ทั้งนี้ ว่าด้วยพฤติกรรมการ “มีโลกหลายใบ” ที่คน ๆ หนึ่งตัดสินใจที่จะ “มีความสัมพันธ์รักมากกว่า 1 คนพร้อม ๆ กัน” ซึ่งยุคหนึ่งสมัยหนึ่งบ้างก็เรียกคนที่มีพฤติกรรมนี้ว่าเป็น “คนเจ้าชู้” นั้น มาถึงยุคปัจจุบัน-โลกสมัยใหม่…กับความสัมพันธ์ในลักษณะเช่นนี้กลับพบว่ามีคนที่ “มีมุมมอง-รูปแบบที่เปลี่ยนไปจากเดิม” แถมยัง “มีคำนิยามใหม่” ในฐานะ “สัมพันธ์รักรูปแบบหนึ่ง” …ซึ่ง “ทีมสกู๊ปเดลินิวส์” จะสะท้อนต่อข้อมูลกรณีนี้…

กรณี “พหุรัก” หรือ “พอลีแอเมอรี”

ที่เป็นศัพท์ใหม่สัมพันธ์ยุคใหม่”

เกี่ยวกับคำว่า “พหุรัก” หรือภาษาอังกฤษ“พอลีแอเมอรี (Polyamory)”ที่ว่านี้…คำนี้นี่เป็นอีกหนึ่ง “ศัพท์ใหม่” ที่ถูกนำมาใช้อธิบายความสัมพันธ์รูปแบบหนึ่ง ซึ่งเป็น “ความสัมพันธ์แบบมีคนรักหลายคนพร้อมกัน”โดยที่ อาจมีมากกว่า 2-3-4 ก็ยังได้!!ภายใต้เงื่อนไขที่ ขึ้นกับ “ข้อตกลงของคู่รัก” ในการจะยอมหรืออนุญาตให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง “มีสัมพันธ์กับคนอื่นได้” ซึ่งนี่เป็นอีกพัฒนาการความรักยุคใหม่ที่บางคน ปฏิเสธความสัมพันธ์แบบ “รักเดียวใจเดียว” เพราะ…

มองว่า “เติมช่องว่างในใจได้ไม่พอ!!”

สำหรับรูปแบบความสัมพันธ์ “Polyamory”หรือที่คำไทยใช้ว่า “พหุรัก”ที่ทาง “ทีมสกู๊ปเดลินิวส์” จะสะท้อนต่อข้อมูล… เรื่องนี้มีข้อมูลเชิงอธิบายที่เผยแพร่ไว้ทาง เว็บไซต์อูก้า https://ooca.co ผู้ให้บริการด้านสุขภาพจิตชั้นนำในอาเซียน ซึ่งขยายความรูปแบบความสัมพันธ์นี้ไว้น่าสนใจ โดยระบุไว้ว่า… หลายคนอาจยังสับสนในความแตกต่างระหว่างความสัมพันธ์แบบ “Polyamory” กับ “Polygamy” การมีคู่สมรสหลายคน เนื่องจากดูจะคล้ายกัน…แต่จริง ๆ “แตกต่างกัน-ไม่เหมือนกัน”

ทั้งนี้ ความสัมพันธ์แบบที่เรียกว่า Polyamory”หรือ “พหุรัก” นั้น… จุดที่ชัดเจนที่สุดคือ พหุรัก หรือ Polyamory สามารถที่จะมีคนรักหลายคนโดยไม่จำเป็นต้องมีการสมรสเข้ามาเกี่ยวข้อง โดยข้อมูลคำอธิบายในเว็บไซต์ดังกล่าวระบุไว้อีกว่า… จะเรียกสัมพันธ์แบบนี้ว่าเป็น “ความสัมพันธ์แบบนำสมัย?” ก็คงไม่ผิด? ซึ่งแนวคิดความสัมพันธ์แบบนี้เกิดจากคำถามที่ว่า เป็นไปได้ไหมที่เราจะตกหลุมรักได้หลายครั้ง? หรือตกหลุมรักหลายคนพร้อมกัน? ซึ่งแม้ฟังดูใจร้าย แต่…

เป็นไปได้ที่บางคนอาจจะรู้สึกแบบนี้!!

