สำหรับนโยบายรัฐบาลนั้น…ก็แน่นอนว่า “เศรษฐกิจ–ความมั่นคง” เป็น “ประเด็นสำคัญ” ซึ่งในระหว่างที่เรา ๆ ท่าน ๆ ตามลุ้นกันนี้…ก็ลองมาพินิจกรณี “ควิกวิน…กับการทำงานของรัฐบาล” กันสักหน่อยเป็นไร…
“ควิกวิน” นี่ “กลายเป็นศัพท์รัฐบาล”…
แล้ว “เร็วและดีจริงจะต้องอย่างไร??”
เกี่ยวกับคำว่า “ควิกวิน” หรือในภาษาอังกฤษ “Quick Win” กับการที่ “รัฐบาลชูเป็นกลยุทธ์ทำงาน” นั้น…ผศ.ดร.ภูษิต วงศ์หล่อสายชล รองคณบดีบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ได้สะท้อนแง่มุมผ่าน “ทีมสกู๊ปเดลินิวส์” มาว่า… แนวทาง “ควิกวิน” หรือ “กลยุทธ์ควิกวิน” นั้น หากจะแปลแบบตรงตัวก็จะมีความหมายประมาณว่า… “ชัยชนะแบบรวดเร็ว”หรือการใช้กลยุทธ์ที่ทำให้ประสบความสำเร็จ หรือได้ผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมและเห็นได้อย่างชัดเจน ในเวลาที่รวดเร็ว

ผศ.ดร.ภูษิต วงศ์หล่อสายชล
ทางนักวิชาการท่านนี้ระบุต่อไปว่า… คำถามคือ…ทำไม่ต้องเป็นควิกวิน? และ…ศัพท์คำนี้มาจากไหน? ซึ่งทาง ผศ.ดร.ภูษิต ก็ได้ระบุแจกแจงมาว่า… ถ้าหากว่าเป็นกรณีโลกธุรกิจสมัยใหม่นั้น เวลาที่องค์กรใดองค์กรหนึ่งมีการเปลี่ยนแปลงผู้บริหารระดับสูงชุดใหม่ แน่นอนว่า…ผู้บริหารชุดใหม่ที่เข้ามาแทนที่ชุดเก่าจะ “ต้องพยายามแสดงผลงานที่ชัดเจน” ภายใต้เงื่อนไขที่จะ “ต้องเห็นผลงานเร็วที่สุด”ในเวลาอันสั้น …ถ้ากรณีรัฐบาลชุดใหม่ที่มาแทนชุดเก่า…ก็คือระยะเวลาช่วง 4 เดือน
ทั้งนี้ สำหรับกรณีที่เป็นโลกธุรกิจ ส่วนใหญ่แล้วความสำเร็จที่จะต้องโชว์ให้เห็นในเวลาสั้น ๆ ก็มักจะมีเงื่อนไขสำคัญ เช่น ภายใต้ทรัพยากรที่มีอย่างจำกัด หรือภายใต้การแข่งขันที่สูง ซึ่งอาจไม่สามารถทำโครงการใหญ่ ๆ ได้ …นี่เป็นคำอธิบาย
ขยายความ “ควิกวิน (Quick Win)”
และนักวิชาการท่านเดิมยังระบุอีกว่า… ด้วยจุดประสงค์ “กลยุทธ์ควิกวิน” มีเรื่อง “ความสำเร็จในเวลาสั้น ๆ เป็นเรื่องสำคัญ” ดังนั้น นโยบายที่เลือกใช้ตามกลยุทธ์นี้จึงต้องเป็นนโยบายที่มั่นใจแล้วว่าจะสามารถสร้างความสำเร็จได้อย่างรวดเร็ว หรือแสดงให้เห็นถึงผลลัพธ์ที่ชัดเจน มีความก้าวหน้า หรือโชว์ให้เห็นความคืบหน้าที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ซึ่งก็ มีเป้าหมายที่ซ่อนอยู่ภายใต้การนำกลยุทธ์นี้มาใช้ นั่นคือ…เพื่อสร้างความมั่นใจ ความน่าเชื่อถือ การยอมรับฝีมือ
อย่างไรก็ตาม ทาง ผศ.ดร.ภูษิต ระบุว่า… แต่ถ้าหากพิจารณาลงลึกไปที่การนำแนวทางหรือ “กลยุทธ์ควิกวิน” มาใช้ ลึก ๆ นั้นจะคิดแค่ผลลัพธ์ที่รวดเร็วอย่างเดียวไม่ได้ แต่จะต้องเป็นการทำให้เกิดผลลัพธ์ในระยะยาวด้วย ซึ่งด้วยเหตุที่สำคัญนี้ทำให้เวลาจะเลือกใช้กลยุทธ์นี้ จำเป็นต้องพิจารณาองค์ประกอบ หรือมีปัจจัยอื่น ๆ ประกอบด้วย ได้แก่… เรื่องแรก… “ต้องดู Pain Point” หรือแปลตรงตัวคำนี้ก็จะหมายถึง “จุดที่เกิดความเจ็บปวด” เช่น ต้องมีการค้นหาให้เจอว่าองค์กรกำลังมีปัญหาอะไร? หรือทำไมถึงตกต่ำ? เป็นต้น เพื่อที่จะเลือกเป้าหมายได้ชัดเจน ว่าต้องทำอะไร? ต้องช่วยใครก่อน?…

