เด็กและเยาวชน รวมถึงคนรุ่นใหม่ของเราจำนวนไม่น้อยกำลังหลงอยู่กับรูปลักษณ์ สีสัน กลิ่นรส และภาพทางการตลาดของบุหรี่ไฟฟ้า ทำให้ถูกดึงเข้าไปสู่วงจรของการเริ่มสูบบุหรี่ไฟฟ้า โดยผู้ที่สูบบุหรี่ไฟฟ้าหลายคนไม่รู้เลยว่าสิ่งที่ตนเองถืออยู่นั้น คือ “ระเบิดเวลา” ดีๆนี่เอง ที่พร้อมจะทำลายอนาคตและทิ้งภาระให้โลกที่พวกเขาจะต้องเติบโตไปในวันข้างหน้า

ประโยคข้างต้นไม่ใช่ภาพจินตนาการที่เกินจริง แต่เป็นความจริงที่เกิดขึ้นแล้วในทุกวันในสังคมไทย บุหรี่ไฟฟ้า ถูกอห่อหุ้มด้วยรูปลักษณ์ทันสมัย สีสันสดใส การแต่งกลิ่นสารเคมีกลบความอันตรายของสารอันตราย ถึงแม้รูปลักษณ์และภาพลักษณ์จะถูกปรุงแต่งให้ดูไม่อันตรายหรืออันตราย แต่อุปกรณ์ประเภทนี้ก็แฝงอันตรายที่รอการระเบิดเสมือน “ยาพิษที่เคลือบน้ำตาล” และเมื่อถึงเวลาระเบิดบุหรี่ไฟฟ้านี้ก็จะพรากอนาคตอันสดใสของคุณและคนที่คุณรักไปทีละน้อย และทิ้งมรดกที่ไม่พึงประสงค์ไว้ให้โลกใบนี้ต่อไป

‘บุหรี่ไฟฟ้า’ หรือที่หลายคนเรียกว่า ‘พอด’ ได้แทรกซึมเข้าสู่ชีวิตของคนรุ่นใหม่และแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว จากการที่วางแผนที่มีกลไกและแยบยล สร้างความเย้ายวลในตัวสินค้าทำให้กลุ่มเป้าหมายมองข้ามอันตรายจากบุหรี่ไฟฟ้าและยังสร้างภาพลักษณ์ให้ตัวเองดูไม่อันตรายโดยแฝงตนเองเข้าไปมีส่วนร่วมกับรูปแบบการใช้ชีวิตของกลุ่มเป้าหมาย วันนี้เราจะมาเจาะลึกถึงกลไกอันซับซ้อนที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังสิ่งที่มองเห็น เพื่อเปิดเผยความจริงอันขมขื่นที่ทุกคนควรรู้


ภาพมายาที่ดึงดูดใจ : เมื่อ “รูปลักษณ์” กลายเป็นกับดัก

ลองจินตนาการดูว่า หากลูกหลานของเราที่อยู่ในวัยใสซื่อ กำลังเผชิญหน้ากับผลิตภัณฑ์บุหรี่ไฟฟ้าที่ไม่เหมือนบุหรี่มวนแบบเดิมอีกต่อไป สิ่งที่พวกเขาเห็นคือสินค้าที่มีรูปทรงคล้ายของเล่น ปากกา แฟลชไดรฟ์ ตัวของเล่น การ์ตูนที่คุ้นเคย หรือแม้แต่อุปกรณ์ที่ดูแฟชั่น

สิ่งที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือ บุหรี่ไฟฟ้าเหล่านี้มาพร้อมกับรสชาติและกลิ่นที่หลากหลายมากถึง 16,000 กลิ่น ตามข้อมูลขององค์การอนามัยโลก ไม่ว่าจะเป็นผลไม้สดชื่น ขนมหวานน่ารับประทาน โคล่าซ่าๆ หรือแม้แต่รสชาติที่เลียนแบบเครื่องดื่มยอดนิยมของวัยรุ่น

นี่คือสิ่งที่เราเรียกว่า “การตลาดแบบล่อลวง” ที่บรรดาผู้ผลิตใช้เป็นกลยุทธ์ในการดึงดูดกลุ่มเป้าหมายใหม่ นั่นคือ เด็กและเยาวชน พวกเขาสร้างภาพลักษณ์ให้บุหรี่ไฟฟ้าดู เท่ ทันสมัย ไร้อันตราย และที่สำคัญคือ เข้าถึงได้ง่าย ผ่านช่องทางออนไลน์ อินฟลูเอนเซอร์ โซเชียลมีเดีย และแม้แต่ในพื้นที่ที่เด็กๆ ใช้ชีวิตประจำวัน

