พรุ่งนี้ 22 ส.ค. ศาลอาญาจะตัดสินคดี ม.112 ของอดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร หลายคนเชื่อว่า น่าจะรอด แต่ถึงไม่รอด ก็ยังมีศาลอุทธรณ์ ศาลฎีกา ให้สู้ต่ออีก ยังไม่ต้องตื่นเต้น ที่ประชาชนควรตื่นเต้น คือ เรื่องที่ รมว.คมนาคม นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ กล่าวถึงความคืบหน้า นโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย พร้อมเปิดให้ลงทะเบียนหลังเที่ยงคืนวันที่ 24 ส.ค. หรือ 00.01 น. 25 ส.ค. ผ่าน “แอปทางรัฐ” โดยใช้บัตรประชาชนและข้อมูลบัตรที่จะใช้ชำระค่าโดยสารแสดงตน แล้วลุ้นอย่าให้แอปล่มแบบลงทะเบียนเที่ยวคนละครึ่งอีก

นายสุริยะ คาดว่าจะมีประชาชนใช้บริการเพิ่มขึ้น 250,000 คนต่อวัน จากเดิม 150,000 คนต่อวัน ใครไม่ได้ลงทะเบียน จะต้องจ่ายค่าโดยสารอัตราปกติ ที่ต้องลงทะเบียน นัยว่าเพราะให้เฉพาะคนไทยเท่านั้น เบื้องต้น หากประชาชนเดินทางด้วยรถไฟฟ้าข้ามสาย  จะต้องถือบัตร 2 ใบ แต่จ่ายเพียง 20 บาทตลอดสาย และระยะต่อไปจะนำเทคโนโลยี อาทิ สแกนจ่ายด้วย QR Code เพิ่มความสะดวกมากขึ้น

นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี หรือ “หมอเลี้ยบ” 1 ในคณะที่ปรึกษานายกฯซึ่งเคยปลุกปั้นโครงการ 30 บาทรักษาโรคสำเร็จมาแล้ว บอกว่า ไม่มีคำว่าเป็นไปไม่ได้ มีแต่ไม่คิดจะทำให้เป็นไปได้มากกว่า  การทำโครงการนี้ เนื่องจากค่าเดินทางของไทยสูงมากอยู่ที่ 5-18% ของค่าแรงขั้นต่ำ ขณะที่เกาหลีใต้ สิงคโปร์ ไต้หวัน ซึ่งค่าแรงสูงกว่าไทยเยอะ กลับอยู่ที่  2-5% เท่านัั้น “ค่ารถไฟฟ้ายิ่งถูก จะทำให้มีคนมาใช้บริการมากขึ้น” ซึ่ง คือจริง ใครจำเป็นต้องใช้รถไฟฟ้า จะรู้เลย ตลอดสายจะเสียเป็น 100 บาท อาจถึง 135 บาท ประมาณนั้น อย่าว่าแต่คนได้ค่าแรงวันละ 400 บาท จะขึ้นไม่ไหวเลย คนกินเงินเดือน 1.5 หมื่นบาท ก็ไม่ไหว ค่ารถไปกลับวันละ 200 บาท จะเอาอะไรกิน ไม่ต้องพูดถึงคนมีครอบครัวเลย  

หมอเลี้ยบ ชี้ให้เห็นว่า ถ้าเพิ่มคนเข้าสู่ระบบ จาก 10 คนเป็น 1,000 คน แทนที่ค่าแรกเข้าจะอยู่ที่  15 บาทต่อคน จะเหลือ 5 บาทต่อคน ก็ได้ “ถ้าค่าเดินทาง 40 บาทต่อวัน จะทำให้ประชาชนออกไปอยู่อาศัยนอกเมืองมากขึ้น แต่ยังเข้ามาทำงานในเมืองได้และรวดเร็ว ค่าเดินทางไม่แพง คนก็ไม่ต้องมาอยู่คอนโดที่ติดรถไฟฟ้าซึ่งแพงขึ้นทุกวัน  นักลงทุนจะเปิดหน้าดินเพื่อทำที่อยู่อาศัยในพื้นที่อื่น ๆ ที่ไม่ใช่แนวรถไฟฟ้า และถ้าคนใช้รถไฟฟ้ามากขึ้น จะทำให้เกิดคอมมูนิตี้มอลล์ที่สถานีรถไฟฟ้าและพื้นที่ใกล้เคียง ทำให้รัฐจัดเก็บภาษีได้เพิ่มขึ้น”

