“พี่เช” ได้รับโอกาสเป็นหนึ่งในสื่อไทยที่ถูกรับเชิญให้เข้าร่วมฟังสัมภาษณ์เอ็กซ์คลูซีฟ “อาจารย์จุนจิ อิโต้” ปรมาจารย์แห่งมังงะสยองขวัญจากแดนปลาดิบ โดยแต่ละสื่อได้ส่ง 3 คำถามไปก่อนล่วงหน้า จากนั้นถูกคัดเลือกมาทั้งหมด 19 คำถาม เพื่อให้อาจารย์จุนจิตอบในการสัมภาษณ์ครั้งนี้
การเดินทางมาไทยหนนี้ของอาจารย์จุนจิ อิโต้ เพื่อมาร่วมในพิธีเปิดนิทรรศการ “Junji Ito Collection Horror House 2025” ที่จะพาทุกคนดำดิ่งสู่โลกแห่งความมืดมิดของ Junji Ito แบ่งออกเป็น 2 เส้นทาง Route A : Farewell City (นครแห่งการลาจาก) และ Route B : Horror Town (หมู่บ้านสั่นประสาท) โดยจัดตั้งแต่วันนี้ – 5 ม.ค. 2569 ณ MBK Center ชั้น 4 โซน A เปิดทุกวัน 11:00 น. – 21:00 น.

รวมทั้งอาจารย์ยังมาเพื่อร่วมงานแฟนมีตติ้งครั้งแรกในไทย ซึ่งจัดไปแล้วเมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2568
เราไปอ่านบทสัมภาษณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟของอาจารย์จุนจิ อิโต้ กัน… เพื่อทำความรู้จักกับอาจารย์ให้มากขึ้น และเราจะได้เห็นมุมสุดคาวาอิของอาจารย์กันด้วย
ถาม : อาจารย์มีมุมมองต่อเรื่องผีหรือสิ่งลี้ลับในไทยอย่างไรบ้าง?
ตอบ : “ผมเคยได้ยินเรื่องผีกระสือ ที่ข้างบนมีแต่หัว ข้างล่างเป็นไส้ ออกหาเหยื่อตอนกลางคืน รู้สึกว่าคล้ายๆ กับ ผีคอยาวของญี่ปุ่น ผีคอยาวพวกนี้จริง ๆ หัวหลุดออกมาได้ด้วย ก็เลยรู้สึกว่าเหมือนผีกระสือเลย แต่ผีกระสือของไทยจะดูน่ากลัวมากกว่า”
ถาม : ชายหนุ่มที่สี่แยกเป็นตัวละครที่หล่อมาก จนทำให้คนคลั่งชนิด “ชอบจนอยากจะตายให้ได้เลย” อาจารย์เคยเจอคนที่หล่อขนาดนั้นไหม? หรือคิดว่านักแสดงคนไหนที่หล่อในระดับนั้นบ้าง?
ตอบ : “คือผมไม่ค่อยได้ดูละครเลย จึงไม่ค่อยรู้จักนักแสดงสักเท่าไหร่ แต่ถ้าจะพูดถึงความหล่อของเขาที่อยู่ในหัวของผม ที่ใกล้เคียงคงจะเป็นพวกศิลปิน K-POP เกาหลี เป็นการเปรียบเทียบ ณ ตอนนี้นะครับ เพราะตอนวาดเรื่องชายหนุ่มที่สี่แยก K-POP ยังไม่ได้ดังระดับโลกแบบตอนนี้”
ถาม : เวลาอาจารย์วาดร่างกายที่บิดเบี้ยวของมนุษย์ และวาดเหล่าสัตว์ประหลาด มันมีเสน่ห์เฉพาะตัวมากๆ อยากทราบถึงแรงบันดาลใจในการวาด อาจารย์อ้างอิงจากอะไร?