ตัวเลขจากการสำรวจในไทยเผยให้เห็นภาพที่น่ากังวลต่ออัตราการสูบบุหรี่ไฟฟ้า อาทิ

  • ภาพรวมจำนวนผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้าพุ่งสูงขึ้น ขณะที่ในประเทศไทยมีสถิติที่น่าตกใจเกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้าไม่น้อย เช่น คนไทยสูบบุหรี่ไฟฟ้าเพิ่ม 11.44 เท่า จากปี 2564 ทำให้มีจำนวนผู้สูบเพิ่มเป็น 900,459 คนในปี 2567 ที่มา: https://www.hfocus.org/content/2025/06/34426
  • ถ้าเน้นเข้ามาที่กลุ่มวัยรุ่น เยาวชน และคนรุ่นใหม่ ข้อมูลจากปี 2565 พบว่า
    • เยาวชนจนถึงอายุไม่เกิน 25ปี เคยสูบบุหรี่ไฟฟ้า เฉลี่ยสูงถึง 25%
    • ประชาการทั้งหมดที่สูบบุหรี่ไฟฟ้า 38% ของผู้สูบบุหรี่ไฟฟ้าอยู่ในช่วงอายุ 15-24 ปี
    • จำนวนเด็กและเยาวชนไทยที่สูบบุหรี่ไฟฟ้าเพิ่มสูงขึ้น 5.3 เท่าในรอบ 7 ปี (พ.ศ. 2558-2565)
    • เด็กและเยาวชนไทยอายุ 13-15 ปี สูบบุหรี่ไฟฟ้าเพิ่มขึ้น โดยกว่า 90% สูบครั้งแรกเพราะเพื่อนชวน
    • และยังพบว่าเยาวชนหญิงกลายเป็นกลุ่มเสี่ยงสำคัญในการเข้าสู่วงจรบุหรี่ไฟฟ้า เปรียบเทียบจากที่เสี่ยงน้อยในการเข้าสู่วงจรการสูบบุหรี่มวน

(ที่มา: https://www.facebook.com/TRCTobaccoControlResearch/posts/870301581798467/)

  • จะเห็นได้ว่าข้อมูลสถานการณ์ล่าสุดในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา (พ.ศ. 2565-2567) บ่งชี้ว่า กลุ่มเด็กและเยาวชน (อายุ 9-15 ปี) เคยลองสูบบุหรี่ไฟฟ้า พุ่งสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยอัตราในกลุ่มวัยเด็กและวัยรุ่นบางช่วงอายุ อาจสูงถึง 17-43%

ตัวเลขเหล่านี้ไม่ใช่เพียงสถิติ แต่เป็น “สัญญาณอันตราย” ที่บ่งบอกว่าเด็ก ๆ เยาวชน รวมถึงคนรุ่นใหม่ของเรากำลังเดินเข้าสู่กับดักที่วางไว้อย่างแยบยล จึงเป็นที่มาที่ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และภาคีเครือข่าย กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข มูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ ศูนย์วิจัยและจัดการความรู้เพื่อการควบคุมยาสูบ (ศจย.) สถาบันยุวทัศน์แห่งประเทศไทย ราชวิทยาลัยแพทย์ ต้องสื่อสารให้ประชาชนในสังคม โดยเฉพาะกลุ่มเป้าหมายทางการตลาดของบุหรี่ไฟฟ้า เด็ก เยาวชน และคนรุ่นใหม่ ตระหนักให้ได้ว่าบุหรี่ไฟฟ้า หรือ พอดที่ถืออยู่ในมือนั้นไม่ได้ปลอดภัยอย่างที่คิด แถมยังอันตรายต่อสุขภาพ และอนาคต

ในปี 2568 นี้ สสส. และภาคีเครือข่ายเพื่อลดการสูบบุหรี่จึงสื่อสารอันตรายของบุหรี่ไฟฟ้าผ่านแคมเปญ “บุหรี่ไฟฟ้า รู้ไว้ ร้ายจัด” โดยเล่าเรื่องผ่านอุปกรณ์การสูบอย่างบุหรี่ไฟฟ้า ทรง ทอยพอด ทรงแทงก์ ที่มีความน่าดึดงดูดให้อยากถืออยากลอง แท้จริงนั้นข้างในนั้นคือเครื่องมืออันตรายที่เต็มไปด้วยสารเคมีอันตรายที่สามารถทำร้ายผู้สูบพอดไม่ว่าจะเป็น