ที่หมอเลี้ยบพูดมา ใครเคยไป ยุโรป ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ฯลฯ ก็จะเห็นจริงตามนั้น การมาของรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย จะทำให้พรรคเพื่อไทยได้ใจคนที่ต้องใช้รถไฟฟ้าเดินทาง หลังหลายนโยบายไปไม่ถึงฝั่งฝัน ไม่ใช่แต่คน กทม.แต่คนต่างจังหวัดที่เข้ามาทำงานอีกไม่รู้กี่ล้านคนด้วย ใด ๆ คนอยู่ตามตรอกซอกซอย กว่าจะไปขึ้นรถไฟฟ้าได้ ต้องเสียค่ามอเตอร์ไซค์ บางคนไม่ใช่ต่อเดียว 2-3 ต่อก็มี ค่าเดินทางจึงเป็นรายจ่ายหนักหนาสาหัสของคนตามเมืองใหญ่

ปัญหาอยู่ที่ไม่มีอาหารกลางวันฟรี การทำนโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ทุกสี รัฐต้องใช้เงินอุ้มปีละ 8,000-10,000 ล้านบาท แม้เงินหมื่นล้านไม่ได้มากสำหรับประเทศที่ตั้งงบแผ่นดินปีละ 3-4 ล้านล้านบาท แต่ก็ไม่ง่ายจะหาเงินมาอุดหนุนต่อเนื่อง ให้เป็นนโยบายที่ยั่งยืน  แม้โครงการ 30 บาทรักษาโรค ลงหลักปักฐาน ก็ยังเจอปัญหาเงินไม่พออุดหนุนอยู่เรื่อย  ผู้ว่าฯ กทม. ชัชชาติ สิทธิพันธุ์  ได้แสดงความกังวลว่า กทม.ได้รับเงินชดเชยแค่ 2,000 ล้านบาท ทั้งที่ต้นทุนจ้างเอกชนเดินรถอยู่ที่ 8,000 ล้านบาท ที่เหลือจะช่วยยังไง รถไฟฟ้า 20 บาท จึงตั้งเป้าแค่ 1 ปี  อนาคตว่ากันอีกที

กลับมาที่ นายสุริยะเพิ่มเติมว่า ครม.ยังได้ไฟเขียวให้ขสมก. เช่ารถเมล์แอร์อีวี 1,520 คัน เพื่อทดแทนของเก่าที่จะปลดระวาง คาดว่าจะทยอยรับรถลอตแรก 500 คันในเดือน ส.ค. 69 และครบทั้งหมดปี 2570 เพื่อช่วยแก้ปัญหา PM 2.5 รวมทั้งจะปรับเส้นทางรถเมล์ให้สั้นลง เพื่อให้ทำหน้าที่ส่งต่อคนไปขึ้นรถไฟฟ้าได้สะดวกขึ้น 

รถเมล์คือหัวใจผู้มีรายได้น้อย  เขาควรมีสิทธิได้ใช้รถเมล์ใหม่ ๆ หอม ๆ สะอาด ๆ บ้าง ไม่ใช่ให้นั่งแต่รถเมล์เน่า ๆ ผุ ๆ
พัง ๆ แต่นั่นล่ะ อาถรรพณ์ไรไม่รู้  เดี๋ยว ๆ ก็โผล่ข่าวทุจริต แล้วรถเมล์ใหม่ ก็หายวับไปกับตาทุกครั้ง

ครั้งนี้ขอให้ฝันเป็นจริงทีสักทีเถอะ…แล้วชื่อ สุริยะ จะอยู่ในใจคนยากอีกนาน.

ดาวประกายพรึก

คลิกอ่านบทความทั้งหมดได้ที่นี่