การเรียน นำมาจัดจำหน่ายใน “ราคาควบคุม” โดยเฉพาะสิ่งของที่จำเป็นต่อการเรียนรู้จริง ๆ เพื่อแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของผู้ปกครองให้ตรงจุด 3.บูรณาการข้ามกระทรวง แก้วิกฤติค่าครองชีพระดับมหภาค ศธ. เร่งประสานงานทำงานร่วมกับกระทรวงและหน่วยงานรัฐอื่นๆ อาทิ กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ เพื่อร่วมกันออกแบบมาตรการลดค่าใช้จ่ายที่ครอบคลุมถึงสินค้าอุปโภคบริโภคผ่านช่องทางต่างๆ ที่จะเกิดขึ้น ควบคู่ไปกับมาตรการช่วยเหลือเยียวยาเพิ่มเติมด้านอื่นๆ เพื่อให้ความช่วยเหลือกระจายไปถึงมือทุกครอบครัวอย่างแท้จริง
“สำหรับผมและกระทรวงศึกษาธิการ มีจุดยืนที่ชัดเจนว่า ‘การเข้าถึงการศึกษาของเด็กไทย ต้องมาก่อนสิ่งอื่นใด’ กฎระเบียบต่างๆ ต้องไม่เป็นกำแพงขัดขวางการมาโรงเรียน ข้อสั่งการทั้งหมดนี้เป็นเพียงก้าวแรก ขอให้ทุกคนมั่นใจว่าเราเข้าใจสถานการณ์ที่ทุกคนกำลังเผชิญ และจะทำทุกวิถีทางเพื่อเป็นลมใต้ปีก พยุงทุกครอบครัวให้ก้าวผ่านวิกฤติครั้งนี้ไปด้วยกัน” นายประเสริฐ กล่าว.