ตอบ : “อย่าเรียกว่าเป็นแรงบันดาลใจเลยครับ มันเป็นคอนเซปต์มากกว่า อย่าง อุซึมากิ (ก้นหอยมรณะ) ธีมมันชัดเจนอยู่แล้วว่า ลักษณะจะต้องขดเป็นวงกลมรูปก้นหอย เมื่อมีธีมที่ชัดเจน ผมก็นำมาใช้ในการวาดรูปครับ”

ถาม : เรื่องราวในมังงะของอาจารย์ มักจะทิ้งปริศนาเอาไว้เสมอ และไม่มีการคลี่คลาย ทำไมถึงได้นำเสนอในทิศทางนี้ แทนที่จะนำเสนอในแบบที่มีบทสรุปชัดเจน?
ตอบ : “ถ้าเราดูหนังลึกลับสยองขวัญ ส่วนมากก็จะมีต้นตอ มีจุดจบ และมีเหตุผล แต่ผมไม่ได้เขียนในแนวลึกลับอย่างเดียว ผมเขียนความน่ากลัวด้วย ถ้าผมบอกถึงเหตุผล มันก็คงไม่น่ากลัว ถ้าอยากดำเนินเรื่องให้เป็นสยองขวัญ ความน่ากลัวเนี่ย มันคือความน่ากลัวจากการไม่รู้ เพราะฉะนั้นผมก็จะทิ้งปมแบบนั้นไปเรื่อย ๆ ครับ (เพื่อให้มันดูน่ากลัว)”
ถาม : อาจารย์มีวิธีเติบไอเดียความสดใหม่อย่างไร เพื่อสร้างความสนุกและความสยองแบบพึลึกพิลั่นในตัวเองอยู่เสมอ?
ตอบ : “ผมก็อยากจะตอบให้มันดูน่าสนใจนะ แต่ในชีวิตจริง มันมีสิ่งที่เรียกว่าเดธไลน์ ถามว่าสิ่งที่น่ากลัวกว่าผีก็คือเดธไลน์ที่ต้นสังกัด สำนักพิมพ์ บรรณาธิการจะมาทวงต้นฉบับ มันเป็นอาชีพที่ถูกไล่ล่า เพราะฉะนั้นหัวผมก็จะขับเคลื่อนไปด้วยความกลัว กลัวเดธไลน์ กลัวการส่งงานไม่ทัน”
ถาม : ตัวละครที่อาจารย์ชอบมากที่สุดคือ?
ตอบ : “ก็ต้อง โทมิเอะ เพราะเป็นตัวละครเดบิวต์ เวลาผมเซ็นลายเซ็น ก็จะมีหน้าของโทมิเอะด้วย เป็นตัวละครที่ผมผูกพันมากที่สุด”
ถาม : อาจารย์เชื่อในเรื่องโลกหลังความตายหรือไม่?
ตอบ : “ต้องสารภาพก่อนเลยว่า ตอนเด็ก ๆ ผมเชื่อหมดทุกอย่าง ภูตผี วิญญาณ เนสซี่ UFO ฯ อะไรที่เป็นตำนาน ผมก็เชื่อหมด แต่พอยิ่งโตขึ้นมา ความเชื่อพวกนี้ก็ลดน้อยลง เพราะว่าเราไม่เคยเห็น ไม่เคยเจอ เลยเริ่มไม่เชื่อ แต่ถ้าคนเราจะใช้ชีวิตโดยไม่เชื่ออะไรเลย มันก็คงจืดชืดน่าดู หลังๆ นี่ผมก็อยากจะเชื่อนะ ส่วนเรื่องโลกหลังความตาย ผมว่าการมีชีวิตนี่มันก็ลำบากอยู่นะ ทั้งสงคราม ทั้งต้องทำงาน มันเหนื่อย โลกต่อไปอยากให้สนุกสนาน มีทุ่งดอกไม้กว้างๆ ไม่ต้องไปทำงาน ไม่ต้องเรียน มีความสุขในแสงสว่างอันอบอุ่น นี่คือโลกที่ผมต้องการ”
ถาม : ทราบมาว่าอาจารย์ชอบแมวมากๆ จนถึงกับมีมังงะเรื่องแมวออกมา ถ้าอาจารย์ต้องวาดมังงะโดยมีสัตว์เป็นตัวเอก(ที่ไม่ใช่แมว) อาจารย์จะวาดตัวอะไร?