“การเห็นปัญหาที่ตรงจุด จะช่วยให้เห็นเป้าหมายชัดเจนขึ้น ซึ่งจะมีผลกับการกำหนดทิศทางหรือกลยุทธ์ที่จะใช้ เช่น บริษัทมี Pain Point อะไร? และเมื่อพบแล้วก็ต้องดูว่าระยะสั้นจะใช้อะไรมาช่วยแก้ปัญหา? โดยที่สามารถลงมือทำได้ทันที ไม่ต้องใช้ทรัพยากรเยอะ หรือต่อยอดจากระบบเดิม ทรัพยากรเดิม หรือมาตรการเดิมที่มีอยู่ได้”
เรื่องที่สอง… นักวิชาการท่านเดิมระบุว่า…ได้แก่ “ต้องมีการสื่อสารที่ดี” เพื่อทำให้ทุกคนที่จะต้องร่วมมือกันมองเห็นเป้าหมาย หรือผลสำเร็จที่จะเกิด จากการนำกลยุทธ์ “ควิกวิน” มาใช้ เนื่องจากด้วยเงื่อนไขที่มีระยะเวลาที่สั้น กับมีทรัพยากรให้ใช้จำกัด ดังนั้น การสื่อสารให้ทุกคนเกิดความรู้สึกร่วม จะช่วยให้ภารกิจต่าง ๆ ขับเคลื่อนได้เต็มที่ และนอกจากจะต้องสื่อสารให้เห็นภาพผลสำเร็จที่จะเกิดขึ้นอย่างชัดเจนแล้ว ยัง จำเป็นต้องมีระบบประเมินหรือวัดผลที่ชัดเจนด้วย เช่น วัดผลทุกสัปดาห์ หรือ 2 สัปดาห์ต่อครั้ง เพื่อที่ถ้ามีปัญหาหรือติดขัดที่เรื่องใดก็จะได้รีบนำเอาไปแก้ไข …นี่ก็เป็นอีกสิ่งที่ต้องคำนึง
เป็น “ปัจจัยสำคัญที่จะต้องพิจารณา”
ทั้งนี้ สำหรับ “ข้อดี–ข้อด้อย” ของการใช้ “กลยุทธ์ควิกวิน” ที่ว่านี้ กับประเด็นนี้ทาง ผศ.ดร.ภูษิต วงศ์หล่อสายชล รองคณบดีบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย สะท้อนผ่าน “ทีมสกู๊ปเดลินิวส์” มาว่า… ในแง่ “ข้อดี” นั้น ก็มีอาทิ… ทำได้ง่าย ทำได้รวดเร็ว เห็นผลในระยะเวลาสั้น ใช้ทรัพยากรน้อย แต่ช่วยฟื้นขวัญกำลังใจให้คนได้อย่างมาก ส่งผลให้คนที่มีส่วนร่วมกระตือรือร้นที่อยากจะลงมือทำ ขณะที่ “ข้อด้อย” นั้น กลยุทธ์นี้อาจเห็นผลในระยะสั้น แต่ อาจจะไม่ได้ผลในระยะยาว และอาจส่งผลต่อคุณภาพของงาน เนื่องจากเป็นแนวนโยบายที่ต้องเร่งรีบทำ เพื่อให้เกิดผลได้ในเวลาที่สั้น
“นโยบายต่าง ๆ ที่เกิดจากการนำกลยุทธ์ควิกวินมาใช้นั้น ถ้าประสบความสำเร็จได้จริง ก็จะทำให้เกิดขวัญกำลังใจกันมากขึ้น แต่ขอย้ำว่าแม้กลยุทธ์นี้จะมีเป้าหมายทำให้เกิดผลสำเร็จในเวลาสั้น ๆ แต่ก็ต้องไม่ลืมเชื่อมโยงไปถึงเป้าหมายระยะยาวด้วย กับต้องระวังความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดผลกระทบระยะยาวด้วย” …ทางนักวิชาการชี้ไว้
ก็รอดูกัน…กรณี “Quick Win-ควิกวิน”
เมื่อเป็น “กลยุทธ์ทำงานของรัฐบาล”
จะ “ควิก?-ไม่ควิก?”…“วิน?-ไม่วิน?”.
ทีมสกู๊ปเดลินิวส์