  • ผลกระทบต่อปอดจากโรคปอดอักเสบเฉียบพลัน หรือที่หลายคนเรียกว่า โรคอิวาลี่ EVALI
  • ผลกระทบต่อพัฒนาการทางสมองของกลุ่มเป้าหมายจาก นิโคตินและสารเคมีอื่นๆ
  • ผลกระทบต่อการเกิดการอักเสบรุนแรงจากสารเคมีในไอน้ำมันระเหยจากบุหรี่ไฟฟ้า

จึงอยากชวนผู้ที่สนใจชม และติดตามสปอตรณรงค์ “บุหรี่ไฟฟ้า รู้ไว้ ร้ายจัด” โดย สปอตรณรงค์และการสื่อสารชุดนี้ตั้งใจเปิดโปงความอันตรายขอบุหรี่ไฟฟ้าให้เห็นตัวผลิตภัณฑ์ที่ดูดี ภาพลักษณ์ที่ดึงดูด แต่นั้นแหละคือกลลวงจากบุหรี่ไฟฟ้า ฆาตกรรูปแบบใหม่ที่สังคมไทยต้องระวัง

แคมเปญรณรงค์ชุดนี้ จะค่อยเปิดเผยอันตรายของบุหรี่ไฟฟ้าให้เห็นกันยาวผ่านสปอต จำนวน 4 เรื่อง ทั้งเรื่องปอด เรื่องสมอง และเรื่องการอักเสบรุนแรง โดยสปอตรณรงค์ 2 เรื่องแรกนี้ จะเผยกลลวงเรื่อเพราะมันกำลังลวงให้คนสูบ เมื่อร่างกายรับไม่ไหวปอดของผู้สูบจะถูกทำร้าย ร้ายสุดคือไม่อยู่ในสภาพที่ฟื้นฟู หรือกลับมาปกติได้


รับชมก่อน รู้ก่อน เลิกก่อนที่จะสาย

ลองรับชมและคุณอาจจะรู้อันตรายที่ซ่อนอยู่ของบุหรี่ไฟฟ้า บุหรี่ไฟฟ้า รู้ไว้ ร้ายจัด ทำปอดอักเสบเฉียบพลัน

Online : Wonderland : สวนสนุกที่ไม่อยากให้ใครเผลอเข้าไป

TVC : กระทบปอด : ฆาตกรที่จะมาเอาปอดของผู้สูบพอด

หากใครเริ่มรู้สึกว่าบุหรี่ไฟฟ้ามันร้ายจัด แต่อยากอ่านข้อมูลความร้ายของบุหรี่ไฟฟ้าเพิ่ม สามารถ อ่านข้อมูลใน คู่มือฉบับใหม่ปี 2025 “บุหรี่ไฟฟ้า รู้ไว้ ร้ายจัด”

https://creativehealthcampaign.thaihealth.or.th/microsite/icanchange/Tobacco/บุหรี่ไฟฟ้า/content/4632

แหล่งข้อมูลเพิ่มเติม 1

ภาพรวมจำนวนผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้าพุ่งสูงขึ้น ขณะที่ในประเทศไทยมีสถิติที่น่าตกใจเกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้าไม่น้อย เช่น คนไทยสูบบุหรี่ไฟฟ้าเพิ่ม 11.44 เท่า จากปี 2564 ทำให้มีจำนวนผู้สูบเพิ่มเป็น 900,459 คนในปี 2567

กรมควบคุมโรค เตือนนักสูบบุหรี่ไฟฟ้า เสี่ยง “โรคมะเร็ง” ผลวิจัยพบสารพิษกลุ่มโลหะหนักในบุหรี่ไฟฟ้า

World Health Organization E-cigarettes contain hazardous substances, addictive and harmful

แพทย์พบควันบุหรี่ไฟฟ้ามีสารเคมี 56 ชนิดในระดับสูงกว่าบุหรี่ธรรมดา

โทษของบุหรี่ไฟฟ้า โรงพยาบาลบางโพ

แหล่งข้อมูลเพิ่มเติม 2