และจากการที่บางคนอาจรู้สึกแบบนี้ได้ ก็จึงเกิด ความสัมพันธ์แบบมีคนรักหลายคนที่ทำทุกอย่างกับแต่ละคนเหมือนคู่รักทั่วไป และรู้สึกรักกันได้จริง แต่การพาใครเข้ามาเป็นคนรักเพิ่มในสัมพันธ์รูปแบบนี้ก็จะต้องได้รับความยินยอมก่อน ดังนั้น “พหุรัก” หรือ Polyamory”จะ “แตกต่างจากการนอกใจ?” ซึ่งสำหรับ “จุดเด่น” ของความสัมพันธ์รูปแบบนี้คือการ มีคนมาช่วยสร้างความแปลกใหม่ความตื่นเต้น โดยเฉพาะบางคู่ที่คบกันมานานจนสัมพันธ์เริ่มจะนิ่งมากเกินไป

อย่างไรก็ตาม ในแหล่งข้อมูลเดิมก็ชี้ไว้ว่า… แต่ความสัมพันธ์รูปแบบนี้ก็มี “จุดอ่อน” นั่นคือ “เรื่องของใจ” เนื่องจากการหาจุดตรงกลางภายใต้ความสัมพันธ์แบบพหุรักอาจเป็นไปได้ยาก เพราะขนาดความสัมพันธ์แบบ 2 คนก็ยังมีการทะเลาะกันเรื่องจุดที่พอดี ดังนั้น การหาจุดตรงกลางเพื่อไม่ให้เกิดการเปรียบเทียบปริมาณความรักที่ได้รับหรือที่ให้ไปจึงเป็นเรื่องใหญ่ในความสัมพันธ์แบบนี้ โดยที่ ความหึงหวง อิจฉา เสียใจ มักเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นตามมาภายใต้สัมพันธ์ “พหุรัก”ที่ว่านี้

นี่คือ “จุดเด่นจุดอ่อน” ที่ต้องชั่งดี ๆ

กรณีพหุรัก…“มีสัมพันธ์รักหลายคน”

แล้วระหว่าง “สัมพันธ์รักแบบหลายคนพร้อมกัน” กับ “สัมพันธ์แบบรักเดียวใจเดียว (Monogamy)แบบใดดีกว่ากัน??… ประเด็นนี้ข้อมูลใน https://ooca.co ก็ชี้ไว้ว่า…คงบอกไม่ได้ว่าแบบใดดีกว่า ขึ้นกับว่าคนนั้นพึงพอใจสัมพันธ์แบบใด? อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะสัมพันธ์แบบใดก็ต้องผ่านปัญหาเช่นกัน เพียงแต่ พหุรักอาจช่วยปิดจุดอ่อนบางอย่างของสัมพันธ์แบบรักเดียวใจเดียวให้บางคน โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในสัมพันธ์แบบพหุรักที่ไม่ได้รู้สึกเรื่องทรยศเพราะมีการสร้างกฎขึ้นมา จึงไม่เหมือนแบบ Open Relationship ที่มีสัมพันธ์กับใครก็ได้ โดยไม่มีความรัก หรือไม่ผูกมัด

ทั้งนี้ นอกจากข้อมูลโดย เว็บไซต์อูก้า ดังที่ได้สะท้อนมาข้างต้นแล้ว…กรณี สัมพันธ์แบบสามารถรักพร้อมกันหลายคนนี่ยังมีการแบ่งย่อย ๆ อีกด้วยโดยมีข้อมูลใน เฟซบุ๊ก “SPECTRUM” ระบุไว้ว่า… สิ่งสำคัญที่สุดในสัมพันธ์แบบ “พหุรัก-Polyamory” คือเรื่องความยินยอมและการสื่อสารเพื่อให้ความสัมพันธ์เป็นไปได้ราบรื่น มีความสุขทุกฝ่าย โดยพหุรักยังแบ่งย่อย ๆ ออกเป็นแบบต่าง ๆ อาทิ… “Triad”ที่เป็นพหุรักแบบ 3 คน, “Quad”พหุรักแบบ 4 คน ที่คู่รัก 2 คู่พบกันและเดทกันได้ เช่น คู่รัก A-B พบกับคู่ C-D จากนั้น A ก็เดทกับ C และ B ก็เดทกับ D ได้เช่นกัน และแบบย่อยอีกแบบก็คือ Polycule” ที่ เดทกันอย่างเป็นเครือข่าย ภายใต้ความเต็มใจของทุก ๆ ฝ่าย …นี่เป็นโดยสังเขปเกี่ยวกับ “พหุรัก” ที่มีแบบย่อยต่าง ๆ

เหล่านี้เป็น “ปรากฏการณ์รักยุคใหม่”

พหุรัก” ที่ “ไม่ใช่นอกใจ?-หลายใจ?”

ที่สำหรับคนยุคเก่าคง “เกินอึ้ง!!”.

ทีมสกู๊ปเดลินิวส์