ตอบ : “ต้องบอกก่อนว่าไม่ใช่แมวของผมนะ แต่เป็นแมวของภรรยา ผมเองก็เคยคิดว่าอยากมีชีวิตอยู่กับสัตว์ ก็เลยชอบแมวไปด้วย แต่หลังๆ ภรรยาผมเริ่มเลี้ยงอย่างอื่น ล่าสุดมีหมาเพิ่มมาอีก แล้วก็เริ่มมีสัตว์เลื้อยคลาน ตอนนี้มีกิ้งกายักษ์ด้วย ตัวใหญ่มาก หางก็ใหญ่ มีเกล็ดเต็มไปหมด บางทีก็แกว่งหางไปมา ผมเองบางครั้งก็ไม่กล้าจับ ถ้าจะมีมังงะเกี่ยวกับสัตว์เรื่องต่อไป ก็น่าจะกิ้งก่าตัวนี้ก็ได้”
ถาม : ถ้าต้องเลือกผลงานของอาจารย์ไปทำภาพยนตร์ Live Action (หนังที่ใช้คนแสดงจริง) อีกหนึ่งเรื่องในตอนนี้ อาจารย์จะเลือกเรื่องอะไร?
ตอบ : “ผมอยากให้เป็นเรื่อง ลูกโป่งหัวมนุษย์ ที่มีลูกโป่งหน้าเหมือนเรา และไล่ล่าจับเราแขวนคอ ผมชอบเรื่องนี้มาก ถูกนำไปทำเป็นอนิเมะแล้ว แต่ก็อยากให้สร้างเป็นภาพยนตร์แบบยาวด้วย”
ถาม : มีความน่ากลัวบนโลกแบบใดบ้าง ที่อาจารย์คิดว่าไม่สามารถบรรยายเป็นภาพได้?
ตอบ : “สิ่งที่น่ากลัวในชีวิตจริง มันไม่ใช่ผีสางที่ไหน มันคือความมืดมิดของความรู้สึกและจิตใจของมนุษย์ ความดำมืดของจิตใจคนเรานี่แหละ มันยากที่จะถ่ายทอดออกมาเป็นภาพได้”

ถาม : อาจารย์มีโอกาสที่จะเขียนเล่มต่อไปของบันทึกน้องเหมียวไหม?
ตอบ : “น้องยงมีชื่อเต็ม ๆ ว่า ยงสึเกะ ส่วนน้องมูมีชื่อว่า มูยัง เจ้ายงสุเกะเสียไปในช่วงปี 2011 หนึ่งเดือนก่อนเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ ที่น่าแปลกใจคือน้องเสียวันเดียวกับผู้จัดการคนเก่าของผมเลย ห่างกันแค่ 6 ชั่วโมงเท่านั้น ส่วนน้องมูอายุยืนกว่า แต่ก็กลับดาวแมวไปแล้วเมื่อไม่กี่ปีก่อน เพราะฉะนั้น ตอนนี้ผมก็ไม่รู้จะเขียนยังไงต่อไป ที่ผ่านมาจริงๆ น้องยงสึเกะเป็นแมวที่ตลกมาก ชอบทำอะไรตลกๆ ก็เลยมีเรื่องมาให้เขียน”
ถาม : ผีที่อาจารย์กลัวที่สุดในชีวิตคือผีอะไร?
ตอบ : “จริง ๆ ผีในตำนานอะไรพวกนี้ ผมว่าไม่น่ากลัวเท่าผีในรูปถ่ายติดวิญญาณ ถ้าพูดถึงผี เรามองไม่เห็นมัน เราก็เลยไม่ค่อยกลัว แต่เมื่อไหร่ที่ถูกถ่ายรูป เห็นเป็นเงา เห็นเป็นมือ อะไรพวกนี้มันน่ากลัว เพราะเราไม่เห็น แต่กลับมีเป็นรูปธรรมให้เราดู มันจึงน่ากลัวมาก โดยเฉพาะช่วงหน้าร้อนที่ญี่ปุ่น ในทีวีชอบมีรายการวิเคราะห์ภาพถ่ายติดวิญญาณ พอได้ดูแล้ว บางทีผมก็กลัวจนไม่กล้าไปเข้าห้องน้ำเลยครับ”
ถาม : ถ้าอาจารย์ถูกอัญเชิญไปต่างโลกในมังงะของตัวเอง อยากไปอยู่ในเรื่องไหน และไม่อยากไปอยู่ในเรื่องไหน?
