เป็นภาวะที่เกิดจากการเสื่อมสลายของกระดูกอ่อนผิวข้อเข่า ซึ่งมักพบในผู้สูงอายุ หรือผู้ที่ใช้ข้อเข่ามากเกินไป เช่น การยืนหรือนั่งพับเพียบเป็นเวลานาน น้ำหนักเกิน หรือมีประวัติการบาดเจ็บที่ข้อเข่า” …นี่เป็นคำอธิบายโดยสรุปเกี่ยวกับ “โรคข้อเข่าเสื่อม (Knee Osteoarthritis)” ซึ่งสร้างความทรมานอย่างมากให้กับผู้ที่ป่วยด้วยโรคดังกล่าวนี้

ผู้ที่ป่วยด้วย “โรคข้อเข่าเสื่อม” ข้อเข่าจะบวม หรือมีเสียงดังในข้อเวลาเคลื่อนไหว ข้อเข่าจะฝืด ตึง เคลื่อนไหวลำบาก และ ที่สำคัญคือจะปวดเข่า การเดินอาจต้องใช้ไม้เท้าช่วยพยุง และจะเดินได้ระยะสั้นลง เพราะจะยิ่งปวดเข่าเวลาเดิน

โรคข้อเข่าเสื่อม” มีวิธีรักษา 2 แบบ ตามระดับอาการ คือ… 1.รักษาโดยไม่ผ่าตัด โดยทำกายภาพบำบัด ออกกำลังกล้ามเนื้อรอบเข่า, ใช้ยาแก้ปวดหรืออาหารเสริมข้อ, ฉีดยาหรือสารหล่อลื่นเข้าเข่า และ 2.ผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม สำหรับผู้ป่วยที่อาการรุนแรง เดินลำบาก และรักษาแบบอื่น ๆ ไม่ได้ผล ซึ่งวิธีนี้จะช่วยลดความเจ็บปวด ฟื้นฟูการเดิน ฟื้นฟูคุณภาพชีวิตโดยรวม แต่กระนั้น การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมนี่ก็มิใช่ว่าผู้ป่วยทุกรายจะสามารถทำได้รวดเร็ว แม้มีสิทธิรักษาด้วยวิธีนี้ตามสิทธิสวัสดิการการรักษาพยาบาลรูปแบบต่าง ๆ ก็อาจต้องรอคอยรอคิวเข้ารับการผ่าตัดเป็นเวลายาวนาน ต้องทนทรมานนาน

อย่างไรก็ดี เมื่อไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ มีผู้ป่วยข้อเข่าเสื่อมเพิ่มขึ้น และการรอคอยการผ่าตัดรักษาก็อาจยิ่งยาวนานขึ้นเรื่อย ๆ ปัจจุบันในไทยก็มีหลายฝ่ายที่ร่วม “ช่วยเหลือผู้ป่วยโรคข้อเข่าเสื่อม” ซึ่งข้อมูลที่จะนำเสนอต่อจากนี้ก็เป็นหนึ่งในโครงการช่วยเหลือ และเป็นโครงการสำคัญยิ่ง โดยข้อมูลเกี่ยวกับโครงการนี้เป็นข้อมูลที่เผยแพร่ผ่าน “เดลินิวส์” มาโดย ราชวิทยาลัยแพทย์ออร์โธปิดิกส์แห่งประเทศไทย ที่ปัจจุบันมี .นพ.กีรติ เจริญชลวานิช เป็นประธาน ซึ่งโดยสังเขปมีดังนี้…

มูลนิธิธรรมาภิบาลทางการแพทย์ หลักสูตรประกาศนียบัตรธรรมาภิบาลทางการแพทย์สำหรับผู้บริหารระดับสูง รุ่นที่ 11 (ปธพ.11) ได้ร่วมกับ จังหวัดสุพรรณบุรี ภาคีเครือข่าย รพ.เจ้าพระยายมราช อำเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี ดำเนินการจัด “โครงการหน่วยแพทย์อาสาเฉพาะทางร่วมใจเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ครั้งที่ 10 ประจำปี 2568” ระดมทีมแพทย์ทั่วประเทศ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง บุคลากรทางการแพทย์ และอุปกรณ์ทางการแพทย์ เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยโรคต่าง ๆ ที่รอคอยคิวยาวนาน ซึ่งโครงการหน่วยแพทย์อาสาเฉพาะทางร่วมใจเฉลิมพระเกียรติฯ ครั้งที่ 10ได้จัดพิธีบวงสรวงไปเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา

และหนึ่งใน โครงการเกี่ยวเนื่องที่สำคัญ ของโครงการหน่วยแพทย์อาสาเฉพาะทางร่วมใจเฉลิมพระเกียรติฯ ครั้งที่ 10 ประจำปี 2568 นั่นคือ… โครงการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเฉลิมพระเกียรติ 100 ราย” ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ซึ่งดำเนินการโดย ราชวิทยาลัยแพทย์ออร์โธปิดิกส์แห่งประเทศไทย ราชวิทยาลัยวิสัญญีแพทย์แห่งประเทศไทย หลักสูตรประกาศนียบัตรธรรมาภิบาลทางการแพทย์สำหรับผู้บริหารระดับสูง รุ่นที่ 11 (ปธพ.11) หลักสูตรประกาศนียบัตรผู้นำทางการแพทย์ (ปนพ.) รุ่นที่ 2 (ปนพ.2) รพ.เจ้าพระยายมราช ร่วมกับสถาบันทางการแพทย์ โรงพยาบาล พันธมิตรเครือข่ายทางการแพทย์ทั่วประเทศ

สำหรับสถาบันทางการแพทย์ โรงพยาบาล พันธมิตรเครือข่ายทางการแพทย์ ของ “โครงการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเฉลิมพระเกียรติ 100 ราย” นั้น ประกอบด้วย…คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล, คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ, ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก, รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ, รพ.พระมงกุฎเกล้า, รพ.วชิรพยาบาล, รพ.พระนั่งเกล้า, รพ.สมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา, รพ.พะเยา, รพ.นครปฐม, รพ.ราชวิถี, รพ.ตำรวจ, รพ.แพร่, รพ.บางสะพาน, รพ.พระพุทธชินราช พิษณุโลก,รพ.เมดพาร์ค, รพ.บำรุงราษฎร์, รพ.หนองบัวลำภู, รพ.แหลมฉบัง, รพ.สมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 19, รพ.อ่างทอง, รพ.ตากสิน, รพ.เสนา, รพ.สงขลานครินทร์, รพ.สุโขทัย, รพ.สมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 17, รพ.อู่ทอง, รพ.ราชพิพัฒน์, ชมรมวิสัญญีพยาบาล, มูลนิธิแพทย์ออร์โธปิดิกส์, สมาคมออร์โธปิดิกส์แห่งประเทศไทย, บริษัทกิติธัญ (GQ),มูลนิธิศัลย์สร้างข้อ ต่อชีวิต

โครงการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเฉลิมพระเกียรติ 100 ราย ภายใต้โครงการหน่วยแพทย์อาสาเฉพาะทางร่วมใจเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ครั้งที่ 10 ประจำปี 2568 ในครั้งนี้ จัดขึ้นโดย มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยในจังหวัดสุพรรณบุรี ซึ่งเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ มีประชากรผู้สูงอายุจำนวน 178,777 ราย มีผู้มารับบริการที่เป็น “โรคข้อเข่าเสื่อม” ใน รพ.เจ้าพระยายมราช ซึ่งเป็นโรงพยาบาลศูนย์ เป็นจำนวนมาก โดยสถิติรวมในปี 2566 มีจำนวน 3,112 ราย และในปี 2567 มีจำนวน 3,810 ราย ซึ่งเป็นจำนวนที่เพิ่มมากขึ้นทุกปี

