ช่วงการเมืองไร้เสถียรภาพ นายกฯแพทองธาร ชินวัตร ถูกศาลรัฐธรรมนูญสั่งพักงานกรณีคลิปหลุด “อังเคิล” และพรุ่งนี้ 29ส.ค. ศาลรธน.ก็นัดฟังคำวินิจฉัย เวลา 15.00 น.หากที่สุด นายกฯถูกสอยจากเก้าอี้ โดยไม่ลาออกก่อน (ถ้าลาออก คดีก็ถูกจำหน่ายไป) ตาม รธน.ที่ประชุมสภา จะเลือก “แคนดิเดตนายกฯ” ที่เหลือ ตามชื่อที่ปรากฏ นายชัยเกษม นิติสิริ เพื่อไทย, นายอนุทิน ชาญวีรกูล ภูมิใจไทย, นายพีระพันธ์ุ สาลีรัฐวิภาค พปชร., พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ พลังประชารัฐ, นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ปชป. รวมทั้ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา องคมนตรีที่ชื่อยังเป็นแคนดิเดตตาม รธน. 2560
กรณีนายชัยเกษมขึ้นมาแทนแล้วถือโอกาสเอาพรรคภูมิใจไทยกลับมาเสริมฐานแกร่งรัฐบาลใหม่ ก็อย่าคิดว่าเป็นไปไม่ได้ เอาเข้าจริงการเมืองไทย ไม่มีมิตรแท้ ศัตรูถาวร นายชัยเกษมก็เคยให้สัมภาษณ์แนวนี้ด้วย
แม้แคนดิเดตนายกฯ ที่เหลือ คนเห็นชื่อแล้วร้องยี้ มากกว่าร้องฮ้อ จะมีก็ “ลุงตู่” ที่ขบวนการ IO ปั่นกระแสให้คนเรียกหาหนัก แต่ดูจะเข็นยาก ผลงานระบอบ 3 ป. ครองเมืองกว่า 10 ปี 5 ปีแรก มี ม.44 ในมือ ชี้นกเป็นนก ชี้ไม้เป็นไม้, 4 ปีหลังก็ยังเบ็ดเสร็จ กองทัพหนุนหัวชนฝา ประเทศกลับมีแต่ถอยหลังลงเหว ดัชนีวัดความก้าวหน้าทุกตัวหัวทิ่ม มาตรฐาน PISA ที่จัดโดยประเทศกลุ่ม OECD วัดความก้าวหน้าด้านการศึกษาเด็กไทย ไม่ว่า คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ การอ่าน การคิดวิเคราะห์ แม้แต่ภาษาอังกฤษ เด็กไทยได้คะแนนต่ำเกณฑ์โลกทุกหมวด
ใครลืม เราไม่ลืม เห็น รมว.ศึกษาธิการ บิ๊กอาย ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ บอก การศึกษาเด็กไทยไม่แพ้ชาติใดในโลก ก็ไม่รู้ ดร.นฤมล จะแกล้งหลับหูหลับตาพูด หรือบังเอิญปลีกวิเวกหลังเขาที่ไหนมา ถึงคุยโอ่ได้ขนาดนั้น ได้แต่หวัง เมื่อเปิดหูเปิดตาฟังข้อมูลที่ผ่านมาอย่างพินิจพิเคราะห์แล้ว จะมีแนวทางพัฒนาการศึกษาไทยให้ก้าวทันโลกยุคใหม่ไม่จมปลักกับการจับเด็กให้ยืนท่อง “ค่านิยมล้าหลัง 12 ประการ” หน้าเสาธงแบบยุคลุง แต่ดูแล้วคงหมดหวัง
กลับมาที่เก้าอี้นายกฯ แม้ นายกฯ แพทองธาร รอดจากศาล รธน.ได้ ซึ่งเพื่อไทยสะกดจิตตัวเองหนักว่า มีสัญญาณบวก พูดกันที่เลขเด็ด 9 ต่อ 0 หรือ 5 ต่อ 4 แต่ถึงได้ไปต่อ ก็ยากจะอยู่เป็นสุข จากวิกฤติศรัทธาที่กู้ไม่ได้ง่าย ๆ กับเป็นรัฐบาลเสียงปริ่มน้ำ
ถึงกระนั้น เท่าที่เอ่ยมา ทางเลือกก็เยอะแยะ ยังไม่นับข้อเสนอพรรคประชาชน ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ที่พร้อมโหวตให้ใครก็ได้เป็นนายกฯชั่วคราว ผ่านงบ 69 แล้ว แก้ พ.ร.บ. ประชามติ เลือก ส.ส.ร. มาจัดทำ รธน.ใหม่แล้วยุบสภาคืนอำนาจประชาชนหรือเพื่อไทยเอง หากเห็นว่าไปไม่รอด พรรคร่วมงอแงหนัก ยุบสภาก็ยังเป็นทางเลือก
ทั้งหมดดูเหมือน พวกคลั่งรัฐประหาร จะไม่นำพา เพียรพยายามปล่อยข่าวเป็นระยะ จะเอา นายกฯคนนอก มีกลุ่มคนหน้าเดิมปูทางยื่น ศาล รธน. ม.144 กล่าวหารัฐบาล เศรษฐา ทวีสิน–แพทองธาร ชินวัตร โยกงบที่ตั้งไว้จ่ายหนี้สาธารณะมาทำโครงการ “ดิจิทัลวอลเล็ต” ผิด รธน. หวังให้ ศาล รธน.สอยครม.ทั้ง 2 ชุด รวมทั้ง สว. สส. ที่ลงมติผ่านงบ 68 ตกเก้าอี้หมด แบบที่ นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาพรรคเพื่อไทย โดนศาล รธน.สอยร่วง พ่วงตัดสิทธิการเมือง 10 ปีรวดด้วย ม.144 แม้จะเหลือ 140 สส. พรรคประชาชน ที่อยู่รอด พวกคลั่งรัฐประหารก็มองว่า ยังไงก็อยู่ไม่ได้ ที่สุดการเมืองจะถึงทางตัน ได้นายกฯ
ม.5 ตามบทบัญญัติให้ถือตามประเพณีปกครองที่เคยมี
นั่นคือ จะขอนายกฯ พระราชทาน ว่างั้นเถอะ
พวกนี้ อ้าปากก็เห็นลิ้นไก่ โหยหานายกฯ คนนอกหนักมาก อ้างต้อง “รีเซต” การเมืองใหม่ เป็นการเมืองสุจริต มีคุณธรรม รักชาติ ไม่โกง ไม่ขายชาติ โน่นนั่นนี่ (ยิ่งล่าสุด นิด้าโพล บอกคนหมดหวังพรรคการเมืองไทย ตั้ง 75% ยิ่งได้ใจเข้าทาง) ที่แท้ก็หวังได้เก้าอี้ตอบแทน เป็น สว.ลากตั้งบ้าง เป็น กก.ร่างรัฐธรรมนูญบ้าง นั่งชูคอเป็นบอร์ดในรัฐวิสาหกิจใหญ่เล็กหรือไม่ก็ไปกินเงินเดือนหลาย ๆ แสนในองค์กรอิสระทั้งหลายแหล่ อยู่กันรากงอก 9 ปี 16 ปี
พวกนี้ไม่ได้รักชาติอย่างปากพูดเลย แต่รักชาติจนน้ำลายไหลต่างหาก คนเค้ารู้ทันแล้ว.
ดาวประกายพรึก