ตอบ : “ไม่มีโลกไหนที่ผมอยากไปเลย แต่ถ้าต้องเข้าไปจริงๆ ก็คงเป็นเรื่องลูกโป่งหัวมนุษย์ คิดว่าต้องมีลูกโป่งหน้าตัวเองในนั้น มันอันตรายอยู่ แต่ถ้าพยายามหลบซ่อนตัว ก็น่าจะพอได้ เหมือนเล่นเกมนิดๆ ครับ มีการหนี แต่ก็ดูสถานการณ์ ดูบอลลูนชาวบ้านไปด้วย น่ากลัวก็จริง แต่ก็น่าสนุกด้วย ก็เลยอยากจะเข้าไปอยู่ในนั้น ส่วนที่ไม่อยากเข้าไป ก็ไม่อยากเข้าไปสักโลกหรอกครับ แต่ถ้าไม่อยากที่สุด ก็คงจะเป็นกลีเซอไรด์ ที่มันมีแต่น้ำมัน บ้านเหนียวไปหมด ขอไม่อยู่ในโลกนั้นครับ”
ถาม : อาจารย์คิดว่าอะไรคือองค์ประกอบสำคัญ ที่ทำให้เรื่องราวสยองขวัญของอาจารย์เข้าถึงผู้คนได้แม้จะมีหลากหลาย และต่างวัฒนธรรมกัน?
ตอบ : “ทุกผลงานของผม มันเป็น Body Horror ความน่ากลัวจากร่างกาย ร่างกายบิดเบี้ยว ผิดปกติ แปรสภาพ มันเป็นสิ่งที่ไม่ว่าคุณจะพูดภาษาไหน ชนชาติไหน คุณก็จะเข้าใจแน่นอน เพราะมันคือร่างกายของคุณ การที่ร่างกายของเราเปลี่ยนสภาพไปจากเดิม บิดเบี้ยวแปรสภาพไปเป็นอย่างอื่น มันเป็นความน่ากลัวที่ใครๆ ก็จินตนาการได้ครับ”
ถาม : ตอนเขียนก้นหอยมรณะ อาจารย์เห็นสิ่งต่างๆ รอบตัวเป็นก้นหอยไหม?
ตอบ : “ตอนเขียนเรื่องนี้ ผมคิดเอาไว้แล้วว่าจะเขียนเป็นเรื่องยาว มันจะจบด้วยมุกเดียวไม่ได้ เลยบอกผู้จัดการว่าขอหนังสือที่มีข้อมูลอ้างอิงหน่อย อะไรก็ได้ที่เป็นทรงก้นหอย ก็ได้มาหมด ตั้งแต่หอยทาก ไปจนถึงภาพวาดสมัยก่อน ช่วงนั้นชีวิตก็มีแต่การวาดก้นหอย บางทีวาดๆ อยู่ก็หน้ามืดเวียนหัวกับภาพก้นหอยพวกนี้เลย ยอมรับว่าตอนนั้นมองไปไหนก็เห็นแต่ก้นหอย”

ถาม : อาจารย์ชอบเรื่องสั้นสยองขวัญของตัวเองเรื่องไหนมากที่สุด?
ตอบ : “ผมชอบเขียนเรื่องสั้น มันสามารถเอาไอเดียที่มีอยู่ออกมาปล่อยได้เยอะ ถ้าให้เลือกเรื่องเดียวคงไม่ได้ ขอเป็น 3 ล่ะกัน เรื่องแรก ลูกโป่งหัวมนุษย์ อีกเรื่องก็ ฝันยาว เรื่องของผู้ชายคนหนึ่ง ที่ยิ่งนอนก็ยิ่งฝันยาวนานขึ้นเรื่อยๆ เป็นวัน เป็นเดือน เป็นปี เป็นหมื่นปี จนถึงไม่มีที่สิ้นสุด และเรื่องสุดท้าย เรื่องประหลาดที่รอยแยกแห่งภูเขาอามิงาระ เรื่องของภูเขาที่เกิดรอยแยก และเกิดเป็นรูที่มีรูปร่างเหมือนร่างกายมนุษย์ ทุกคนจะมีรูบนภูเขาที่มีรูปร่างพอดีกับตัวเอง ผมชอบไอเดียเรื่องนี้มาก”
ถาม : ประเทศไทยมีวัฒนธรรม และความเชื่อเกี่ยวกับสิ่งลี้ลับ อาจารย์คิดว่าประเทศไทยมีอะไรที่สามารถนำไปเป็นวัตถุดิบในการวาดเรื่องสยองขวัญได้บ้าง?