จากการสำรวจจำนวนผู้ป่วย “โรคข้อเข่าเสื่อม” ของจังหวัดสุพรรณบุรี เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2568 พบว่า ผู้ป่วยที่จำเป็นต้องได้รับการ “ผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม” โดยแพทย์เฉพาะทาง มีประมาณ 1,400 ราย ในจำนวนนี้ ผู้ป่วยบางราย “ข้อเข่าเสื่อมรุนแรง” ซึ่งหาก “ได้รับการผ่าตัดโดยเร็ว” ลดระยะเวลารอคอย ก็จะ “มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นเร็วขึ้น”

การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม 100 ราย ตามโครงการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมเฉลิมพระเกียรติ โครงการนี้มีขึ้น ณ รพ.เจ้าพระยายมราช ถนนพระพันวษา จังหวัดสุพรรณบุรี เมื่อวันที่ 12-13 กรกฎาคม 2568 ที่ผ่านมา โดยพิธีเปิดมี นายกองเอกเชษฐา ขาวประเสริฐ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี เป็นประธาน พิธีปิดมี นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นประธาน ซึ่งพิธีจัดขึ้น ณ ห้องประชุม ฯพณฯ บรรหาร ศิลปอาชา ชั้น 10 อาคารอำนวยการ และดำเนินการ “ผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม” ณ ห้องผ่าตัดชั้น 6 ตึกศูนย์หัวใจ โดยในวันที่ 12 กรกฎาคม ผ่าตัดช่วยเหลือผู้ป่วยโรคข้อเข่าเสื่อมที่อาการรุนแรงรอบแรกจำนวน 50 คน และวันที่ 13 กรกฎาคม รอบที่ 2 อีก 50 คน รวม 100 คน

โครงการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเฉลิมพระเกียรติ 100 ราย” การผ่าตัดผู้ป่วยโรคข้อเข่าเสื่อม ซึ่งผ่าตัด 2 วัน ๆ ละ 50 ราย ณ รพ.เจ้าพระยายมราช จังหวัดสุพรรณบุรี ครั้งนี้ จากการตรวจสอบ ค้นข้อมูลการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมที่เคยมีรายงานไว้ พบว่า การผ่าตัดผู้ป่วย 100 รายครั้งนี้เป็นการผ่าตัดที่มากที่สุดเท่าที่มีการบันทึก เป็นอีกหนึ่งปรากฏการณ์ทางการแพทย์ไทย ที่คาดว่าจะสร้างสถิติระดับโลกครั้งใหม่ในการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมให้ผู้ป่วยจำนวนมากที่สุดต่อวัน สะท้อนศักยภาพของทีมแพทย์ไทย ตอกย้ำความร่วมมืออย่างเป็นรูปธรรมของภาครัฐ ภาควิชาชีพ และโรงพยาบาลในภูมิภาค ที่มุ่งมั่นส่งมอบโอกาสแห่งการฟื้นคืนชีวิตที่เคลื่อนไหวได้อย่างมั่นคงให้กับผู้ป่วย เพื่อ น้อมถวายเป็นพระราชกุศล

ทั้งนี้ แพทย์ไทยมีศักยภาพสูงในการ “ผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม” แต่อย่างไรก็ดี กับ “โรคข้อเข่าเสื่อม” นั้น ก็เช่นเดียวกับโรคอื่น ๆ คือป้องกันไว้ก่อนได้เป็นดี ซึ่ง “วิธีป้องกันโรคข้อเข่าเสื่อม” ก็มีคำแนะนำทางการแพทย์ไว้ กล่าวคือ… ควบคุมน้ำหนักไม่ให้อ้วน, ออกกำลังกายสม่ำเสมอ เช่น เดิน ว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน, หลีกเลี่ยงการนั่งพับเพียบหรือนั่งคุกเข่าบ่อย ๆ นาน ๆ รวมถึงใช้รองเท้าที่เหมาะสม เพื่อช่วยลดแรงกระแทกที่ข้อเข่า …เหล่านี้ “น่าตระหนักไว้”

เพราะ…“ดีที่สุดก็คือการป้องกัน”.

ทีมวาไรตี้ เดลินิวส์