ตอบ : “ผมคิดว่าเป็นแม่นาคครับ แม่นาคจะคล้ายๆ กับผีโออิวะซังของญี่ปุ่นที่โดนสามีฆ่า ในฐานะผีผู้หญิงที่มีความแค้นคล้ายๆ กัน แต่แม่นาคจะสเกลใหญ่กว่า จัดการคนที่มาขัดขวางและทำลายทั้งหมู่บ้านเลย แต่โออิวะซังแก้แค้นแค่สามีตัวเอง ผมรู้สึกว่าแม่นาคจะดุกว่า ผมว่าน่ากลัว และน่าสนใจมากครับ”
ถาม : อะไรคือเคล็ดลับที่ทำให้อาจารย์สามารถผลิตผลงานมาต่อเนื่องยาวนานถึง 38 ปี?
ตอบ : “ผมวาดมังงะมานานมาก ช่วงแรกๆ ไอเดียจะเยอะมาก ผุดออกมาเยอะแยะไปหมด ผุดออกมาไม่หยุดเลย แต่ว่ายิ่งวาดไปนานๆ ไอเดียก็เริ่มหมด แต่ที่ยังคงคิดได้ มีไอเดียได้ เป็นเพราะการไล่ล่าของสำนักพิมพ์ที่ต้องการต้นฉบับ ผมถูกความกลัวในชีวิตจริงกดดันให้ต้องเค้นไอเดียออกมา ตอนนี้เลยรู้สึกชินกับการคิดไอเดียจากความกดดัน มันก็เลยออกมาได้เรื่อยๆ ครับ”
ถาม : เรื่องสยองขวัญของอาจารย์ เรื่องไหนที่หลอนและน่ากลัวที่สุด?
ตอบ : “ผมไม่เคยกลัวผลงานตัวเองเลยนะ แต่ว่ามีอยู่เรื่องนึงที่พอวาดๆ ไปแล้ว ก็รู้สึกหลอนตาม คือเรื่อง ทฤษฎีของซาตาน มันเป็นเรื่องที่มีปีศาจตัวนึงถ่ายทอดความอยากตายให้กับผู้คน ตัวเอกของเรื่องก็เผลอไปฟังบทสนทนาจากเสียงที่ถูกอัดเทปไว้ จนต้องเดินหาสถานที่ๆ จะฆ่าตัวตาย พอเขียนเรื่องนี้อยู่ก็นึกตาม แล้วก็รู้สึกหลอนขึ้นมาเหมือนกัน”
จบไปแล้วกับบทสัมภาษณ์เอ็กซ์คลูซีฟของอาจารย์จุนจิ อิโต้ ที่ทำให้พวกเราทุกคนได้รู้สึกใกล้ชิดกับปรมาจารย์มังงะสยองขวัญแห่งญี่ปุ่นมากยิ่งขึ้น ส่วนใครที่อ่านจบแล้ว อย่าลืมไปเยี่ยมชมนิทรรศการ “Junji Ito Collection Horror House 2025” ที่จะพาทุกคนดำดิ่งสู่โลกแห่งความมืดมิดของ Junji Ito แบ่งออกเป็น 2 เส้นทาง Route A : Farewell City (นครแห่งการลาจาก) และ Route B : Horror Town (หมู่บ้านสั่นประสาท) โดยจัดตั้งแต่วันนี้ – 5 ม.ค. 2569 ณ MBK Center ชั้น 4 โซน A เปิดทุกวัน 11:00 น. – 21:00 น. จำหน่ายบัตรพร้อมของที่ระลึก ซื้อบัตรได้ที่เว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน ticketmelon
“พี่เช”



